← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 137免費

ตอนที่ 137 — เมื่อเสียงขานรับความว่างเปล่า

เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่มันคือเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านกระดูกสันหลังและหยั่งลึกลงไปในแก่นแท้ของมิติที่กำลังปริแตก มันไม่ใช่เสียงตะโกน ไม่ใช่เสียงคำราม แต่มันคือ 'นาม' ที่ถูกเปล่งออกมาจากความว่างเปล่า—นามที่สั่นคลอนความหมายของทุกสรรพสิ่ง อัลดริกยืนอยู่ท่ามกลางพายุแห่งความจริงที่กำลังหลอมละลาย ร่างกายของเขาที่กึ่งสลายเป็นเพียงกลุ่มก้อนของความทรงจำและเศษเสี้ยวของความว่างเปล่า สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบีบอัด 'เขา' ให้กลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในพิมพ์เขียวอันยิ่งใหญ่ของกราคอส

“กราคอส...” เสียงนั้นไม่ได้เรียกชื่อ แต่มันคือการประกาศถึงการมีอยู่ ความรู้สึกนั้นเหมือนกับน้ำแข็งที่แตกกระจายในมหาสมุทรที่กำลังเดือดพล่าน กราคอสไม่ได้เป็นเพียงพลังงานที่ไร้รูปร่างอีกต่อไป แต่มันได้สถาปนาตัวตนขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ผ่านความบ้าคลั่งที่อัลดริกจงใจปล่อยออกมาเพื่อทำลายพิมพ์เขียวเดิม ทว่าความบ้าคลั่งนั้นกลับเป็นดั่งดินเหนียวชั้นเลิศที่ทำให้สิ่งลี้ลับสามารถปั้นแต่งเจตจำนงของตนเองขึ้นมาได้

รอบกายของเขา หน่วยชำระล้าง (Purifiers) กำลังเผชิญกับความล้มเหลวที่น่าเวทนา พวกเขาพยายามใช้แสงศักดิ์สิทธิ์และอาวุธที่ลงอาคมเพื่อ 'ลบ' สิ่งที่ผิดเพี้ยน แต่ในโลกที่กฎเกณฑ์เดิมกำลังถูกเขียนใหม่ด้วยน้ำหมึกแห่งความโกลาหล การพยายามลบคือการเพิ่มน้ำหนักให้กับเส้นสายเหล่านั้น ยิ่งพวกเขาปะทะ ยิ่งพวกเขาใช้พลังแห่งระเบียบมากเท่าไหร่ ร่างของกราคอสก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น แสงจากอาวุธของหน่วยชำระล้างไม่ได้ขับไล่ความมืด แต่มันกลับกลายเป็นเส้นขอบที่ช่วยนิยามรูปร่างของสิ่งลี้ลับให้เด่นชัดขึ้นเหนือความมืดมิด

อัลดริกมองเห็นภาพหลอนที่กลายเป็นจริง—เงาของต้นโอ๊คที่เคยยืนต้นสง่าในโอ๊คเมียร์ บัดนี้พวกมันกลับเติบโตขึ้นจากอากาศธาตุ ใบไม้ของมันไม่ใช่สีเขียว แต่เป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แหลมคม กิ่งก้านของมันขยับไหวตามจังหวะการหายใจของกราคอส เวลาในบางจุดรอบตัวเขาเริ่มหมุนวนอย่างผิดเพี้ยน เขาเห็นตัวเองในวัยหนุ่มกำลังถือตาชั่งข้าวหลวง และในวินาทีถัดมา เขาก็เห็นร่างที่ผุพังของตนเองกำลังสลายกลายเป็นฝุ่นผง ทั้งสองภาพซ้อนทับกันราวกับแผ่นกระดาษที่ถูกขยำ

“มันไม่ใช่แค่การก่อตัว...” อัลดริกพึมพำผ่านความรู้สึกที่ไร้ลิ้น "มันคือการแทนที่"

เจตจำนงของกราคอสพุ่งตรงเข้าหาเขา มันไม่ได้จู่โจมด้วยความเกลียดชัง แต่มันเข้าหาด้วยความต้องการที่จะ 'จัดระเบียบ' ความโกลาหลที่อัลดริกสร้างขึ้นให้กลายเป็นระเบียบชุดใหม่—ระเบียบที่ไม่มีที่ว่างสำหรับมนุษย์ผู้เปราะบางและเต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน ความว่างเปล่าที่ยิ่งใหญ่กว่า—ตัวตนลึกลับที่ตื่นขึ้นจากการใช้ความขัดแย้งทางตรรกะของอัลดริก—ก็เริ่มแผ่ขยายความเย็นเยียบที่มุ่งหมายจะลบเลือนทุกสิ่งให้กลับคืนสู่ศูนย์

สถานการณ์ในตอนนี้คือสงครามสามทางที่ไม่มีผู้ชนะ อัลดริกยืนอยู่ตรงกลาง เป็นทั้งผู้สร้างพิมพ์เขียว เป็นทั้งกรงขัง และเป็นทั้งเหยื่อ เขาเห็นหน่วยชำระล้างคนหนึ่งถูกความจริงที่บิดเบี้ยวกลืนกิน ร่างของเขาไม่ได้ตาย แต่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นกลุ่มก้อนของตัวเลขและตรรกะที่ไร้ชีวิต ก่อนจะสลายไปในอากาศธาตุ ความตายในโลกนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการถูกเปลี่ยนสถานะไปสู่ความผิดเพี้ยนที่ไม่มีสิ้นสุด

ความเจ็บปวดที่อัลดริกควรจะรู้สึกกลับถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่น่าสยดสยอง เขาเข้าใจแล้วว่าการพยายามใช้ความโกลาหลเพื่อทำลายพิมพ์เขียวนั้นเป็นความพยายามที่ไร้เดียงสา เหมือนกับการพยายามดับไฟด้วยการสาดน้ำมันเข้าไปในกองเพลิง สิ่งที่เขาทำลงไปคือการมอบ 'เนื้อหนัง' ให้กับพระเจ้าองค์ใหม่ กราคอสต้องการความไม่แน่นอนของมนุษย์เพื่อสร้างความหลากหลายในโลกใหม่ของมัน และเขาก็ได้มอบมันให้ไปจนหมดสิ้น

ทันใดนั้น เสียงขานนามของกราคอสก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่นี้ไม่ใช่แค่เสียงสั่นสะเทือน มันคือเสียงที่มี 'น้ำเสียง'—น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความสงบเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด มันคือเสียงของสิ่งที่มีอำนาจเหนือความเป็นและความตาย

“เจ้าคือผู้มอบนามให้ข้า...” เสียงนั้นก้องอยู่ในจิตสำนึกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของอัลดริก “และเจ้าคือผู้ที่จะต้องเห็นโลกที่ข้าเขียนขึ้น”

อัลดริกพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวแห่งเจตจำนงที่เหลืออยู่ เขาไม่สามารถหยุดกราคอสได้ด้วยความโกลาหล และไม่สามารถหยุดความว่างเปล่าได้ด้วยการต่อต้าน หากเขาจะทำอะไรบางอย่าง เขาต้องใช้สิ่งที่เขามีเพียงอย่างเดียวที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถทำนายได้—นั่นคือความล้มเหลวที่สมบูรณ์แบบ ความไม่สมบูรณ์ที่ไม่ได้เกิดจากการจงใจสร้าง แต่เป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่ต้องแตกสลาย

แต่ก่อนที่เขาจะได้เริ่มขยับเขยื้อนในกระแสพลังงานนั้น รอยแยกขนาดใหญ่ที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างแสงของหน่วยชำระล้างและเงาของกราคอสก็ฉีกกระชากมิติออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นความจริงที่อยู่เบื้องหลังม่านแห่งการดำรงอยู่—ความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าความว่างเปล่า และความสว่างที่แผดเผายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ ทั้งสองขั้วกำลังพุ่งเข้าหากันเพื่อทำลายล้างจุดศูนย์กลางที่อัลดริกยืนอยู่

เขารู้สึกได้ว่าตัวตนของเขากำลังถูกดึงออกเป็นสองทาง ทางหนึ่งคือการกลายเป็นส่วนหนึ่งของความจริงที่กราคอสสร้างขึ้น—โลกที่สวยงามแต่บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งอิสระ อีกทางหนึ่งคือการถูกลบเลือนหายไปในความว่างเปล่าที่สมบูรณ์—โลกที่ไม่มีแม้แต่ความทรงจำว่าจะเคยมีอยู่

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังพังทลาย อัลดริกเห็นแสงสว่างประหลาดวูบผ่านสายตา มันไม่ใช่แสงจากหน่วยชำระล้าง และไม่ใช่แสงจากกราคอส แต่มันคือแสงจากรอยร้าวที่ลึกที่สุดในแกนกลาง—แสงที่กำลังบอกว่า 'นาม' ที่กราคอสสถาปนาขึ้นนั้น อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทเพลงที่ยาวนานกว่านั้น และเขาก็คือตัวโน้ตตัวสุดท้ายที่จะตัดสินว่าบทเพลงนี้จะจบลงด้วยความรุ่งโรจน์หรือความเงียบงันตลอดกาล

--- กราคอสสถาปนาตัวตนที่มีเจตจำนงและเสียงอย่างสมบูรณ์โดยใช้ความโกลาหลที่อัลดริกสร้างเป็นวัตถุดิบ ท่ามกลางการปะทะกันระหว่างหน่วยชำระล้างและความว่างเปล่าที่มุ่งลบเลือนทุกสิ่ง อัลดริกตระหนักว่าตนเองคือจุดศูนย์กลางของสงครามสามทางที่จะตัดสินชะตากรรมของความจริงชุดใหม่