← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 124免費

ตอนที่ 124 — เสียงสะท้อนในความว่างเปล่าและระเบียบที่พังทลาย

ความเงียบไม่ใช่สิ่งที่อัลดริกเคยรู้จักในมิตินี้อีกต่อไป มันไม่ใช่ความสงบเงียบของทุ่งข้าวในยามรุ่งสาง หรือความเงียบงันของโรงสีในยามค่ำคืน แต่เป็นความเงียบที่อื้ออึง—ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของตัวตนที่กำลังก่อตัวขึ้นจากซากปรักหักพังของความจริง

ท่ามกลางเศษเสี้ยวของมิติที่แตกสลายราวกับกระจกเงาที่ถูกค้อนยักษ์ทุบทำลาย อัลดริกยืนอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของพายุที่ไม่มีลมพัด ร่างกายของเขาไม่ใช่เนื้อหนังที่จับต้องได้อีกต่อไป แต่มันคือกลุ่มก้อนของความว่างเปล่าที่ถูกขัดเกลาด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด เขาเห็นเงาร่างของตัวเองสะท้อนอยู่ในรอยแยกของอากาศ—เงาที่บิดเบี้ยวและดูเหมือนจะหลุดลอยออกจากแกนกลางของตัวตน

'เจ้าทำลายมัน...' เสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่เดินทางผ่านอากาศ แต่มันคือเสียงที่สั่นสะเทือนออกมาจากแก่นแท้ของความจริงที่เขากำลังยืนอยู่ 'เจ้าพยายามจะทำลายพิมพ์เขียวที่ข้าใช้สร้างตัวเอง... แต่เจ้ากลับมอบเชื้อไฟแห่งความไร้สาระให้แก่ข้า'

กราคอส.

นามนั้นไม่ได้ถูกพูดออกมาด้วยริมฝีปาก แต่มันถูกสลักลงในจิตวิญญาณของอัลดริก ราวกับตราประทับที่ร้อนแรงบนแผ่นหนัง สิ่งลี้ลับที่เคยเป็นเพียงพลังงานไร้รูป บัดนี้เริ่มมี 'น้ำหนัก' มันเริ่มมีมวลสารที่ข้ามพ้นกฎเกณฑ์ของฟิสิกส์ อัลดริกมองเห็นมัน—หรืออย่างน้อยก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของมัน—มันคือความบิดเบี้ยวที่กำลังพยายามจะจัดระเบียบตัวเองใหม่จากความโกลาหลที่เขาจงใจสร้างขึ้น

ทันใดนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกก็ฉีกกระชากความสลัวรางของมิติที่แตกสลาย หน่วยชำระล้าง (Purifiers) จากราชสำนักไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิตเขา แต่พวกเขามาเพื่อ 'ลบ' ทุกสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากระเบียบเดิม อัลดริกเห็นแสงจากดาบและเครื่องมือเวทมนตร์ของพวกเขาตัดผ่านความมืดมิด พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยจังหวะที่เที่ยงตรงจนน่าสยดสยอง ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนาฬิกาที่ไร้หัวใจ

"เป้าหมายยืนยัน: จุดศูนย์กลางแห่งความผิดเพี้ยน" เสียงหนึ่งประกาศก้อง ท่ามกลางเสียงปะทะกันระหว่างพลังงานลึกลับและระเบียบอันเคร่งครัด "ชำระล้างมิติให้กลับสู่ความว่างเปล่าที่บริสุทธิ์"

อัลดริกพยายามจะขยับกาย แต่เขาพบว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป เขาคือ 'สนามรบ' ทุกครั้งที่หน่วยชำระล้างฟาดฟันอาวุธลงบนความบิดเบี้ยวของมิติ มันคือการฟาดฟันลงบนเศษเสี้ยวของตัวตนเขา ทุกครั้งที่กราคอสขยับขยายร่างผ่านความว่างเปล่าในตัวเขา มันคือการฉีกกระชากความทรงจำสุดท้ายที่เขามีต่อโลกเบื้องบน

เขามองเห็นภาพหลอนของโอ๊คเมียร์—โรงสีที่เขาเคยดูแล ตาชั่งหลวงที่ตั้งตระหง่านอย่างเที่ยงตรง และใบหน้าของเอลิดี้ที่เต็มไปด้วยความกังวล ภาพเหล่านั้นถูกแทรกสอดด้วยความจริงชุดใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว: ท้องฟ้าที่กลายเป็นสีเลือดนกที่ไม่มีวันตกดิน และพื้นดินที่กลายเป็นของเหลวซึ่งไหลย้อนกลับขึ้นสู่เบื้องบน

'ทำไม...' อัลดริกพยายามจะถาม แต่ความว่างเปล่าในลำคอของเขาทำให้คำพูดนั้นกลายเป็นเพียงแรงสั่นสะเทือนที่ไร้ความหมาย

"เพราะความจริงที่เจ้าพยายามรักษาไว้ คือกรงขังที่ขัดขวางการเติบโต" กราคอสตอบกลับมา เสียงของมันเหมือนกับเสียงของหินนับล้านก้อนที่บดขยี้กัน "เจ้าสร้างความโกลาหลเพื่อทำลายข้า แต่เจ้าลืมไปว่า... ในความโกลาหลนั้นมี 'ความเป็นไปได้' ที่ไร้ขีดจำกัด และข้าคือความเป็นไปได้นั้น"

การปะทะกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หน่วยชำระล้างเริ่มใช้มหาเวทแห่งการกักขัง พยายามจะตรึงรอยแยกให้หยุดนิ่ง แต่กราคอสกลับใช้ความบ้าคลั่งที่อัลดริกทิ้งไว้เป็นแรงส่งในการ 'ระเบิด' รูปร่างออกมา มันไม่ใช่การทำลาย แต่มันคือการ 'นิยาม' ตัวเองขึ้นมาใหม่ผ่านความบิดเบี้ยว

อัลดริกตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่าความพยายามของเขาที่จะเป็น 'ผู้ทำลายพิมพ์เขียว' นั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้ทำลายมัน แต่เขาได้กลายเป็น 'สารเร่งปฏิกิริยา' ที่ทำให้กระบวนการสร้างตัวตนของกราคอสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ความไร้ระเบียบที่เขาคิดว่าเป็นอาวุธ กลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ช่วยให้สิ่งลี้ลับก้าวข้ามขีดจำกัดของพลังงานบริสุทธิ์ไปสู่การมี 'เจตจำนง'

ความเจ็บปวดที่เขาเคยคิดว่าหายไปเพราะการสูญเสียความเป็นมนุษย์ กลับพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง—ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดจากการตระหนักรู้ว่าเขาคือผู้เปิดประตูให้หายนะที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

แสงสว่างจากหน่วยชำระล้างเริ่มจางลงเมื่อถูกกลืนกินโดยความมืดที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ มิติรอบตัวเขาเริ่มสูญเสียความต่อเนื่อง เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงอีกต่อไป อัลดริกเห็นตัวเองในอดีตกำลังชั่งข้าว และเห็นตัวเองในอนาคตที่กลายเป็นเพียงธุลีในความว่างเปล่า ทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกันในจุดเดียว

ในจังหวะที่ความตึงเครียดถึงขีดสุด รอยแยกที่ใหญ่ที่สุดกลางใจของมิติที่แตกสลายก็เริ่มสั่นไหว มันไม่ได้สั่นด้วยแรงลมหรือแผ่นดินไหว แต่มันสั่นด้วย 'เสียง'...

มันคือเสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ และเสียงกระซิบของล้านชีวิตที่ถูกบิดเบือนไปตามกระแสของความจริงใหม่ เสียงเหล่านั้นหลอมรวมกันเป็นทำนองที่น่าสะพรึงกลัว—ทำนองแห่งการกำเนิดใหม่ที่กำลังจะกลืนกินโลกเดิมไปตลอดกาล

อัลดริกพยายามจะเอื้อมมือออกไป—หรือสิ่งที่เคยเป็นมือ—เพื่อไขว่คว้าหาเศษเสี้ยวของความเที่ยงตรงสุดท้าย แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่กำลังมี 'ชื่อ' เรียกขานเขา...

"อัลดริก... ผู้สร้าง... ผู้ทำลาย... ผู้เฝ้ามอง..."

เสียงนั้นไม่ใช่ของกราคอส และไม่ใช่ของหน่วยชำระล้าง แต่มันคือเสียงที่ดังมาจาก 'เบื้องหลัง' ของความจริงทั้งหมดที่เขารู้จัก เป็นเสียงที่เย็นเยียบและทรงอำนาจยิ่งกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเผชิญมา และมันกำลังเรียกหาเขา เพื่อให้เขาเป็นพยานในการล่มสลายครั้งสุดท้าย

--- อัลดริกตระหนักว่าความโกลาหลที่เขาใช้ทำลายพิมพ์เขียวกลับกลายเป็นวัตถุดิบให้กราคอสสร้างตัวตนที่มีเจตจำนงขึ้นมา ท่ามกลางการปะทะกับหน่วยชำระล้าง เขาพบว่าตนเองคือจุดศูนย์กลางของการกำเนิดความจริงชุดใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว