← 章節目錄

The Glass Library

章節 92免費

ตอนที่ 92 — การหายไปของบันทึกปี RY10

เสียงฝีเท้าของเอเลียสดังกระทบพื้นหินอ่อนของหอสมุดกลางเมืองเอลเดอร์เมียร์ เขาลากนิ้วผ่านสันหนังสือหนังแท้ที่เรียงรายเป็นตับ กลิ่นหมึกและกระดาษเก่าแก่ที่คุ้นเคยควรจะทำให้เขาสงบ แต่วันนี้มันกลับทำให้เขารู้สึกระแวง

“มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้” เอเลียสพึมพำกับตัวเองขณะหยุดอยู่ที่หน้าชั้นวางหมวดประวัติศาสตร์ช่วงรอยต่อยุค

เขากวาดสายตามองหาดัชนีที่ระบุถึงเหตุการณ์ความไม่สงบใน RY10 ซึ่งเป็นปีที่ประวัติศาสตร์ของ Castellane ดูเหมือนจะมีรอยโหว่ขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความว่างเปล่า แถวของหนังสือในหมวดที่ควรจะหนาแน่นกลับเบาบางจนเห็นผนังหินด้านหลัง เขาหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาตรวจดูด้วยปลายนิ้วที่สั่นเล็กน้อย

“หายไป... หายไปเกือบทั้งหมวดเลยหรือ?”

“คุณเอเลียสคะ ถ้าจะหาบันทึกช่วงปีนั้น ฉันว่าคุณน่าจะไปหาที่ห้องเก็บต้นฉบับชั้นใต้ดินมากกว่านะคะ” เซเลสเทนเดินเข้ามาพร้อมกับถือตะเกียงผลึกแก้วที่ส่องแสงสีฟ้าอ่อนออกมา เธอขยับแว่นสายตาพลางพูดรัวเร็วตามนิสัย “แต่ฉันต้องเตือนก่อนนะว่าผลึกแก้วในเขตชั้นใต้ดินวันนี้มันสั่นผิดปกติ แสงมันวูบวาบเหมือนมีกระแสเวทมนตร์รบกวน ฉันเพิ่งซ่อมแซมระบบคัดลอกแสงไปเมื่อวานเอง มันไม่ควรจะสั่นแบบนี้!”

เอเลียสถอนหายใจยาว “เซเลสเทน ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังเรื่องเทคนิคของผลึกแก้ว ฉันมาเพื่อหาความจริงเกี่ยวกับ RY10 ทำไมบันทึกการส่งออกตำราและการจัดเก็บภาษีในช่วงปีนั้นถึงถูกเคลื่อนย้ายไปทั้งหมด?”

“ก็... มันเป็นคำสั่งจากราชสำนักไม่ใช่เหรอคะ?” เซเลสเทนตอบเสียงค่อยลง ความร่าเริงเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยแววตากังวล “พวกเขาบอกว่าต้องทำการ ‘ปรับปรุงความถูกต้อง’ ของข้อมูลเพื่อป้องกันความสับสนทางการเมือง แต่ฉันว่ามันดู... เกินกว่าการจัดระเบียบทั่วไปนะ”

เอเลียสไม่ตอบ เขาเดินตรงไปยังห้องเก็บต้นฉบับที่ถูกปิดตายด้วยตราประทับขี้ผึ้งสีแดงของราชสำนัก เขาพยายามใช้กุญแจอาลักษณ์เปิดประตู แต่กลับพบว่ากลไกถูกเปลี่ยนใหม่ เขาต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการต่อรองกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าประตู จนในที่สุดเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบเพียงเพราะเขาเป็นอาลักษณ์อาวุโสที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลระดับสูง

ภายในห้องเก็บต้นฉบับที่มืดสลัว มีเพียงแสงจากผลึกแก้วดวงเล็กๆ ที่ส่องสว่าง เอเลียสเดินสำรวจไปตามชั้นวางที่ว่างเปล่า ความเย็นเยียบของห้องทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาพบเพียงเศษกระดาษที่ถูกเผาไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านในถังขยะโลหะ และรอยขีดข่วนบนชั้นไม้ที่บ่งบอกว่ามีคนลากลังหนังสือออกไปอย่างเร่งรีบ

“ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของบันทึกเหตุการณ์การปะทะที่เขตชายแดนเลยหรือ?” เขาถามตัวเองด้วยความขัดใจ

“คุณเอเลียส...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ

เอเลียสสะดุ้งและรีบหันไปมอง เขาเห็นชายในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ระดับล่างของราชสำนักยืนหลบอยู่หลังเสาหิน ใบหน้าของชายคนนั้นซีดเผือด เหงื่อผุดพรายตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเหมือนคนที่กำลังถูกล่า

“คุณคือเอเลียสใช่ไหม? อาลักษณ์ผู้เที่ยงธรรม?” เจ้าหน้าที่คนนั้นก้าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก เขาพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องราวกับกลัวว่าจะมีใครแอบฟังอยู่

“คุณเป็นใคร? เข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ได้ยังไง?” เอเลียสพยายามรักษาท่าทีเคร่งขรึม แม้หัวใจจะเต้นแรงขึ้น

“ผม... ผมไม่มีเวลาแล้ว” เจ้าหน้าที่คนนั้นขยับเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงพร่า “พวกเขาไม่ได้แค่ย้ายหนังสือ... พวกเขากำลังลบมันทิ้ง สิ่งที่คุณเห็นในบันทึกเก่าแก่... เรื่องคำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... มันไม่ได้เป็นแค่ตำนาน แต่มันคือเหตุผลที่พวกเขาทำลาย RY10 เพื่อปกปิดร่องรอยของนิมิตนั้น!”

“พูดเรื่องอะไรของคุณ? ความสมดุลอะไรกัน?” เอเลียสขมวดคิ้ว ความสับสนเริ่มเข้าครอบงำ

“ฟังนะ! ผมหาข้อมูลนี้มาได้จากห้องทำงานของขุนนางคนหนึ่ง...” เจ้าหน้าที่คนนั้นยัดวัตถุบางอย่างใส่มือเอเลียสอย่างรวดเร็ว “เก็บมันไว้ อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด แม้แต่เซเลสเทนหรือบรอนเวน...”

ก่อนที่เอเลียสจะได้ถามต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารราชสำนักกลุ่มหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านนอก เสียงเกราะกระทบกันดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน

“นั่นใครอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้น

เจ้าหน้าที่คนนั้นสะดุ้งสุดตัว เขาหันหลังกลับและวิ่งหายเข้าไปในเงามืดของชั้นหนังสืออย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เอเลียสยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เอเลียสรีบกำสิ่งที่ได้รับมาไว้ในฝ่ามือแน่น เขารู้สึกถึงความเย็นและผิวสัมผัสที่ขรุขระของโลหะ

เขาลอบถอยเข้าหลังเสาต้นใหญ่เมื่อกลุ่มทหารเดินผ่านหน้าเขาไปพร้อมกับคบไฟที่ส่องสว่างวูบวาบ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและทหารกลุ่มนั้นเดินลับหายไป เอเลียสจึงค่อยๆ แบมือออกดูในแสงสลัวของผลึกแก้ว

มันคือเหรียญโลหะเก่าๆ ที่มีรอยสึกหรอจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร แต่ที่ตรงกลางเหรียญมีตราประทับที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—มันไม่ใช่ตราของ Castellane และไม่ใช่ตราของอาลักษณ์ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งที่เก่าแก่กว่านั้น

เอเลียสกำเหรียญนั้นไว้แน่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเหรียญนี้เกี่ยวอะไรกับความพินาศของ RY10 และความลับที่ราชสำนักพยายามฝังกลบไว้ใต้ชั้นหนังสือเหล่านี้

--- เอเลียสพยายามสืบค้นบันทึกประวัติศาสตร์ปี RY10 แต่กลับพบว่าข้อมูลส่วนใหญ่ถูกทำลายหรือเคลื่อนย้ายไปโดยราชสำนัก จนกระทั่งเขาได้รับเหรียญปริศนาจากเจ้าหน้าที่ราชสำนักที่กำลังหวาดกลัว ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความลับที่ถูกปิดบังไว้