ตอนที่ 87 — การเคลื่อนไหวของฟันเฟืองในจัตุรัสกลางเมือง
เสียงฝีเท้าของเอเลียสกระทบกับพื้นหินอ่อนของจัตุรัสกลางเมืองเอลเดอร์เมียร์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขากระชับผ้าคลุมไหล่สีน้ำเงินเข้มให้เข้าที่ พลางกวาดสายตามองดูความเคลื่อนไหวรอบตัว 'วันนี้แดดแรงกว่าปกติ หรือว่าผลึกแก้วในหอคอยกลางกำลังเร่งการทำงานกันแน่' เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาหยุดลงที่กลุ่มอาลักษณ์แสงกลุ่มหนึ่งที่กำลังจัดเรียงม้วนกระดาษบนรถลากไม้
"เอเลียส! ดูนั่นสิ!" เซเลสเทนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเขา ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อจากการออกแรงวิ่ง พลางชี้ไปยังลานกว้างด้านหน้า "ความเข้มข้นของแสงในผลึกแก้วรอบจัตุรัสเพิ่มขึ้นอีก 15 เปอร์เซ็นต์แล้ว ฉันเพิ่งเช็คค่าความเสถียรจากห้องปฏิบัติการ มันเสถียรจนน่าเหลือเชื่อเลยล่ะ!"
เอเลียสขมวดคิ้ว พยายามปรับจังหวะการเดินให้เข้ากับความรวดเร็วของเธอ "15 เปอร์เซ็นต์งั้นหรือ? นั่นหมายความว่าพวกอาลักษณ์ต้องใช้พลังงานจากผลึกแก้วมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเพื่อรักษาความสว่างระดับนั้น ทำไมถึงไม่มีรายงานเรื่องการใช้พลังงานเกินขนาดส่งมาที่โต๊ะฉัน?"
"ก็เพราะทุกคนกำลังทำงานร่วมกันไงล่ะ!" เซเลสเทนตอบพลางใช้มือทำท่าประกอบอย่างรวดเร็ว "ดูตรงนั้นสิ กลุ่มช่างเทคนิคกำลังช่วยกันปรับสมดุลแสงให้เข้ากับจังหวะการคัดลอกของอาลักษณ์ ไม่มีการขัดแย้งเรื่องลำดับการส่งต่อตำรา ไม่มีการแย่งชิงทรัพยากรผลึก ทุกอย่างไหลลื่นเหมือนน้ำที่ถูกเทลงในร่องที่เตรียมไว้เป๊ะ" เธอหัวเราะเบาๆ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "มันดู... สมบูรณ์แบบเกินไปหน่อยไหม?"
เอเลียสหยุดเดิน เขาจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังทำงานร่วมกันอย่างไม่ลดละ ช่างแกะสลักหินกำลังช่วยอาลักษณ์ยกแท่นวางผลึกแก้วขึ้นสู่ที่สูงโดยไม่ต้องมีคำสั่งซ้ำซ้อน ราวกับว่าทุกคนรู้หน้าที่ของตนเองผ่านจังหวะการหายใจเดียวกัน เขาเห็นบรอนเวนเดินผ่านมาไกลๆ เธอไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการยืนพิงเสาหินและมองดูความวุ่นวายนี้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เธอขยับริมฝีปากคล้ายจะประชดประชันอะไรบางอย่างเมื่อเห็นกลุ่มคนชุดขาวเดินผ่านไปอย่างเป็นระเบียบ
"ความสามัคคีที่ไร้รอยต่อ..." เอเลียสเอ่ยเสียงเรียบ "มันดูเหมือนฟันเฟืองที่ถูกชโลมด้วยน้ำมันชั้นดี จนไม่มีเสียงเสียดสีให้ได้ยินแม้แต่น้อย"
"แต่มันคือความเจริญรุ่งเรืองนะเอเลียส!" เซเลสเทนแย้ง เธอคว้าแขนเขาแล้วลากไปทางตลาดกลาง "ดูการส่งออกตำราสิ บันทึกประวัติศาสตร์ชุดใหม่กำลังถูกบรรจุลงหีบไม้โอ๊กเพื่อส่งไปยังชายแดนแคสเทลเลน ทุกอย่างรวดเร็วขึ้นเพราะทุกคนยอมรับในกฎระเบียบใหม่ ไม่มีการหยุดชะงักเหมือนช่วง RY10 อีกแล้ว"
เอเลียสยอมเดินตามแรงลากของเธอ เขาเห็นภาพตรงหน้า: ตลาดที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโต้เถียงเรื่องราคาสินค้าและข้อพิพาทเรื่องสิทธิในตำรา กลับกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินสวนกันด้วยจังหวะที่สอดประสานกัน พ่อค้าหยิบส่งของให้อาลักษณ์อย่างรวดเร็ว อาลักษณ์ลงตราประทับด้วยแสงวิเศษอย่างแม่นยำ ทุกคนดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ถูกขีดเขียนไว้ล่วงหน้า
"ดูนั่นสิ" เซเลสเทนกระซิบพลางชี้ไปที่บันทึกโบราณที่ถูกตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจกกลางจัตุรัส "แม้แต่ในบันทึกเก่าแก่ที่บรอนเวนเคยพบ... ที่พูดถึงคำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่าความสมดุลที่เรามีอยู่ มันใกล้เคียงกับสิ่งที่บันทึกนั้นว่าไว้มากเหลือเกิน"
เอเลียสไม่ได้ตอบ เขาเดินเข้าไปใกล้ตู้กระจก สายตาของเขาจับจ้องไปที่ตัวอักษรที่สะท้อนแสงวิเศษออกมา เขาไม่ได้เห็นเพียงแค่ความรุ่งเรือง แต่เขาเห็น 'ความตั้งใจ' ที่แฝงอยู่ในทุกการกระทำของผู้คน เมืองเอลเดอร์เมียร์กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยแรงผลักดันที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่แค่การทำงานเพื่อเงินหรือเพื่อตำแหน่ง แต่มันคือการทำงานเพื่อรักษาโครงสร้างที่พวกเขาทั้งหมดเชื่อมั่น
"ความสามัคคีนี้..." เอเลียสพึมพำขณะมองดูแสงจากผลึกแก้วที่ส่องสว่างเหนือเมือง "หากมันคือรากฐานของอนาคต ฉันก็ต้องเป็นคนดูแลไม่ให้ใครมาทำลายมัน"
ทันใดนั้น เสียงระฆังจากหอคอยกลางก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณการเปลี่ยนกะการทำงาน แสงจากผลึกแก้วเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีทองเข้มสว่างจ้าไปทั่วทั้งจัตุรัส เอเลียสมองเห็นกลุ่มคนชุดขาวที่เดินผ่านไปก่อนหน้านี้ หยุดยืนนิ่งตรงหน้าประตูหอจดหมายเหตุหลัก พวกเขาประสานมือกันและเริ่มเปล่งแสงจางๆ ออกมาจากฝ่ามือ ท่ามกลางเสียงกระซิบของเมืองที่กำลังก้าวไปข้างหน้า
เอเลียสเห็นมือของอาลักษณ์คนหนึ่งที่กำลังเขียนตำรา สั่นเทาเพียงเล็กน้อยก่อนจะกลับมามั่นคงอีกครั้ง เขาไม่ได้หันไปมองบรอนเวนที่ยังคงยืนอยู่ในเงามืด แต่เขารู้ว่าเธอกำลังมองดูสิ่งเดียวกัน เขาขยับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่จะต้องรักษาความสงบเรียบร้อยนี้ไว้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อไป แสงสีทองจากผลึกแก้วกลับวูบไหวอย่างรุนแรงเพียงเสี้ยววินาที ราวกับมีบางอย่างที่มองไม่เห็นพยายามจะแทรกซึมเข้ามาในกระแสแสงนั้น เอเลียสชะงักฝีเท้าลงทันที เขามองไปที่ขอบฟ้าที่แสงกำลังจะลับหายไป แต่เขากลับเห็นเงาของอักขระประหลาดลอยเด่นขึ้นมาบนพื้นถนนชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปในความสว่างจ้าของเมืองที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนี้
--- เอเลียสเฝ้าสังเกตความเจริญรุ่งเรืองและความสามัคคีที่ดูผิดปกติของเมืองเอลเดอร์เมียร์ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการทำงานที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางความสงบนั้นเขาพบความผิดปกติเล็กน้อยในแสงวิเศษที่อาจบ่งบอกถึงบางสิ่งที่กำลังคุกคามความสมบูรณ์แบบนี้