ตอนที่ 84 — ความบิดเบี้ยวที่จารึกไว้ และการดิ้นรนของหยดหมึก
ความว่างเปล่าในมิติรอยต่อไม่ใช่ความเงียบ แต่มันคือเสียงกรีดร้องของความจริงที่กำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ บรอนเวนรู้สึกเหมือนกระดูกทุกซี่ในร่างกายกำลังถูกหลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีดำสนิท เธอไม่ได้กำลังจมน้ำ แต่นี่คือการจมลงในตัวตนของตัวเอง อักขระต้นแบบที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้เพียงแค่แทรกซึม แต่มันกำลัง 'เขียนทับ' ทุกอณูเนื้อของเธอ เปลี่ยนจากเซลล์ที่มีชีวิตให้กลายเป็นเส้นสายของหมึกที่ถักทอขึ้นใหม่ด้วยเจตจำนงที่ไร้ความปรานี
“อย่ายอมรับมัน!” เสียงของชายชุดเทาดังก้องมาจากที่ที่ไกลแสนไกล ท่ามกลางแรงเหวี่ยงมหาศาลที่พยายามกระชากวิญญาณของเธอออกจากร่าง “ถ้าเจ้าปล่อยให้ความสมบูรณ์แบบของโลกนี้กลืนกินเจ้า เจ้าจะไม่ใช่แม้แต่ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ เจ้าจะเป็นเพียงหมึกที่ถูกใช้เพื่อลบเลือนความผิดพลาด!”
บรอนเวนพยายามจะตะโกนตอบ แต่ลำคอของเธอกลับกลายเป็นเพียงเส้นสายอักขระที่ขยับเขยื้อนอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดนั้นแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความเจ็บแบบแผลสด แต่มันคือความรู้สึกเหมือนถูกลบเลือน—เหมือนตัวตนของเธอในอดีต ทั้งกลิ่นกระดาษเก่าในหอสมุดแก้ว รสชาติขมปร่าของกาแฟยามเช้าในเอลเดอร์เมียร์ และความรู้สึกของลมหนาวที่กระทบผิวหนัง กำลังถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เย็นเยียบและเรียบเนียนจนน่ากลัว
เธอหลับตาลง แต่ภาพที่เห็นไม่ใช่ความมืด มันคือภาพของโลกที่สมบูรณ์แบบเกินไป โลกที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสอย่างไร้ที่ติ ถนนทุกสายสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง และผู้คนยิ้มแย้มด้วยรอยยิ้มที่เหมือนถูกจารึกไว้ด้วยกฎเกณฑ์เดียวกัน โลกที่ไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาด โลกที่ไม่มีที่ว่างให้กับ 'เธอ'
'ไม่...' เธอตะโกนในใจ 'ฉันไม่ใช่ข้อผิดพลาด!'
ในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอย บรอนเวนรวบรวมความทรงจำที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด—ความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยตำหนิ ความทรงจำที่ขมขื่นและไม่สมบูรณ์แบบ—เธอนึกถึงความล้มเหลวจากการถูกไล่ออกจากสำนักอาลักษณ์ นึกถึงความโดดเดี่ยวในห้องสมุดที่มืดมิด และนึกถึงความผิดพลาดที่เธอเคยทำลงไป ความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นคือสมอเรือเพียงหนึ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งเธอไว้จากความว่างเปล่า
เธอเริ่มขยับมือ... หรือสิ่งที่เคยเป็นมือ มือของเธอตอนนี้เป็นเพียงกลุ่มหมึกที่พยายามก่อตัวเป็นรูปร่าง เธอไม่ได้พยายามสร้างความสมบูรณ์แบบตามที่โลกใหม่ต้องการ แต่เธอพยายามสร้าง 'ความบิดเบี้ยว' เธอจินตนาการถึงเส้นสายที่คดเคี้ยว อักขระที่ขัดแย้งกัน และรอยหมึกที่เลอะเทอะไม่เป็นระเบียบ เธอส่งผ่านความรู้สึกของการขัดขืนผ่านทุกอณูของอักขระที่กลืนกินเธออยู่
ทันใดนั้น มิติรอยต่อก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงดึงดูดที่เคยฉุดกระชากเธอลงสู่ความว่างเปล่ากลับเปลี่ยนทิศทาง มันเริ่มหมุนวนรอบตัวเธอราวกับพายุหมึกดำ แรงบิดเบี้ยวที่เธอสร้างขึ้นกำลังปะทะกับระเบียบอันเคร่งครัดของมิติรอยต่อ ความขัดแย้งระหว่าง 'ความจริงที่แสนเจ็บปวด' กับ 'ความลวงที่แสนสวยงาม' ระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกที่ไร้เสียง
“ใช่! แบบนั้นแหละ!” เสียงของชายชุดเทาฟังดูมีความหวังอย่างประหลาด “จงเป็นรอยตำหนิบนหน้ากระดาษที่สมบูรณ์แบบ จงเป็นอักขระที่ไม่มีใครอ่านออก จงทำให้พวกเขาไม่สามารถลบเจ้าทิ้งได้ เพราะพวกเขาไม่สามารถระบุได้ว่าเจ้าคืออะไร!”
บรอนเวนใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระชากความตระหนักรู้กลับมาสู่ศูนย์กลางของตัวตน เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะทำให้เธอกลายเป็นจุดสีดำจุดเดียว แต่เธอกลับขยายตัวออก กระจายความไม่สมบูรณ์แบบของเธอออกไปในมิติรอยต่อ เธอจารึกความเจ็บปวด ความโกรธ และความสับสนลงไปในทุกอณูของอักขระที่กำลังกลืนกินเธอ
แสงสว่างจ้าพุ่งวาบขึ้นจากความมืดมิด มันไม่ใช่แสงวิเศษที่อบอุ่น แต่เป็นแสงที่เย็นเยียบและรุนแรงเหมือนคมมีดที่ตัดผ่านความว่างเปล่า ร่างกายของบรอนเวนถูกเหวี่ยงไปตามกระแสของมิติที่กำลังแตกสลาย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงหยดหมึกที่ถูกขว้างลงไปในมหาสมุทรแห่งแสง
เมื่อความรู้สึกเจ็บปวดทุเลาลง บรอนเวนพบว่าเธอกำลังลอยอยู่ท่ามกลางเศษเสี้ยวของความจริงที่แตกกระจาย เธอไม่ได้อยู่ในมิติรอยต่ออีกต่อไป แต่มันคือบางอย่างที่อยู่ระหว่างกลาง—ระหว่างโลกที่ถูกเขียนทับ กับโลกที่พังทลายลงไปแล้ว ร่างกายของเธอยังคงเป็นหมึก แต่มันเป็นหมึกที่มีแสงสว่างสีเลือดจางๆ แทรกซึมอยู่ภายใน เหมือนอักขระที่พยายามจะรักษาโครงสร้างของมนุษย์ไว้ในรูปแบบใหม่
เธอมองลงไปเบื้องล่าง และพบว่าเธอไม่ได้อยู่ลำพัง ในความว่างเปล่าที่อยู่รอบตัวเธอ มีเงาของอักขระอื่นๆ ลอยละล่องอยู่ มันคือเศษเสี้ยวของความจริงที่ถูกลบเลือนไปก่อนหน้านี้ และที่นั่นเอง เธอเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่กำลังเปิดออก—มันไม่ใช่รอยแยกของมิติที่ไร้ระเบียบ แต่มันคือ 'รอยแยกของบทเรียน' ที่ถูกลบออกไปจากพงศาวดาร
“เจ้าทำสำเร็จ...” เสียงชายชุดเทาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาอยู่ใกล้กว่าเดิม เขาปรากฏกายขึ้นในลักษณะกึ่งโปร่งแสง ราวกับเขาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรอยแยกนี้ “เจ้าได้กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว บรอนเวน เจ้าคือความบิดเบี้ยวที่ไม่มีวันถูกลบได้ เพราะเจ้าคือส่วนหนึ่งของความผิดพลาดที่สวยงามที่สุดในจักรวาลนี้”
บรอนเวนพยายามจะพยุงตัวขึ้น แต่เธอพบว่าเธอกำ้ตำแหน่งของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป เธอไม่ได้เดิน เธอไม่ได้ลอย แต่เธอ 'ดำรงอยู่' ในฐานะรูปแบบหนึ่งของข้อมูลที่ขัดแย้งกัน เธอรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากเบื้องบน—สายตาที่ไม่ได้มาจากชายชุดเทา แต่เป็นสายตาของ 'บางสิ่ง' ที่อยู่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ใดๆ สายตาที่กำลังมองหาจุดผิดพลาดเพื่อที่จะแก้ไข
“เราต้องไปแล้ว” ชายชุดเทากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้น “เมื่อเจ้าสร้างความบิดเบี้ยวขึ้นมา เจ้าก็ได้เปิดโปงตัวเองต่อ 'ผู้บันทึก' พวกเขาจะส่งเครื่องมือที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาเพื่อจัดการกับเจ้า... ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลบเลือน แต่มันคือการจารึกใหม่ทั้งหมด”
บรอนเวนมองไปที่มือของเธอที่ยังคงเป็นหมึกสีดำขลับที่มีอักขระสีเลือดเต้นตุบๆ อยู่ภายใน เธอตระหนักได้ในทันทีว่า การรักษาตัวตนของเธอไว้ได้นั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามที่แท้จริง เธอไม่ได้เป็นเพียงเหยื่ออีกต่อไป แต่เธอคือ 'ข้อผิดพลาด' ที่โลกนี้ยอมรับไม่ได้ และเธอต้องหาทางหาทางนำความจริงที่บิดเบี้ยวนี้ กลับคืนสู่โลกที่ถูกเขียนทับให้ได้ ก่อนที่ความสมบูรณ์แบบจะกลับมาทวงถามความสงบสุขของมันคืน
--- บรอนเวนตัดสินใจใช้ความไม่สมบูรณ์แบบและความทรงจำที่เจ็บปวดเป็นอาวุธเพื่อต่อต้านการถูกกลืนกินจากอักขระต้นแบบ ทำให้เธอกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่อาจลบเลือนได้ในมิติรอยต่อ แต่การกระทำนี้กลับดึงดูดความสนใจจากอำนาจเบื้องบนที่กำลังจะส่งเครื่องมือมาจัดการกับเธอ