ตอนที่ 81 — รอยจารึกบนผิวหนังและหยดน้ำตาแห่งความจริง
ความเงียบในโลกใบนี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเกินไป บรอนเวนพยายามก้าวเดินไปบนพื้นหินที่เรียบเนียนจนผิดปกติของหอสมุดเก่า ทุกย่างก้าวของเธอไม่ได้ส่งเสียงสะท้อนอย่างที่ควรจะเป็น ราวกับว่ามิตินี้ไม่ได้ยอมรับการมีอยู่ของน้ำหนักและแรงกระแทก เธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากใต้ฝ่าเท้า แต่มันไม่ใช่ความเย็นของหิน มันคือความเย็นของความไม่มีอยู่จริง
เธอก้มลงมองมือของตัวเอง แสงสว่างที่นุ่มนวลเกินไปของโลกใบนี้ทำให้เห็นความน่าสะพรึงกลัวได้ชัดเจนกว่าความมืด ผิวหนังบริเวณข้อมือของเธอไม่ได้เป็นสีเนื้ออีกต่อไป แต่มันถูกอาบด้วยลวดลายอักขระสีดำขลับที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับสิ่งมีชีวิต เส้นสายเหล่านั้นไม่ได้เพียงแค่แปะอยู่บนผิว แต่มันกำลังแทรกซึมเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อและเส้นเลือด ทุกครั้งที่หัวใจเต้น อักขระเหล่านั้นจะวูบวาบเหมือนหมึกที่ถูกหยดลงในน้ำใส ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้แหลมคม แต่มันเป็นความรู้สึกหน่วงและหนักอึ้ง เหมือนมีใครบางคนกำลังเขียนประวัติศาสตร์ของเธอลงบนร่างกายของเธอเองด้วยเข็มที่อาบด้วยน้ำหมึก
"อย่าจ้องมันนานเกินไป" เสียงทุ้มต่ำของชายชุดเทาดังขึ้นจากเงามืดข้างชั้นหนังสือ "ยิ่งคุณพยายามตระหนักถึงการมีอยู่ของมัน ตัวตนของคุณก็จะยิ่งถูกล็อกให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมันเร็วขึ้น"
บรอนเวนสะดุ้ง ลมหายใจของเธอติดขัด "ฉันกำลังจะหายไปใช่ไหม?" เธอถาม เสียงของเธอแหบพร่า "ถ้าฉันกลายเป็นหมึกไปทั้งหมด ฉันจะยังเหลือความเป็น 'ฉัน' อยู่ไหม หรือฉันจะเป็นเพียงแค่คำพยากรณ์ที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง"
ชายชุดเทาก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าภายใต้แสงสว่างที่ไร้ที่ติของโลกใหม่นี้ "ในโลกที่ถูกเขียนทับแบบนี้ ความหมายของคำว่า 'ฉัน' กำลังถูกนิยามใหม่ บรอนเวน คุณไม่ใช่แค่คนธรรมดาอีกต่อไป คุณคือความผิดพลาดที่สวยงาม เป็นหมึกที่กระเด็นออกจากปากกาของกลุ่มคนชุดขาว และนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้โลกใบนี้ยังมีความจริงหลงเหลืออยู่"
พวกเขาเดินผ่านโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่ดูสมบูรณ์แบบเกินไป หนังสือทุกเล่มวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบไร้ฝุ่นละออง ไม่มีรอยยับ ไม่มีรอยขาด ไม่มีแม้แต่กลิ่นอับของกระดาษเก่าที่เธอเคยหลงรักในหอสมุดแก้ว ทุกอย่างที่นี่ดูสะอาดสะอ้านจนน่าคลื่นไส้ มันเหมือนกับภาพวาดที่ถูกระบายสีทับลงไปบนภาพเดิมที่เน่าเฟะ เพื่อปกปิดรอยร้าวที่แท้จริงเอาไว้
"หอสมุดเก่าแห่งนี้... มันคืออะไรกันแน่" บรอนเวนถามขณะที่ความเจ็บปวดที่ข้อมือเริ่มลามขึ้นมาถึงต้นแขน ลวดลายอักขระเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น"
"มันคือเศษซากของความทรงจำที่ถูกลืม" ชายชุดเทาตอบโดยไม่หันมามอง "ที่นี่คือที่ที่ความจริงที่ไม่ถูกเลือกจะมาพำนักอยู่ ก่อนที่พวกคนชุดขาวจะตามมาลบมันทิ้งทั้งหมด หากคุณต้องการรักษาตัวตน คุณต้องหา 'ต้นฉบับ' ให้เจอ—ไม่ใช่แค่เศษเสี้ยวของมัน แต่คือแก่นแท้ที่แม้แต่แสงวิเศษก็ไม่อาจเข้าถึง"
ทันใดนั้น ผนังหินของหอสมุดก็เริ่มสั่นสะเทือน ไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากการพังทลาย แต่เป็นการสั่นสะเทือนจากการถูก 'แก้ไข' บรอนเวนมองเห็นรอยแยกสีขาวโพลนปรากฏขึ้นบนผนัง มันไม่ได้เป็นรอยแตกของหิน แต่มันคือรอยลบที่เหมือนมีใครเอาลิควิดขนาดมหึมามาป้ายทับความจริงตรงหน้า
"พวกมันมาแล้ว" ชายชุดเทาเอ่ยขึ้น มือของเขาแตะที่ด้ามมีดข้างเอว "พวกคนชุดขาวไม่ได้ต้องการแค่ลบเรา แต่พวกมันกำลังเริ่ม 'เขียนทับ' พื้นที่นี้แล้ว"
บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงขึ้น อักขระบนผิวหนังของเธอเริ่มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นกระดาษเก่า เสียงกระซิบของแสงวิเศษ และความรู้สึกยามที่เธอถูกผลักออกจากสำนักอาลักษณ์ พรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่าไหลหลาก เธอต้องคว้าเก็บพวกมันไว้ ราวกับว่าถ้าเธอเผลอเพียงวินาทีเดียว ทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงหมึกสีดำที่ไร้ความหมาย
"บรอนเวน! ตั้งสติ!" ชายชุดเทาตะโกนพลางคว้าไหล่เธอไว้ "อย่าให้ความสมบูรณ์แบบนี้หลอกคุณ มันไม่มีความจริงอยู่ในนี้เลย!"
แสงสว่างวาบขึ้นที่ปลายทางเดิน ร่างในชุดขาวที่ดูสะอาดสะอ้านและไร้ที่ติปรากฏตัวขึ้น พวกเขาไม่ได้เดิน แต่ดูเหมือนจะถูก 'จารึก' ลงในพื้นที่นั้นโดยตรง ใบหน้าของพวกเขาเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก ไร้แม้แต่เงาตกกระทบ ทุกอย่างดูเหมือนภาพพิมพ์ที่สมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต
บรอนเวนรู้สึกได้ว่าอักขระที่ข้อมือของเธอกำลังกรีดร้อง มันไม่ได้เจ็บปวดแบบแผลสด แต่มันเจ็บปวดเหมือนจิตวิญญาณกำลังถูกดึงออกมาจากร่าง เธอพยายามจะตะโกน แต่เสียงที่หลุดออกมากลับกลายเป็นเพียงตัวอักษรที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศก่อนจะสลายไป
"การมีอยู่ของคุณคือความไม่เป็นระเบียบ" หนึ่งในคนชุดขาวกล่าวขึ้น เสียงของเขาไม่มีโทนเสียงสูงต่ำ มันคือเสียงที่ถูกบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก "เราจะเปลี่ยนความโกลาหลของคุณ ให้กลายเป็นบทกวีที่งดงามและถาวร"
เมื่อมือของคนชุดขาวเอื้อมมาหาเธอ บรอนเวนไม่ได้ถอยหนี เธอรวบรวมความเจ็บปวดทั้งหมดที่มี เปลี่ยนความเจ็บปวดนั้นให้เป็นแรงผลักดัน เธอพยายามใช้พลังจากอักขระในสายเลือดที่กำลังกลืนกินเธอ กระชากความทรงจำสุดท้ายที่เจ็บปวดที่สุด—ความทรงจำที่เธอถูกลบชื่อออกจากพงศาวดาร—มาเป็นอาวุธ
แสงสีแดงฉานของพงศาวดารสีเลือดปะทะเข้ากับแสงสีขาวบริสุทธิ์ เกิดเป็นระเบิดของข้อมูลที่รุนแรงจนมิติรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยว บรอนเวนรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังถูกฉีกออกเป็นหน้ากระดาษเล็กๆ และถูกพับเข้าหากันใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในจังหวะที่เธอกำลังจะสูญสิ้นการรับรู้ เธอเห็นแสงสีเทาจางๆ พุ่งตรงมาจากทิศทางที่ชายชุดเทาอยู่ มันคือแสงที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สะอาดสะอ้าน แต่มันคือแสงเดียวที่เธอรู้สึกได้ว่ามัน 'จริง'
ก่อนที่สติจะดับวูบ บรอนเวนเห็นข้อความประโยคหนึ่งถูกจารึกขึ้นบนพื้นหินที่กำลังแตกสลาย มันไม่ใช่ข้อความที่พยากรณ์อนาคต แต่มันคือข้อความที่บอกถึงสิ่งที่เธอกำลังจะเป็น...
"หากเจ้ากลายเป็นหมึก จงจำไว้ว่า หมึกมีหน้าที่เพียงเพื่อบันทึกความจริง ไม่ใช่เพื่อสร้างความลวง"
แล้วความมืดที่แท้จริง—ความมืดที่ไม่มีแสงสีขาวใดๆ เข้ามาแทรกแซงได้—ก็เข้าครอบงำเธอไปจนสิ้น
--- บรอนเวนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดขาวในหอสมุดเก่าที่กำลังถูกเขียนทับ ร่างกายของเธอถูกอักขระกลืนกินอย่างรุนแรงจนเกือบสูญเสียตัวตน ก่อนจะเกิดการปะทะกันของความจริงและคำลวงที่นำพาเธอเข้าสู่สภาวะที่ไม่อาจคาดเดา