ตอนที่ 51 — บทสนทนาในห้องเงา
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดผ่านประตูเหล็กหนาทึบ บรอนเวนขมวดคิ้วขณะพยายามเพ่งมองผ่านรอยร้าวเล็กๆ บนผนังคุกใต้ดิน นี่ไม่ใช่เสียงหัวเราะของผู้คุม แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยจนน่าประหลาดใจเสียยิ่งกว่า ชายตรงหน้าเธอ—หรือควรเรียกว่า ‘ตัวเธอ’ อีกคน—ยังคงยิ้มกว้าง ดวงตาของเขาเป็นประกายราวกับกำลังดื่มด่ำกับความมืดมิดรอบกาย
“ตลกดีนะ” เสียงนั้นกล่าว ราวกับอ่านความคิดของบรอนเวนออก “การได้เห็น ‘ตัวเอง’ ในสภาพแบบนี้ มันช่างน่าบันเทิงใจเสียจริง”
“แกเป็นใคร?” บรอนเวนถามเสียงแหบพร่า ปากแห้งผากจนแทบจะปริแตก เธอพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องขังที่เล็กและอับชื้น ผนังหินเย็นเฉียบ มีเพียงคบเพลิงริบหรี่ที่ให้แสงสว่างเพียงน้อยนิด ท่ามกลางความมืดนั้น มีรอยอักขระสีแดงสดสลักอยู่บนพื้น เป็นข้อความที่เธอจำได้แม่นยำ มันเป็นคำเตือนที่เขียนด้วยลายมือของเธอเอง “ทำไมแกถึงมีหน้าตาเหมือนฉัน?”
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง คราวนี้ฟังดูราวกับมีใครกำลังบีบคอแมว “คำถามที่สาม แต่คำตอบยังคงเหมือนเดิมนะ บรอนเวน ‘ฉัน’ ก็คือ ‘เธอ’ นั่นแหละ เพียงแต่เป็น ‘เธอ’ ที่เลือกเส้นทางที่ต่างออกไป… เส้นทางที่นำไปสู่การเป็น ‘ผู้เขียน’ ที่แท้จริง” เขาชูปากกาหมึกแดงในมือขึ้น แสงจากคบเพลิงสะท้อนประกายวาววับบนปลายปากกา “ไม่ใช่แค่ ‘ผู้คัดลอก’ หรือ ‘ผู้ถูกคัดลอก’ อย่างที่เธอกำลังจะเป็น”
บรอนเวนเม้มปากแน่น เธอจำได้ถึงความรู้สึกเหล่านั้น ความรู้สึกที่ร่างกายกำลังกลายเป็นหมึก ความรู้สึกที่ตัวตนกำลังถูก ‘เขียนทับ’ โดยใครบางคน หรือบางสิ่งบางอย่าง “แกหมายความว่ายังไง? ใครคือ ‘ผู้เขียน’?”
“ก็คนที่กำลังอยู่ตรงหน้าเธอไงล่ะ” เขาผายมือมาทางตัวเอง “ฉันคือตัวแทนของ ‘ผู้บันทึกดั้งเดิม’ ผู้ที่ตัดสินใจว่าเรื่องราวใดควรถูกจารึก และเรื่องราวใดควรถูกลบทิ้ง” เขายิ้มกว้างขึ้นอีก “และเธอน่ะ… เธอช่างน่าสนใจเหลือเกิน การที่เธอพยายามต่อต้านการถูกเขียนทับ การที่เธอพยายามรักษา ‘ตัวตน’ ของตัวเองไว้ มันเหมือนกับการต่อต้านกฎแห่งธรรมชาติ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ต้อง ‘ลบทิ้ง’ ไป”
“แกจะทำอะไร?” น้ำเสียงของบรอนเวนสั่นเครือ เธอพยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจาย ราวกับเศษกระดาษที่กำลังจะปลิวไปกับลม “แกจะเขียนอะไรลงไป?”
“ก็เรื่องราวที่ควรจะเป็นสิ” ชายคนนั้นกล่าวขณะก้าวเข้ามาใกล้ “เรื่องราวของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ถูก ‘ล้างกระดาน’ ให้กลับสู่ความว่างเปล่า เพื่อให้ ‘ผู้บันทึกดั้งเดิม’ สามารถเริ่มต้นการสร้างสรรค์ใหม่ได้ โดยปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ และเธอ… เธอคือข้อผิดพลาดชิ้นใหญ่ที่สุดที่ต้องถูกแก้ไข”
เขาย่อตัวลง ยื่นปากกาหมึกแดงมาจ่อที่หน้าผากของบรอนเวน ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอเต็มๆ “อย่าคิดว่าการหลอมรวมกับอักขระสีเลือด หรือการกลายเป็นหมึกจารึกเรื่องราวของผู้อื่นจะทำให้เธอพ้นไปได้นะ บรอนเวน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกอย่างจะถูกเขียนทับด้วยหมึกที่แท้จริง… หมึกแห่งความจริงที่ถูกกำหนดโดยผู้เขียน”
บรอนเวนหลับตาลง พยายามนึกถึงภาพของชายชุดเทา ความทรงจำเกี่ยวกับหอสมุดแก้ว แสงวิเศษ และความรู้สึกที่เธอเคยมีต่อ Bevan และ Gwynn เธอพยายามยึดมั่นในสิ่งเหล่านั้น ราวกับสมอเรือที่กำลังจะถูกพายุพัดพาไป “ฉันจะไม่ยอมให้แกทำลายทุกสิ่ง” เธอพูดเสียงแข็ง
“แต่นั่นคือสิ่งที่เธอเป็น ผู้ทำลาย” เสียงของชายคนนั้นดังขึ้นอยู่ข้างหูเธอ “เธอคือต้นเหตุของความโกลาหลนี้ เธอคือผู้ที่ปลุก ‘บางสิ่ง’ ขึ้นมา และการดำรงอยู่ของเธอคือความผิดพลาดที่ต้องถูกแก้ไข”
ทันใดนั้น ปลายปากกาหมึกแดงก็กดลงบนหน้าผากของบรอนเวน เธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกราวกับมีเข็มเล็กๆ นับล้านเล่มกำลังแทงทะลุเข้าไปในทุกอณูของเซลล์ ภาพเบื้องหน้าของเธอพร่ามัวลง แสงไฟจากคบเพลิงเริ่มบิดเบี้ยวราวกับถูกคลื่นน้ำซัด
“ไม่!” เธอร้องออกมา แต่เสียงของเธอเองกลับฟังดูเหมือนเสียงกระดาษที่กำลังถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“อำลาตัวตนของเธอได้เลย บรอนเวน” ชายคนนั้นกระซิบ “ยินดีต้อนรับสู่หน้าว่างเปล่า”
ขณะที่ความมืดกำลังจะกลืนกินเธอจนสิ้นซาก บรอนเวนกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจของเธอ มันเป็นความทรงจำที่ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ภาพของ Bevan กำลังยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แสงวิเศษที่ส่องประกายผ่านหลังคากระจก และกลิ่นอายของหนังสือเก่าๆ ในหอสมุด
‘ไม่ใช่…’ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเธอ มันไม่ใช่เสียงของชายตรงหน้า แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงของเธอเอง ‘ฉันไม่ใช่ข้อผิดพลาด…’
เธอพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี สัมผัสถึงเศษเสี้ยวความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และผลักมันออกไป ราวกับเมล็ดพันธุ์ที่กำลังงอกงามท่ามกลางความแห้งแล้ง
‘ฉันคือ… ผู้เขียน…’
ทันใดนั้น ร่างของชายที่ถือปากกาหมึกแดงก็เซถอยหลังไป รอยอักขระสีแดงบนพื้นเริ่มเรืองแสงจ้าขึ้น และภาพตรงหน้าของบรอนเวนก็สว่างวาบไปทั่วทั้งห้องขัง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง…
เมื่อสติกลับมา บรอนเวนพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในคุกใต้ดินอีกต่อไป รอบกายของเธอคือความว่างเปล่า มีเพียงละอองอักขระสีขาวนวลลอยคว้างอยู่เบาๆ เธอมองลงไปที่มือของตัวเอง มันยังคงเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้กลายเป็นหมึกหรืออักขระสีเลือดอีกต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เธอพึมพำกับตัวเอง
“เธอตัดสินใจแล้ว” เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งในความว่างเปล่า “เธอเลือกที่จะเป็น ‘ผู้เขียน’ ด้วยตัวของเธอเอง”
บรอนเวนหันไปมองรอบๆ แต่ไม่พบใคร “ชายชุดเทา? แกอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ที่นี่เสมอ… ในฐานะผู้สังเกตการณ์” เสียงนั้นตอบ “และตอนนี้… เธอได้เปิดประตูบานใหม่แล้ว บรอนเวน ประตูสู่การสร้างสรรค์ที่แท้จริง”
บรอนเวนสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง ไม่ใช่พลังแห่งการถูกเขียนทับ แต่เป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่เธอเองเป็นผู้ควบคุม “ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพูดเสียงหนักแน่น “ถ้าฉันคือ ‘ผู้เขียน’… ฉันจะเขียนเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาใหม่”
เธอหลับตาลงอีกครั้ง นึกถึงภาพของหอสมุดแก้วที่สมบูรณ์ หนังสือที่เต็มไปด้วยความรู้ และเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่สงบสุข ปล่อยให้ความปรารถนาและความตั้งใจของเธอไหลเวียนไปในความว่างเปล่า
ละอองอักขระสีขาวนวลรอบกายเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่าง ช้าๆ แต่แน่นอน มันก่อตัวขึ้นเป็นผนังแก้วที่ส่องประกายระยิบระยับ เป็นชั้นวางหนังสือที่เรียงรายไปด้วยตำราโบราณ และเหนือสิ่งอื่นใด… มันก่อตัวขึ้นเป็นรูปของ ‘บ้าน’ ที่เธอคุ้นเคย… หอสมุดแก้วที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง บรอนเวนก็พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางโถงใหญ่ของหอสมุดแก้วที่คุ้นเคย แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหลังคากระจกเข้ามา แต่งดงามกว่าที่เคยเป็นมา ทุกสิ่งดูเหมือนจะกลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงความฝันอันเลือนราง
แต่เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความฝัน บรอนเวนยกมือขึ้นมอง มันยังคงเป็นมือของเธอเอง ไม่ใช่หมึก ไม่ใช่เลือด ไม่ใช่อักขระ
“ฉันทำได้…” เธอพึมพำด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินต่อไปเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนจะกลับคืนสู่ปกติ เธอก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มุมหนึ่งของห้อง… บนโต๊ะทำงานของ Bevan มีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ มันเป็นหนังสือที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ปกหนังสือเป็นสีน้ำเงินเข้ม ประดับด้วยอักขระสีเงินที่เปล่งประกาย
บรอนเวนเดินเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย เธอเอื้อมมือไปเปิดหนังสือเล่มนั้น และเมื่อสายตาของเธอไล่ไปตามบรรทัดแรกของหน้ากระดาษ หัวใจของเธอก็พลันเต้นระรัว
“เมื่อผู้เขียนได้ถือกำเนิดขึ้น… เรื่องราวใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น… แต่จงระวัง… เพราะแม้แต่ผู้เขียนเองก็อาจถูกเขียนทับได้เสมอ…”
บรอนเวนเงยหน้าขึ้น มองไปรอบๆ โถงหอสมุดแก้วที่เงียบสงบ ความรู้สึกของความปลอดภัยเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกระแวงที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจ อะไรคือ ‘เรื่องราวใหม่’ ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น? และใครคือ ‘ผู้เขียน’ ที่แท้จริง? หรือว่า ‘ผู้เขียน’ ที่แท้จริงนั้น… ไม่ใช่เธอ?
เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นอีกครั้งในความเงียบ “การเดินทางของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น บรอนเวน”
บรอนเวนกำมือแน่น ความรู้สึกหนาวเย็นแล่นผ่านไขสันหลัง เธอรู้ดีว่าแม้เธอจะหลุดพ้นจากคุกใต้ดินและกลับมาสู่หอสมุดแก้วได้ แต่ปริศนาที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง
--- บรอนเวนหลุดพ้นจากการถูกเขียนทับในคุกใต้ดินโดยการยอมรับตัวตนในฐานะ 'ผู้เขียน' และสร้างหอสมุดแก้วขึ้นใหม่จากความว่างเปล่า แต่เมื่อเธอพบหนังสือเล่มใหม่ที่เตือนว่าแม้แต่ผู้เขียนเองก็อาจถูกเขียนทับได้ ความสงสัยและความไม่แน่นอนก็กลับมาเยือนอีกครั้ง