← 章節目錄

The Glass Library

章節 35免費

ตอนที่ 35 — ความทรงจำที่ถูกจารึกซ้ำ

เสียงหัวใจของบรอนเวนเต้นระรัวดั่งกลองศึกที่ถูกตีผิดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดของความว่างเปล่าที่เพิ่งผ่านพ้นไป คำเตือนสุดท้ายจาก 'ผู้บันทึกดั้งเดิม' ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาทของเธอราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช—แม้แต่ความทรงจำของเธออาจเป็นสิ่งที่ถูกเขียนขึ้นมา—คำพูดนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือรอยร้าวที่ขยายกว้างขึ้นในรากฐานของตัวตนเธอ

เธอยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของความจริงที่กำลังพังทลาย กลิ่นของหมึกที่เข้มข้นจนเกือบจะเป็นกลิ่นสนิมเหล็กอบอวลอยู่ในอากาศ ผสมปนเปกับกลิ่นไหม้ของแสงวิเศษที่ถูกรีดเค้นจนหยดสุดท้าย บรอนเวนก้มลงมองมือของตนเอง นิ้วมือที่เคยจับปากกาขนนกและพลิกหน้ากระดาษอย่างคล่องแคล่ว บัดนี้กลับดูแปลกแยก เธอเริ่มไม่แน่ใจว่ารอยแผลเป็นเล็กๆ ที่โคนนิ้วโป้งขวาเกิดจากอุบัติเหตุในวัยเด็กจริงๆ หรือเป็นเพียงอักขระที่ถูกจารึกไว้เพื่อให้เธอ 'เป็น' บรอนเวน ผู้มีอดีตที่ขมขื่น

"คุณกำลังสงสัยในตัวเองงั้นหรือ?"

เสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลังดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง บรอนเวนสะดุ้งโหยง พยายามเรียกสติและพลังการเขียนทับที่ยังหลงเหลืออยู่มาไว้ที่ปลายนิ้ว ชายชุดเทายืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในแสงสลัว ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวและเหนื่อยล้ากว่าที่เธอเคยเห็น แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววแห่งความรู้แจ้งที่น่าหวั่นใจ

"มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสงสัย" บรอนเวนตอบ เสียงของเธอแหบพร่า "ถ้าความทรงจำของฉันคือสิ่งที่ถูกเขียนขึ้น ถ้าความเจ็บปวดที่ฉันมี... ความโดดเดี่ยวที่ฉันรู้สึก... ทั้งหมดนั่นเป็นแค่พล็อตเรื่องที่ใครบางคนวางไว้ เพื่อให้ฉันเดินมาถึงจุดนี้... แล้วตัวฉันจริงๆ อยู่ที่ไหน?"

ชายชุดเทาเดินเข้ามาใกล้ ก้าวข้ามเศษกระจกที่แตกละเอียดจากหอสมุดแก้วอย่างระมัดระวัง "ในโลกแห่งการจารึก ไม่มีสิ่งใดที่เป็นของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่แสงวิเศษที่คุณเห็นว่ามันคือสิ่งมีชีวิต มันก็คือพลังงานที่ถูกแปรรูปให้กลายเป็นอักขระ ความจริงมีเพียงด้านเดียวคือสิ่งที่ถูกบันทึก แต่ตัวตนของคุณ... คือสิ่งที่กำลังพยายามจะดิ้นรนออกจากบรรทัดเหล่านั้น"

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากการตื่นขึ้นของสิ่งมีชีวิตใต้ดินเหมือนครั้งก่อน มันเป็นความรู้สึกเหมือนกระดาษแผ่นใหญ่กำลังถูกขยำ บรอนเวนรู้สึกถึงความบิดเบี้ยวในมิติรอบตัว แสงสว่างที่เคยนิ่งสงบเริ่มกะพริบถี่ราวกับเทียนที่กำลังจะดับ และในจังหวะที่ความมืดมิดพยายามจะกลืนกินทุกอย่าง เธอก็เห็นมัน...

หน้ากระดาษขนาดมหึมาที่โปร่งแสงราวกับหมอกควัน ลอยเด่นอยู่เหนือซากปรักหักพังของเมืองเอลเดอร์เมียร์ บนหน้ากระดาษนั้นไม่มีตัวอักษร แต่มันกำลัง 'ดูดซับ' ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าไป เหมือนกับภาพวาดที่ถูกลบด้วยยางลบที่มองไม่เห็น

"ผู้บันทึกดั้งเดิมไม่ได้แค่ตื่นขึ้นมา" ชายชุดเทากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "พวกเขากำลัง 'ล้างกระดาน'"

"ล้างกระดาน? หมายความว่ายังไง?"

"หมายความว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การล่มสลายของสำนักอาลักษณ์ ไปจนถึงการมาถึงของหมึกดำ... ทั้งหมดกำลังจะถูกทำให้เป็นโมฆะ เพื่อเริ่มเขียนบทใหม่ที่พวกเขาต้องการ"

บรอนเวนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดไปตามสันหลัง หากเรื่องราวถูกลบ สิ่งที่เธอพยายามปกป้องมาตลอด—ผู้คนที่เธอรู้จัก ความพยายามที่จะช่วยชีวิตแสงวิเศษ และแม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับความผิดพลาดของเธอ—จะหายไปสิ้นราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่แค่การเขียนทับเพื่อป้องกัน แต่ต้องเป็นการจารึก 'แก่นแท้' ที่ไม่มีวันถูกลบได้ บรอนเวนล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ เธอพบหนังสือพยากรณ์เล่มที่เธอถือติดตัวมาตลอด แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว หน้ากระดาษของมันไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังแสดงภาพของเธอ... ภาพของเธอที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า และที่สำคัญที่สุด... มันมีตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือของเธอเองปรากฏขึ้นที่ขอบกระดาษ

‘อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่จงเชื่อในสิ่งที่รู้สึก’

ข้อความนั้นสั้นและเรียบง่าย แต่มันกลับดึงสติของเธอให้กลับมามั่นคง บรอนเวนไม่ได้มองหาความจริงจากสิ่งที่ตาเห็นอีกต่อไป เพราะตาอาจถูกหลอกด้วยภาพลวงตาจากหมึกดำ แต่ความรู้สึก—ความเจ็บปวด ความโกรธ ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่—สิ่งเหล่านี้คืออักขระที่แท้จริงที่ไม่มีใครสามารถลบออกได้ง่ายๆ

"เราต้องไปที่ใจกลางของหอสมุดแก้ว" บรอนเวนสั่ง เสียงของเธอเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเด็ดเดี่ยว "ถ้าพวกเขาต้องการล้างกระดาน เราต้องไปที่จุดที่หมึกถูกผลิตออกมา จุดที่ความจริงถูกเปลี่ยนเป็นตัวอักษร"

"นั่นคือการเดินเข้าสู่ปากของพายุ" ชายชุดเทาเตือน

"ฉันเป็นบรรณารักษ์" บรอนเวนแค่นยิ้มที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยโชคชะตา "และหน้าที่ของฉันคือการรักษาเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ไว้ ไม่ว่าใครจะพยายามลบมันทิ้งก็ตาม"

ขณะที่ทั้งสองเริ่มออกวิ่งผ่านซากปรักหักพังของเมืองที่กำลังจางหายไปในหมอกสีขาวของความว่างเปล่า บรอนเวนสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความว่างเปล่าที่กำลังกลืนกินเมืองไปนั้น เธอเห็นร่างของคนในเมืองเอลเดอร์เมียร์ ไม่ได้ถูกกลืนหายไปเฉยๆ แต่พวกเขากำลังกลายเป็นเส้นสายของตัวอักษรที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ราวกับว่าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ทุกคนกำลังถูกย่อยสลายเพื่อเป็นวัตถุดิบในการเขียนบทใหม่

เธอกระชับหนังสือในมือแน่นขึ้น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความกลัวปนเปกันจนแยกไม่ออก แต่ในวินาทีที่เธอหันกลับไปมองทางที่จากมา เธอพบว่าชายชุดเทาไม่ได้มองมาที่เธออีกต่อไป แต่เขากำลังจ้องมองไปยังเงาของตัวเองที่กำลังแยกตัวออกจากร่าง และเริ่มเขียนบางอย่างลงบนอากาศด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา

เงาของชายชุดเทากำลังเขียนคำว่า: 'จุดจบของบรรณารักษ์'

บรอนเวนหยุดชะงัก ลมหายใจขาดห้วง ความจริงที่ว่าเธออาจเป็นเพียงตัวละครที่ถูกกำหนดให้ตายในบทนี้เริ่มกัดกินความมั่นใจของเธอ แต่แล้วเธอก็เห็นความจริงอีกอย่างหนึ่ง... บนพื้นดินที่กำลังกลายเป็นอักขระ มีรอยเท้าของเธอทิ้งไว้ และรอยเท้านั้นไม่ได้เป็นเพียงรอยจารึก แต่มันคือรอยที่ 'กดลึกลงไป' ในเนื้อความของโลก

การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อปกป้องอดีต แต่มันคือการช่วงชิงสิทธิ์ในการเขียนอนาคตของตัวเอง

--- บรอนเวนเผชิญกับความจริงที่ว่าโลกกำลังถูก 'ล้างกระดาน' โดยผู้บันทึกดั้งเดิม และเธอต้องตัดสินใจสู้เพื่อรักษาตัวตนที่แท้จริงผ่านการเดินทางสู่ใจกลางหอสมุดแก้ว ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าแม้แต่เพื่อนร่วมทางก็อาจถูกโชคชะตากำหนดไว้แล้ว