← 章節目錄

The Glass Library

章節 26免費

ตอนที่ 26 — รอยร้าวบนผลึกแก้วในเรือนกระจกแสง

“เซเลสเทน! ถ้าเธอไม่รีบปรับค่าความเข้มแสงที่แท่นคัดลอกตอนนี้ กระจกนิรภัยพวกนี้ได้กลายเป็นเศษแก้วบาดเท้าเราแน่!”

เสียงของบรอนเวนตะโกนก้องผ่านเสียงคำรามของกระแสพลังงานที่พุ่งพล่าน เซเลสเทนไม่ได้ตอบกลับทันที มือของเธอสั่นระริกขณะพยายามหมุนวงแหวนทองเหลืองรอบฐานผลึกแก้วขนาดใหญ่ในเรือนกระจกแสง แสงสีขาวสว่างจ้าพุ่งออกมาจากรอยแยกของผลึก มันไม่ใช่แสงนวลตาสำหรับคัดลอกตำรา แต่มันคือลำแสงที่บิดเบี้ยวและสั่นสะเทือนราวกับพายุ

“ฉันรู้แล้ว! แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องการปรับค่าแสงธรรมดา บรอนเวน!” เซเลสเทนตะโกนตอบ พลางปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา “พลังงานมันไม่ได้แค่ล้น แต่มันกำลัง ‘เต้น’ ตามจังหวะการปะทะกันของต้นฉบับนั่น!”

ที่กลางห้อง บรอนเวนกำลังเผชิญหน้ากับม้วนคัมภีร์โบราณที่ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน มันคือต้นฉบับไร้ที่มาที่กำลังปลดปล่อยคลื่นกระแทกออกมาทุกครั้งที่บรอนเวนพยายามจะใช้โซ่เวทมนตร์พันธนาการมันไว้ ทุกครั้งที่โซ่สัมผัสกับขอบกระดาษ แสงสว่างจะระเบิดออกจนเซเลสเทนต้องหยีตา

“เอเลียส! ไปหาที่หลบหลังเสาหินนั่น!” บรอนเวนสั่งโดยไม่หันมามอง เธอใช้ไหล่กระแทกกับโต๊ะไม้โอ๊คเพื่อหลบแรงอัดจากแสงที่พุ่งเฉียดไปเพียงไม่กี่นิ้ว “เซเลสเทน ประคองผลึกแก้วตัวหลักไว้ อย่าให้มันแตกร้าว!”

เอเลียสที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจากการหนีทหารราชสำนัก พยายามประคองตัวลุกขึ้นจากพื้นหิน เขาถอนหายใจยาวด้วยความเคร่งเครียด ใบหน้าที่มักจะดูเป็นระเบียบอยู่เสมอตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเขม่า “ถ้าเรือนกระจกนี้พังลง ความลับเรื่องการบิดเบือนคำทำนายจะถูกฝังไปพร้อมกับพวกเรา บรอนเวน... เราต้องจัดการต้นฉบับนั่นให้ได้ก่อนที่พวกทหารจะมาถึงที่นี่”

“จัดการน่ะจัดการได้ แต่ถ้าแสงมันระเบิดใส่หน้าเราก่อน ฉันคงไม่ได้เห็นความจริงเรื่องราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลกในบันทึกนั่นแน่” บรอนเวนประชดพลางเหวี่ยงโซ่เข้าใส่คัมภีร์อีกครั้ง

เปรี้ยง!

เสียงเหมือนแก้วแตกดังสนั่น เซเลสเทนสะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นว่าผลึกแก้วหลักเริ่มมีรอยร้าวสีดำลามไปตามผิวสัมผัส “ไม่นะ! พลังงานมันล้นเกินขีดจำกัดของระบบอาลักษณ์แสงแล้ว! ค่าความเข้มข้นเกิน 400 หน่วย! มันจะระเบิดแล้ว!”

เซเลสเทนรีบวิ่งไปที่แผงควบคุม นิ้วของเธอรัวกดไปที่คันโยกและปุ่มปรับระดับแสงอย่างรวดเร็ว “ถ้าฉันลดแรงดันแสงลง พลังงานจะไม่มีที่ไป มันจะอัดแน่นอยู่ในคัมภีร์และระเบิดออกเหมือนระเบิดแสง แต่ถ้าฉันเพิ่มแรงดัน มันก็จะทำให้ผลึกแก้วแตกทันที!” เธอพูดรัวเร็วด้วยความตื่นตระหนกตามนิสัย “เราต้องการตัวกลาง... เราต้องการตัวกลางที่เสถียรกว่าผลึกแก้ว!”

บรอนเวนพยายามใช้แรงกายเข้าสู้ เธอพุ่งตัวเข้าหาคัมภีร์ที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง พยายามจะใช้ผ้าคลุมอาลักษณ์ที่ลงอาคมป้องกันแสงเข้าห่อหุ้มมันไว้ แต่แรงเหวี่ยงของมันกลับซัดร่างของเธอจนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางตำรา

“บรอนเวน!” เซเลสเทนร้องเรียก หัวใจของเธอเต้นรัว เธอเหลือบมองไปที่ผลึกแก้วที่กำลังสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงวี๊ดแหลมสูง และมองไปที่บรอนเวนที่กำลังพยายามลุกขึ้นมาสู้ต่อด้วยแววตาที่ดื้อรั้น

ในวินาทีนั้นเอง เซเลสเทนสังเกตเห็นบางอย่าง แสงที่หลุดรอดออกมาจากรอยร้าวของผลึกแก้วไม่ได้พุ่งไปอย่างไร้ทิศทาง แต่มันกำลังแสวงหา ‘ที่ว่าง’ ที่มีระดับพลังงานต่ำกว่าเพื่อถ่ายเท

ถ้าเราไม่ใช่เครื่องมือ... แต่เราเป็นทางผ่านล่ะ?

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเธอ เซเลสเทนไม่ได้ขยับไปที่คันโยกอีกต่อไป แต่เธอกลับก้าวเข้าไปหาลำแสงที่กำลังบ้าคลั่งนั้น

“เซเลสเทน! อย่า! ออกมา!” เอเลียสตวาด เขาพยายามจะคว้าแขนเธอไว้ แต่เขาก็ถูกแรงอัดอากาศผลักออกไป

เซเลสเทนหลับตาลง เธอไม่ได้ใช้เครื่องมืออาลักษณ์แสง แต่เธอใช้ ‘ตัวเอง’ เธอขยายช่องว่างของพลังงานในร่างกาย ยื่นมือออกไปสัมผัสกับลำแสงสีขาวโพลนที่กำลังพุ่งออกมาจากผลึกแก้วที่ร้าวระแหง

ความรู้สึกแรกคือความร้อนจัดที่เหมือนเอาน้ำมันเดือดราดลงบนผิวหนัง แต่ตามมาด้วยความรู้สึกที่ประหลาดกว่านั้น มันคือความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้ามหาศาลไหลผ่านเส้นเลือดทุกเส้นในร่างกาย เธอรู้สึกถึงความรู้ ความทรงจำ และพลังงานที่หนาแน่นจนแทบจะสำลัก

มันไหลเข้ามา... มันกำลังไหลเข้ามาในตัวฉัน!

“อึก...!” เซเลสเทนกัดฟันแน่นจนกรามสั่น เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังขยายตัวและบีบอัดในเวลาเดียวกัน พลังงานส่วนเกินที่เคยทำลายล้างทุกอย่าง กำลังถูกดูดซับผ่านปลายนิ้วของเธอ เข้าสู่ร่างกายที่เธอมิได้เตรียมใจไว้

แสงในเรือนกระจกเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวที่แสบตา เป็นสีฟ้าอ่อนที่หมุนวนอยู่รอบตัวเซเลสเทน รอยร้าวบนผลึกแก้วเริ่มหยุดขยายตัว เพราะพลังงานถูกดึงออกไปหาเธอแทน

“เธอทำอะไรน่ะ เซเลสเทน?” บรอนเวนถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความงุนงงขณะที่พยายามพยุงตัวขึ้นมามองภาพเบื้องหน้า

เซเลสเทนไม่สามารถตอบได้ ลำแสงที่ไหลเข้าสู่ตัวเธอมันแรงเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดออกมาได้ เธอเห็นภาพนิมิตวาบผ่านดวงตา—ภาพของราชินีในตำนานที่ถูกกล่าวถึงในบันทึกเก่าแก่—ก่อนที่ความเจ็บปวดจะดึงเธอกลับมาสู่ความจริง

เธอมองเห็นบรอนเวนกำลังจะถูกคลื่นกระแทกจากคัมภีร์ซัดเข้าใส่หน้าอีกครั้ง เซเลสเทนจึงรวบรวมพลังที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในอก แล้วกระแทกฝ่ามือลงบนพื้นหิน

ตูม!

คลื่นพลังงานสีฟ้าอ่อนแผ่ออกจากตัวเธอ สร้างม่านพลังงานบางๆ ปกคลุมรอบตัวบรอนเวนและเอเลียสไว้ มันไม่ใช่เกราะที่แข็งแกร่ง แต่มันคือการ ‘เบี่ยงเบน’ กระแสแสงที่พุ่งเข้าหาพวกเขาให้ไหลผ่านม่านพลังนั้นไปทางอื่น

ร่างของเซเลสเทนทรุดลงกับพื้น ลมหายใจของเธอหอบถี่และหนักหน่วง ผิวหนังของเธอมีรอยแดงจางๆ เหมือนถูกไฟลวก และที่สำคัญที่สุด... เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่าง ‘ติดค้าง’ อยู่ข้างในตัวเธอ พลังงานที่เธอดูดซับมาไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังหมุนวนอยู่ในอก ราวกับพายุที่รอวันปะทุ

“เซเลสเทน! เธอโอเคไหม?” บรอนเวนพุ่งเข้ามาประคอง

เซเลสเทนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอวูบไหวด้วยแสงสีฟ้าที่ยังไม่จางหาย “ฉัน... ฉันจัดการมันได้... แต่บรอนเวน...” เธอหยุดหายใจ พยายามจะข่มความสั่นเทาของมือ “มันไม่ได้หายไป... มันแค่ย้ายที่อยู่... มาอยู่ในตัวฉัน...”

ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารราชสำนักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนกระจก พร้อมกับเสียงดาบที่กระทบเกราะ

“พวกมันอยู่นั่น! อย่าให้พวกมันหนีไปพร้อมกับต้นฉบับได้!” เสียงตะโกนสั่งการดังลั่น

เซเลสเทนพยายามยันตัวขึ้น แต่ความร้อนในกายทำให้เธอแทบสิ้นสติ เธอรู้ดีว่าภาระนี้เพิ่งเริ่มต้น และเธอไม่รู้เลยว่าพลังงานที่เธอแบกไว้จะทำลายเธอหรือช่วยพวกเขาในตอนจบ

--- เซเลสเทนใช้ร่างกายของตนเองดูดซับพลังงานส่วนเกินจากผลึกแก้วเพื่อหยุดยั้งการระเบิดในเรือนกระจกและปกป้องเพื่อนๆ แต่เธอต้องแลกมาด้วยการแบกรับพลังงานมหาศาลที่ยังคงหมุนวนอยู่ในตัว