← 章節目錄

The Glass Library

章節 21免費

ตอนที่ 21 — บทต่อไปในความมืด

ความมืดที่ปกคลุมห้องโถงแห่งตัวอักษรนั้นไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่มันเป็นความมืดที่หนักอึ้งและหนืดเหนียว ราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกแทนที่ด้วยหมึกเหลวที่มองไม่เห็น บรอนเวนยืนนิ่งงัน ลมหายใจของเธอติดขัด เสียงหอบถี่ของเอเลียสดังสะท้อนอยู่ข้างกายท่ามกลางความเงียบที่บีบคั้นจนหูอื้ออึง

“เขาสลายไปแล้ว...” เอเลียสกระซิบ เสียงของเขาสั่นพร่าและแผ่วเบาจนเกือบจะถูกความมืดกลืนกิน เขาพยายามขยับตัวสำรวจพื้นที่รอบข้าง มือของเขาลูบไปตามความว่างเปล่าที่ควรจะเป็นโต๊ะหรือชั้นวางหนังสือ แต่กลับพบเพียงความเย็นเยียบของอากาศที่ไร้ซึ่งวัตถุ “ชายคนนั้น... ร่างที่อยู่ท่ามกลางพายุตัวอักษร... เขาหายไปไหนแล้ว?”

บรอนเวนไม่ตอบ เธอไม่ได้ยินเสียงของเอเลียสอย่างชัดเจนนัก เพราะในโสตประสาทของเธอกลับมีเสียงหนึ่งที่ดังกว่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงพูด แต่มันคือเสียงกระซิบที่ไม่มีที่มา มันเป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งเสียดสีกัน หรืออาจจะเป็นเสียงของปลายปากกาที่กำลังกรีดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว สวบ... สวบ... สวบ... มันดังมาจากทุกทิศทาง และที่สำคัญที่สุด มันดังมาจากภายในอกของเธอเอง

เธอรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่กระเป๋าเสื้อคลุม มือที่สั่นเทาของเธอเอื้อมลงไปสัมผัสวัตถุที่ซ่อนอยู่ข้างใน มันคือหนังสือเล่มเล็กที่เธอแอบเก็บมาจากห้องทำงานลับก่อนหน้านี้—เล่มที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงบันทึกธรรมดา แต่ในวินาทีนี้ มันกลับมีชีวิต

แสงสีทองจางๆ เริ่มลอดผ่านเนื้อผ้าออกมา มันไม่ได้สว่างจ้าจนแสบตา แต่มันเป็นแสงที่นุ่มนวลและมั่นคง ราวกับประภาคารท่ามกลางมหาสมุทรที่มืดมิด บรอนเวนค่อยๆ ดึงหนังสือเล่มนั้นออกมา แสงจากมันฉายให้เห็นเงาร่างของเอเลียสที่ยืนอยู่ข้างๆ เขามีสีหน้าซีดเผือดและเต็มไปด้วยความสับสน

“บรอนเวน... แสงนั่น...” เอเลียสชี้มาที่มือของเธอ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “นั่นมัน... แสงชนิดเดียวกับที่ชายคนนั้นใช้ แสงที่ทำให้ตัวอักษรเปลี่ยนเป็นสีเลือด”

“เขาไม่ได้หายไปหรอก เอเลียส” บรอนเวนพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอเริ่มมีความมั่นคงอย่างประหลาด แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เขาแค่ทิ้ง 'บทต่อไป' ไว้ให้เรา”

เธอกางหนังสือเล่มเล็กนั้นออก แสงสีทองจากหน้ากระดาษส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเริ่มฉายภาพนิมิตลงบนพื้นหินที่มืดมิดรอบตัวพวกเขา มันไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเหมือนเล่มอื่นๆ ที่เธอเคยพบ แต่มันคือ ‘เส้นทาง’ มันคือแผนผังของห้องโถงแห่งนี้ที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยแสงสีทอง เส้นสายเหล่านั้นลากผ่านความมืด ชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้องที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงกำแพงว่างเปล่า

“มันกำลังบอกทางเรา” บรอนเวนกระซิบ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าชายปริศนาคนนั้นไม่ได้ต้องการจะทำลายพวกเขา แต่เขาต้องการจะส่งต่อสิ่งที่เขากำลังปกป้อง—ความจริงที่กำลังจะถูกบิดเบือนโดยอำนาจของราชสำนัก

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชุดเกราะอาลักษณ์รักษาการณ์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ดังมาจากทางเข้าเดิม มันดังมาจากรอบทิศทาง! เสียงตะโกนสั่งการและแสงจากคบเพลิงเริ่มวูบวาบอยู่ตามขอบความมืดที่พวกเขาเผชิญอยู่

“พวกมันตามมาทันแล้ว! พวกมันไม่ได้แค่ตามเรามา แต่มันกำลังล้อมห้องนี้ไว้!” เอเลียสตระโกน เขาคว้าผลึกแก้วในมือขึ้นมาเตรียมพร้อม แสงจากผลึกของเขาปะทะกับแสงสีทองจากหนังสือของบรอนเวน เกิดเป็นประกายไฟเล็กๆ ที่กระเด็นไปทั่วอากาศ

“ตามทางนี้!” บรอนเวนสั่ง เธอไม่รอให้เอเลียสโต้แย้ง เธอออกตัววิ่งไปตามเส้นทางแสงสีทองที่ปรากฏบนพื้น ทิ้งความมืดและเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ไว้เบื้องหลัง ความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในความฝันที่กำลังจะแตกสลายทำให้เธอต้องเร่งฝีเท้า

พวกเขาวิ่งผ่านช่องว่างที่ดูเหมือนไม่มีทางผ่านได้ บรอนเวนรู้สึกว่าร่างกายของเธอเบาหวิว ราวกับว่ากฎเกณฑ์ของพื้นที่และมิติในห้องโถงแห่งนี้กำลังบิดเบี้ยวไปตามกระแสของหมึกและแสง ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงจุดที่แสงสีทองบนพื้นหยุดลง มันคือผนังหินที่ดูแข็งแกร่งและหนาทึบ

“ทางตัน!” เอเลียสสบถ เขาหันกลับไปมองแสงจากคบเพลิงของพวกเจ้าหน้าที่ที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที “บรอนเวน เราต้องหาทางอื่น!”

“ไม่ใช่ทางตัน... แต่มันคือ 'หน้ากระดาษใหม่'” บรอนเวนพึมพำ เธอไม่ได้มองที่ผนัง แต่มองที่หนังสือในมือ ตัวอักษรสีทองบนหน้ากระดาษกำลังขยับเขยื้อนอีกครั้ง มันกำลังเรียงตัวกันเป็นประโยคใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นคำสั่ง

‘จงเขียนบทใหม่ด้วยเจตจำนงของเจ้าเอง’

บรอนเวนหลับตาลง เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี สัมผัสถึงความร้อนแรงของแสงในมือ และตัดสินใจ ‘กด’ ปลายนิ้วลงบนผนังหินตรงจุดที่แสงสีทองชี้บอก ทันทีที่สัมผัส ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณก็จู่โจมเธอ ผนังหินไม่ได้แข็งกระด้างอีกต่อไป แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนแผ่นกระดาษที่อ่อนนุ่ม

ครืด...

ผนังหินค่อยๆ แยกออกจากกัน ไม่ใช่การพังทลาย แต่เป็นการ ‘คลี่ออก’ เหมือนการเปิดหนังสือเล่มยักษ์ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปสู่แสงสว่างลึกลับที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

“เร็วเข้า!” บรอนเวนกระชากแขนเอเลียสให้ตามเข้ามา ก่อนที่แสงจากคบเพลิงของเจ้าหน้าที่ชุดแรกจะสาดส่องมาถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่

ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นขอบผนังหินที่กำลังปิดกลับคืน บรอนเวนเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นห้องโถง... มันคือหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ มันไม่ใช่หนังสือผลึกแก้ว แต่มันคือหนังสือปกหนังเก่าคร่ำคร่าที่มีชื่อเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงสดว่า 'บันทึกความล้มเหลวของอาลักษณ์' และที่สำคัญที่สุด... หน้าแรกของมันถูกเปิดทิ้งไว้ พร้อมกับข้อความที่เพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆ ว่า:

‘ผู้ลอบเร้นจะพบกับความจริงที่ต้องแลกด้วยตัวตน...’

บรอนเวนสะดุ้งเฮือก แต่ไม่มีเวลาให้คิดอีกต่อไป เธอและเอเลียสกระโจนเข้าสู่ความมืดของทางเดินใหม่ ทิ้งห้องโถงแห่งความโกลาหลไว้เบื้องหลัง ทว่าในความเงียบของทางเดินที่แคบและยาวเหยียดนั้น บรอนเวนกลับได้ยินเสียงหนึ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดชะงักกลางคัน

มันไม่ใช่เสียงเจ้าหน้าที่... แต่มันคือเสียงของเซเลสเทน

“บรอนเวน... ช่วยฉันด้วย...” เสียงนั้นแผ่วเบาเหมือนเสียงลมพัดผ่านซอกหิน แต่มันดังชัดเจนในหัวของเธอ ราวกับว่าเซเลสเทนไม่ได้อยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้ แต่อยู่ในที่ที่ใกล้กับเธอจนน่ากลัว

บรอนเวนหันไปมองเอเลียสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนก และในขณะเดียวกัน เธอก็สังเกตเห็นว่าแสงสีทองในหนังสือของเธอกำลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน... สีเดียวกับหมึกที่ใช้เขียนคำเตือนบนหนังสือที่ถูกทิ้งไว้เมื่อครู่นี้เอง

--- บรอนเวนและเอเลียสหนีการไล่ล่าในห้องโถงแห่งตัวอักษรโดยใช้พลังจากหนังสือลึกลับที่ขยับเขยื้อนตามเจตจำนงของเธอ เพื่อเปิดทางลับใหม่ แต่ในขณะที่กำลังหลบหนี บรอนเวนกลับได้ยินเสียงเรียกของเซเลสเทนที่ดูเหมือนจะติดอยู่ในมิติที่ผิดเพี้ยน