ตอนที่ 171 — บันทึกในกรงแก้ว
กลิ่นฝุ่นคละคลุ้งชวนให้แสบจมูก บรอนเวนปัดเศษกระดาษที่ปลิวว่อนไปจากหน้าเอกสารกองใหญ่ที่กองอยู่เบื้องหน้า เธอสวมถุงมือหนังบางหยิบแผ่นปาปิรุสที่กรอบร้าวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ลายมือหวัดเหยียดยิกด้วยหมึกสีซีดจางที่แทบจะเลือนหายไปตามกาลเวลา นี่คือบันทึกของอาลักษณ์อาวุโส 'อัลดริค' ผู้ล่วงลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ในยุคที่ความวุ่นวายยังคงสั่นคลอนเอลเดอร์เมียร์ หลังเหตุการณ์ RY10 เธอได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอัลดริคและการค้นคว้าของเขา ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่บันทึกเหล่านี้... มันช่างซับซ้อนเสียจนน่าหงุดหงิด
"ภาษาโบราณ... แล้วก็ยังมีการเข้ารหัสอีก" บรอนเวนพึมพำกับตัวเอง พลางกวาดสายตาไปตามสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่แทรกอยู่ระหว่างบรรทัดอักษร ราวกับเป็นลวดลายที่ถูกจงใจสลักลงไปเพื่อซ่อนเร้นความหมายที่แท้จริง มันไม่ใช่ภาษาโบราณที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ ผสมผสานกับอักขระที่เธอรู้จักเพียงบางส่วน มันทำให้งานของเธอช้าลงอย่างมาก เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเปรียบเทียบบันทึกกับตำราภาษาโบราณที่เหลืออยู่ แต่ก็ยังได้เพียงเศษเสี้ยวของความหมายเท่านั้น บางประโยคเมื่ออ่านตรงตัวก็ฟังดูไร้สาระ หรือไม่ก็ขัดแย้งกันเอง ราวกับว่าผู้เขียนกำลังสื่อสารกับตัวเองในอีกมิติหนึ่ง
"ไม่เห็นจะมีความหมายอะไรเลย" เธอบ่นอุบ พิงแผ่นหลังกับกองหนังสือเก่าๆ ที่ตั้งตระหง่านรอบตัวในห้องเก็บเอกสารที่อับทึบ แสงจากตะเกียงน้ำมันสาดเป็นเงาทอดยาวไปตามผนัง กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและความเหนียวของหมึกอบอวลอยู่ในอากาศ เธอขยับแว่นตาที่สวมอยู่บนดวงตา พยายามเพ่งมองตัวอักษรที่เล็กจนแทบมองไม่เห็น แต่ก็ยังคงตันอยู่เช่นเดิม เธอเคยได้ยินว่าอัลดริคเป็นอาลักษณ์ที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่ง แต่ความสามารถของเขาในการบิดเบือนและซ่อนเร้นข้อมูลนั้นเกินกว่าที่เธอคาดคิด
ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจว่าต้องขอความช่วยเหลือ เอเลียส ชายผู้เคร่งขรึมแต่เปี่ยมด้วยความรู้ด้านการเข้ารหัสและภาษาโบราณน่าจะเป็นคนเดียวที่จะช่วยเธอได้ เธอหยิบบันทึกที่สำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของอัลดริค ซึ่งมีตราประทับของสำนักอาลักษณ์ที่จางจนเกือบมองไม่เห็น เดินตรงไปยังห้องทำงานของเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นก่อนที่บรอนเวนจะผลักมันเข้าไป เอเลียสนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ใบหน้าเคร่งขรึมยิ่งกว่าปกติ เขากำลังขมวดคิ้วอยู่กับแผนที่โบราณบางอย่าง เมื่อเห็นบรอนเวน เขาก็ถอนหายใจยาว “มีอะไรหรือ บรอนเวน?” เขาถาม เสียงเนือยๆ
“ข้ามีบันทึกของอัลดริคที่ต้องการความช่วยเหลือในการถอดรหัส” บรอนเวนยื่นแผ่นปาปิรุสที่ห่อหุ้มไว้อย่างดีให้เขา “มันมีภาษาโบราณผสมกับสัญลักษณ์ที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
เอเลียสรับบันทึกไป พิจารณาด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้น เขาสวมแว่นตาขยายที่เหน็บอยู่ข้างหู และเริ่มไล่สายตาไปตามตัวอักษร “อืม... ภาษาโบราณที่ผสมผสานกับรหัสแบบนี้นี่... น่าสนใจ” เขาพึมพำ “ดูเหมือนว่าอัลดริคจะไม่ต้องการให้ใครอ่านบันทึกของเขาง่ายๆ”
พวกเขาใช้เวลาอีกสองสามชั่วโมงต่อมาช่วยกันถอดรหัส บรอนเวนอ่านออกเสียงบางส่วนที่เธอพอจะเข้าใจ ขณะที่เอเลียสก็พยายามตีความสัญลักษณ์และรหัสที่ซับซ้อน “นี่ไง... ตรงนี้” เอเลียสชี้ไปที่ประโยคหนึ่ง “อัลดริคเขียนว่า ‘ดวงตาแห่งกาลเวลาที่หลับใหล... กำลังจะตื่นขึ้น’ และอีกตรงนี้... ‘แสงที่มิใช่แสง... คุกคามความสมดุล’ เขาดูเหมือนจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตที่ถูกเขียนไว้แล้ว”
“อนาคตที่ถูกเขียน?” บรอนเวนเลิกคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าไม่แน่ใจ” เอเลียสส่ายหน้า “แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ เขาพูดถึง ‘แสงที่ไม่ใช่แสง’ ด้วย... ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎีของอาลักษณ์แสงของเรา”
บรอนเวนรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วสันหลัง เธอจำได้ถึงเรื่องราวที่ได้ยินมาเกี่ยวกับคำทำนายโบราณที่กล่าวถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก ‘แสงที่ไม่ใช่แสง’... มันอาจจะหมายถึงอะไรได้บ้าง? หรือว่าสิ่งที่อัลดริคค้นพบนั้นเกี่ยวข้องกับคำทำนายนี้?
“ยังมีอีกส่วนหนึ่ง” เอเลียสกล่าวต่อ “ส่วนนี้ที่ถูกเข้ารหัสไว้หนาแน่นเป็นพิเศษ... เขาเขียนถึง ‘เรือนกระจกแก้ว’ ว่าเป็นสถานที่ที่ ‘กาลเวลาบิดเบี้ยว’... ที่ซึ่ง ‘ความจริงถูกบิดผัน’ เขาบอกว่าผลึกแก้วที่ถูกส่งไปที่นั่นมีคุณสมบัติที่ ‘ไม่ปกติ’ และกำลังถูกใช้เพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่เขาไม่สามารถระบุได้ชัดเจน”
เรือนกระจกแก้ว... สถานที่ที่กาลเวลาบิดเบี้ยว? บรอนเวนเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ที่เธอได้รับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การส่งผลึกแก้วจำนวนมากไปยังที่นั่นอย่างต่อเนื่อง การที่เซเลสเทนพบพลังงานแปลกปลอมที่ปะปนเข้ามา พลังงานที่มาจากผลึกแก้วที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ... และตอนนี้บันทึกของอัลดริคที่พูดถึง ‘แสงที่ไม่ใช่แสง’ และ ‘กาลเวลาที่บิดเบี้ยว’ ในสถานที่แห่งนั้น
“กาลเวลาบิดเบี้ยว...” เธอพึมพำกับตัวเอง “แล้วถ้า... แล้วถ้า ‘แสงที่ไม่ใช่แสง’ นั่นคือสิ่งที่กำลังบิดเบือนกาลเวลาอยู่ล่ะ?” ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ราวกับว่าทุกชิ้นส่วนของปริศนาที่กระจัดกระจายกำลังค่อยๆ ประกอบกันเป็นภาพที่น่าหวาดหวั่น
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังมาจากห้องเก็บหนังสือโบราณที่เธอเพิ่งจากมาก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิมและถี่ขึ้น เสียงเหล่านั้นปลุกสัญชาตญาณของบรอนเวนให้ตื่นตัวทันที มีบางอย่างผิดปกติอย่างแน่นอน และดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อัลดริคได้ค้นพบ ยิ่งเธอขุดคุ้ยลึกเข้าไปมากเท่าไร อันตรายก็ยิ่งคืบคลานเข้ามาใกล้เท่านั้น
“ข้าต้องไปดู” บรอนเวนพูดกับเอเลียส ใบหน้าของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว “ดูเหมือนว่ามีใครบางคนกำลังพยายามเข้าถึงสิ่งที่อัลดริคพยายามซ่อนไว้” เธอกล่าวจบก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเอเลียสไว้กับบันทึกที่ยังคงมีปริศนาอีกมากมายรอให้ถูกเปิดเผย สัญญาณเตือนภัยยังคงดังอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงร่ำร้องเตือนภัยจากอดีตที่กำลังจะตามมาหลอกหลอนปัจจุบัน
--- บรอนเวนพยายามถอดรหัสบันทึกโบราณของอาลักษณ์อัลดริค ซึ่งเต็มไปด้วยภาษาและการเข้ารหัสที่ซับซ้อน เธอได้รับความช่วยเหลือจากเอเลียสในการถอดรหัสบางส่วน ทำให้เธอทราบถึงความกังวลของอัลดริคเกี่ยวกับ 'อนาคตที่ถูกเขียน' และ 'แสงที่ไม่ใช่แสง' บันทึกยังกล่าวถึงเรือนกระจกแก้วว่าเป็นสถานที่ที่ 'กาลเวลาบิดเบี้ยว' ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยจากห้องเก็บหนังสือโบราณก็ดังขึ้น สร้างความตึงเครียดและความสงสัยว่ามีบางสิ่งกำลังถูกพยายามเข้าถึง