ตอนที่ 168 — บันทึกที่ซ่อนในความมืด
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและความเก่าแก่กรีดเข้าจมูก บรอนเวนดันบานประตูห้องเก็บของที่ผุพังให้เปิดออก เผยให้เห็นกองตำราและม้วนคัมภีร์ที่เรียงรายอย่างไม่เป็นระเบียบ แสงสลัวจากโคมไฟที่ถือไว้ส่องไปทั่ว ความเย็นยะเยือกที่ปะทะเข้ามานั้นไม่ใช่เพียงเพราะอากาศ แต่คือความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้อง “หาอะไรอยู่” เสียงของเอเลียสดังขึ้นจากด้านหลัง เขาคงเบื่อหน่ายกับการรอคอย “กำลังหาที่ที่ไม่มีใครอยากหา” บรอนเวนตอบหันกลับไป “มีใครเคยบอกคุณไหมว่าการค้นหาความจริงมักจะเริ่มต้นในกองขยะ” เอเลียสหอบหายใจ “อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นระเบียบกว่าห้องทดลองของเซเลสเทน” เขาเอ่ยพลางกวาดสายตาไปรอบห้อง “มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นแน่ๆ บรอนเวน” เขาเสริมน้ำเสียงจริงจัง “หลังจากที่เซเลสเทนพบสิ่งที่เธอพบในเรือนกระจก ฉันก็นั่งคิดถึงเรื่องราวที่เจ้าหน้าที่เก่าเล่าให้ฟังอีกครั้ง คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก…มันดูเหมือนความบังเอิญมากเกินไป”
บรอนเวนพยักหน้ารับ พลางเดินลึกเข้าไปในห้องเก็บของ มือลูบไล้สันหนังสือเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่น เธอจำได้ว่าได้ยินเรื่องราวของอาลักษณ์ชั้นสูงนามว่า ‘มาสเตอร์ ธาเดอุส’ ผู้ซึ่งเคยทำงานในส่วนนี้ของหอสมุดหลวงก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายสิบปีก่อน มีข่าวลือว่าเขาหมกมุ่นอยู่กับการศึกษา ‘บันทึกที่ไร้ที่มา’ จนเสียสติ “เราต้องหาบันทึกของเขาให้เจอ” บรอนเวนกล่าว “ถ้ามีใครในหอสมุดแห่งนี้ที่เคยบันทึกเกี่ยวกับหนังสือประหลาดๆ หรือเหตุการณ์ที่เกินความเข้าใจของพวกเรา นั่นก็คงจะเป็นเขา” เธอหยุดชะงักเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับแผ่นไม้ที่ดูผิดปกติถูกซ่อนอยู่หลังกองม้วนคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุด “นั่นไง” เธอขยับม้วนคัมภีร์ออกไปอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นช่องลับเล็กๆ ที่มีแผ่นไม้ปิดอยู่ “นี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชั้นวางหนังสือ” เอเลียสสังเกต “ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาทีหลัง”
บรอนเวนใช้ปลายดาบงัดแผ่นไม้ออก เสียงไม้เก่าครูดดังน่ารำคาญ ภายในช่องนั้นมีกล่องไม้สลักลวดลายโบราณวางอยู่ มันดูเก่าแก่กว่าสิ่งใดในห้องนี้เสียอีก เมื่อเปิดออก ก็พบกับม้วนหนังที่ถูกผนึกด้วยขี้ผึ้งสีดำ บรอนเวนหยิบมันขึ้นมา พลางปัดฝุ่นอย่างแผ่วเบา “บันทึกของมาสเตอร์ ธาเดอุส” เธออ่านข้อความที่สลักไว้บนขี้ผึ้ง “บางทีความบ้าของเขาอาจจะนำทางเราไปสู่ความจริงก็ได้” เธอคลายขี้ผึ้งออกอย่างระมัดระวัง เมื่อคลี่ม้วนหนังออก แสงจากโคมไฟของเอเลียสก็ส่องเข้าไป เผยให้เห็นลายมือที่หวัดและรีบร้อน “ข้าได้บันทึกเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น” บรรทัดแรกเขียนไว้ “ข้าได้เห็น…ข้าได้ยิน…พลังงานที่มองไม่เห็นกำลังบิดเบือนความจริง”
“บันทึกเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น?” เอเลียสทวนคำเสียงเครียด “นั่นมัน…มันเป็นไปไม่ได้” เขาขมวดคิ้ว “อาลักษณ์มีหน้าที่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น การบันทึกอนาคตคือการละเมิดกฎเหล็กอย่างร้ายแรง” “รู้แล้ว” บรอนเวนตอบเสียงเรียบ “แต่ก็ดูเหมือนว่ามาสเตอร์ ธาเดอุส จะไม่ได้คิดอย่างนั้น” เธออ่านต่อไป “แสงในเรือนกระจก…มันไม่ใช่แสงธรรมดา มันสะท้อนบางสิ่ง…บางสิ่งที่ยังไม่ถูกสร้างขึ้น…หรือบางสิ่งที่ถูกลบล้างไป” เธอกวาดสายตาไปที่คำอธิบายที่ซับซ้อนเกี่ยวกับ ‘การทดลองกับแสงและเวลา’ และ ‘คุณสมบัติพิเศษของผลึกแก้วที่สามารถสะท้อนสิ่งอื่นนอกเหนือจากภาพ’ “เขาหมายถึงอะไรกันแน่? แสงสะท้อนสิ่งที่จะเกิดขึ้น?”
“เซเลสเทนก็พูดถึงอะไรทำนองนั้น” เอเลียสแทรกขึ้น “เธอพบข้อความที่ถูกเขียนทับในบันทึกการทดลองเก่าแก่ของเธอเกี่ยวกับ ‘การทดลองกับแสงและเวลา’ และการที่ผลึกแก้วสามารถ ‘สะท้อน’ บางสิ่งได้…เธอกำลังสงสัยว่าพลังงานแสงที่ใช้ในระบบอาลักษณ์แสงของเรา…มันปกติจริงหรือเปล่า” บรอนเวนขมวดคิ้วลึก “นี่มัน…น่าขนลุก” เธออ่านถึงข้อความสุดท้ายในบันทึก “การเชื่อมโยง…มันชัดเจน…การบันทึก…การเขียน…และแสงนั่น…แสงที่ใช้ในเรือนกระจก…มันคือจุดเริ่มต้น…มันคือประตู…” ก่อนที่เธอจะทันได้ประมวลผลข้อความสุดท้ายนั้น ไฟจากโคมไฟของเอเลียสก็กะพริบอย่างรุนแรง แล้วภาพเงาประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนผนังด้านหลังม้วนบันทึก มันไม่ใช่เงาของพวกเขาทั้งสองคน แต่มันเป็นรูปร่างที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ราวกับมีชีวิต…แล้วเงาที่กำลังก่อร่างนั้นก็ค่อยๆ หายไป ทิ้งไว้เพียงความมืดและคำถามที่ค้างคาในอากาศ…
“นั่นมันอะไรกัน?” เอเลียสถามเสียงสั่น “ฉันไม่รู้” บรอนเวนตอบ พลางกอดอกแน่น “แต่ฉันคิดว่าเราเพิ่งจะเจอเบาะแสแรกเกี่ยวกับที่มาของ ‘หนังสือแห่งอนาคต’ ของเราแล้ว” เธอเงยหน้ามองเพดานห้องเก็บของที่มืดมิด ความรู้สึกของการถูกจับจ้องเมื่อครู่กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันหนักหน่วงกว่าเดิม “บางที…มาสเตอร์ ธาเดอุส อาจจะไม่ได้บ้า…เขาอาจจะแค่เห็นในสิ่งที่เรากำลังจะเห็นก็ได้” เธอคิดในใจ
--- บรอนเวนค้นพบช่องลับในห้องเก็บของที่ถูกลืม ซึ่งภายในมีบันทึกของอาลักษณ์ผู้ล่วงลับที่กล่าวถึงการบันทึกเหตุการณ์ในอนาคตและพลังงานที่มองไม่เห็น ก่อนที่เงาประหลาดจะปรากฏขึ้นบนผนัง บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงกับการทดลองในเรือนกระจก