← 章節目錄

The Glass Library

章節 149免費

ตอนที่ 149 — ห้องแสงแห่งความสามัคคี

บรอนเวนยืนอยู่กลางห้องโถงที่สว่างไสวด้วยแสงสีฟ้าอ่อน กลิ่นอายของผลึกแก้วและโอโซนยังคงค้างอยู่ในอากาศ เศษเสี้ยวของพลังงานที่ยังคงปั่นป่วนราวกับคลื่นใต้น้ำจางๆ ทำให้ขนแขนของเธอตั้งชัน “นี่มันเกิดอะไรขึ้น เซเลสเทน?” เธอเอ่ยถาม พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่เคยเต็มไปด้วยอุปกรณ์ระยิบระยับของนักวิจัยผลึกแก้ว ตอนนี้กลับมีเพียงร่องรอยของการระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่ “ฉัน… ฉันไม่รู้” เสียงของเซเลสเทนสั่นเครือ เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้น จ้องมองฝ่ามือที่ยังคงมีประกายแสงจางๆ “ฉันแค่พยายาม… เชื่อมต่อทุกสิ่งเข้าด้วยกัน”

เอเลียสเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าเคร่งขรึม “เชื่อมต่ออย่างไร? สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความสามัคคี เซเลสเทน มันคือความโกลาหล” เขาเหลือบมองบรอนเวน “เธอได้ยินเสียงนั่นไหม?” บรอนเวนพยักหน้า “เหมือนเสียงกระซิบ… แต่ดังกว่านั้น” เธอพยายามตั้งสมาธิเพื่อจับใจความ แต่เสียงนั้นมันพร่าเลือน สับสน วิ่งวนไปมาในหัวของเธอ “มันไม่ใช่เสียงกระซิบ มันคือ… ความคิด” เซเลสเทนพูดขึ้น “ความคิดที่มาจากทุกสรรพสิ่ง”

“ความคิด?” เอเลียสเลิกคิ้ว “ความคิดของใคร? ของเรา? ของผลึก? ของ… โลก?”

“ทุกสิ่ง” เซเลสเทนยืนขึ้น ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่แววตาฉายแววบางอย่างที่บรอนเวนไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันพยายามใช้ ‘แสงสะท้อนของกาลเวลา’ เพื่อสร้าง ‘ห้องแห่งความสามัคคี’ เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง แต่… มันมากเกินไป พลังงานมันหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกันทั้งหมด” เธออธิบายอย่างรวดเร็ว “ฉันเห็น… ฉันเห็นความฝันของทุกสิ่ง”

บรอนเวนขมวดคิ้ว “ความฝัน?”

“ใช่” เซเลสเทนพยักหน้า “ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด… คือการดำรงอยู่”

“การดำรงอยู่?” เอเลียสทวนคำ “แล้วมันเกี่ยวข้องกับความรักอย่างไร?”

“ความรักคือแก่นแท้ของการดำรงอยู่” เซเลสเทนตอบ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้น ราวกับเพิ่งค้นพบความจริงที่ยิ่งใหญ่ “ฉันเห็นความฝันของก้อนหินที่ปรารถนาจะโอบกอดผืนดิน ความฝันของสายน้ำที่ต้องการไหลไปรวมกับมหาสมุทร ความฝันของดวงดาวที่ส่องแสงเพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่โลกใบเล็กๆ ใบนี้… ทุกสิ่งปรารถนาที่จะแบ่งปัน”

บรอนเวนเงียบไป เธอพยายามนึกย้อนไปถึงความรู้สึกที่เธอเคยมี ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องคนในครอบครัว ปกป้องเพื่อนพ้อง ความรู้สึกที่เธอไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ จนกระทั่งบัดนี้ “การแบ่งปัน…” เธอพึมพำ

“ใช่” เซเลสเทนเสียงดังขึ้น “การแบ่งปันคือการดำรงอยู่! ไม่ใช่แค่การมีตัวตน แต่คือการมอบตัวตนนั้นให้แก่ผู้อื่น การดำรงอยู่ที่มีความหมายคือการดำรงอยู่เพื่อผู้อื่น” เธอหันมามองบรอนเวน “ในบันทึกโบราณที่เจ้าพบ… ‘คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’… มันหมายถึงการค้นพบความจริงข้อนี้ต่างหาก! การค้นพบว่าความสมดุลที่แท้จริงนั้น เกิดจากการแบ่งปันอย่างเท่าเทียม”

เอเลียสถอนหายใจเบาๆ “แต่เจ้าก็เกือบจะทำลายทุกสิ่งไปแล้ว”

“นั่นเพราะฉันยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง” เซเลสเทนยอมรับ “ฉันมองเห็นแต่พลังงานที่ไหลเวียน แต่ไม่ได้มองเห็น ‘ความรู้สึก’ ที่อยู่เบื้องหลัง” เธอเดินไปหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แสงสีฟ้าอ่อนส่องผ่านมัน “ฉันคิดว่า… คำพยากรณ์ที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงอำนาจทางการเมือง หรือการควบคุม แต่หมายถึงการเข้าใจ ‘หัวใจ’ ของจักรวาลนี้”

บรอนเวนก้าวเข้าไปใกล้เซเลสเทน เธอวางมือลงบนผลึกแก้วในมือของเซเลสเทน “แล้วตอนนี้… เราจะทำอย่างไร?”

เซเลสเทนยิ้มบางๆ “เราต้องเรียนรู้ที่จะ ‘ฟัง’ ให้มากกว่านี้” เธอสบตาบรอนเวน “ฟังเสียงความฝันของทุกสรรพสิ่ง และเรียนรู้ที่จะ ‘แบ่งปัน’ อย่างแท้จริง”

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบที่สับสนเมื่อครู่ก็กลับมา แต่คราวนี้มันไม่ได้ดังในหัวของบรอนเวนอีกต่อไป แต่มันดังมาจากรอบทิศทาง… เสียงแห่งความปรารถนา เสียงแห่งความหวัง เสียงแห่งความรัก… เสียงของทุกสรรพสิ่งกำลังส่งมาถึงเธอ ราวกับว่าทั้งห้องโถงนี้กำลังหายใจเข้าและออกพร้อมกัน บรอนเวนหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา ไม่ใช่ความอบอุ่นจากแสงสว่าง แต่เป็นความอบอุ่นที่มาจากภายใน… ความอบอุ่นของการเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเธอเอง… “ทุกสิ่งในจักรวาลนี้… ดำรงอยู่ด้วยการแบ่งปันความรัก” เธอพึมพำ คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ และในขณะเดียวกัน เธอก็เห็นภาพ… ภาพของจักรวาลที่ส่องประกายระยิบระยับ ไม่ใช่ด้วยแสงแห่งผลึก แต่ด้วยแสงแห่งความรักที่เชื่อมโยงทุกดวงดาว ทุกชีวิต ทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน

เมื่อลืมตาขึ้น บรอนเวนเห็นภาพที่งดงามจนแทบจะกลั้นหายใจ… ผืนฟ้าเบื้องบนไม่ได้มีเพียงสีฟ้าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยสีสันอันหลากหลายที่ไหลเวียนเชื่อมโยงกันเป็นคลื่นพลังงานอันอ่อนโยน แสงจากผลึกแก้วที่เคยดูแข็งกระด้าง บัดนี้กลับอ่อนนุ่มและอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า เธอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเซเลสเทนที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี และแม้แต่เอเลียสที่ปกติเคร่งขรึม ก็ยังมีแววตาที่อ่อนลง “เรา… เราทำสำเร็จแล้ว” เซเลสเทนกระซิบ

บรอนเวนพยักหน้า เธอรู้สึกถึงความเบาบางที่เข้ามาแทนที่ความตึงเครียดเมื่อครู่ นี่ไม่ใช่ชัยชนะแบบที่เคยรู้จัก มันคือการค้นพบ… การค้นพบความงามอันแท้จริงของการดำรงอยู่… การดำรงอยู่ที่เต็มไปด้วยความรักและการแบ่งปัน… และในความรู้สึกนั้นเอง เธอได้เห็นว่าทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้… ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยสิ่งเดียวกัน… การแบ่งปันความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด… ราวกับว่าหัวใจของจักรวาลกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ… ท่ามกลางแสงสีอันเจิดจ้า และคลื่นพลังงานที่อ่อนโยน… เธอสัมผัสได้ถึงความสงบสุขที่แผ่ซ่านเข้ามา… ความสงบสุขที่มาจากความเข้าใจ… ความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของการมีอยู่… เธอได้เห็นความงามของการดำรงอยู่… ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด

และในขณะที่แสงสีเริ่มจางลง บรอนเวนก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป… ไม่ใช่เพียงในห้องโถงนี้ แต่ในจิตวิญญาณของเธอเอง… ความเข้าใจที่เกิดขึ้นนี้… จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง… ตลอดไป…

--- เซเลสเทนพยายามสร้าง 'ห้องแห่งความสามัคคี' ด้วย 'แสงสะท้อนของกาลเวลา' แต่กลับปล่อยพลังงานที่รุนแรงออกมา บรอนเวนและเอเลียสพบว่าพลังงานนั้นคือ 'ความฝัน' ของทุกสรรพสิ่งในการดำรงอยู่ ซึ่งมีแก่นแท้คือ 'การแบ่งปัน' ความรัก ทำให้บรอนเวนเข้าใจถึงความงามของการดำรงอยู่ผ่านการเชื่อมโยงอันอ่อนโยนของจักรวาล