ตอนที่ 147 — การค้นพบในหอสมุดหลวง
เอเลียสขมวดคิ้ว จ้องมองกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้า แสงสลัวจากโคมไฟระยิบระยับสะท้อนเงาของตัวอักษรที่บิดเบี้ยว ราวกับกำลังเย้ยหยันความพยายามของเขา “นี่มันไม่เวิร์คเลยสักนิด” เขาพึมพำ เสียงแหบพร่าจากการตรากตรำงานหนักมาหลายชั่วโมง ‘นักกวี’ ที่นั่งอยู่ตรงข้าม เขาก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ดวงตาที่เคยฉายแววสดใส บัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและฉากหลังที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงเสียดฟ้า และกองตำราที่วางซ้อนกันจนแทบจะถล่มลงมา บรรยากาศภายในหอสมุดหลวงแห่งนี้ ปกติจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและความรู้ที่สั่งสมมานับศตวรรษ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดและความคับข้องใจ
“คุณแน่ใจหรือว่าเรากำลังมองหา ‘บทกวีแห่งความรัก’ ที่ถูกต้อง?” นักกวีถาม เสียงของเขาแผ่วเบา “ผมกำลังเริ่มสงสัยว่า ‘มาสเตอร์เอเดรียน’ อาจจะไม่ได้ตั้งใจให้เราเข้าใจมันเลย” เขากล่าวพร้อมกับชี้ไปที่บรรทัดหนึ่งบนกระดาษ “ดูนี่สิ ‘ดวงตาของเธอคือทะเลสาบที่สะท้อนดวงดาว… และหัวใจของฉันคือเรือที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย’ มันมีความหมายอะไรกันแน่? ทะเลสาบที่ไหนสะท้อนดวงดาว? หรือเรือที่ลอยไปอย่างไร้จุดหมาย? มันฟังดูเหมือนบทกวีสำหรับเด็กมากกว่า”
เอเลียสหยิบแว่นตาขึ้นมาสวม มองตามที่นักกวีชี้ ‘ปริศนา’ ที่แท้จริงคือการตีความบทกวีเหล่านี้ให้ได้ความหมายที่ลึกซึ้งและกินใจ แต่หลายบทกลับดูเหมือนเป็นเพียงการเรียงร้อยคำที่ไร้ซึ่งแก่นสาร “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เอเลียสตอบ “แต่เราได้รับคำสั่งให้ ‘สร้าง’ บทกวีเหล่านี้ให้สำเร็จก่อนงานเทศกาล ‘แสงแห่งดวงดาว’ ที่จะถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ ราชสำนักคาดหวังสิ่งพิเศษในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปีก่อน พวกเขาต้องการ ‘ความหวัง’ และ ‘ความสามัคคี’ ที่บทกวีแห่งความรักนี้จะมอบให้” เขาถอนหายใจ “แต่ถ้าเรายังหาความหมายที่แท้จริงของมันไม่ได้ เราจะ ‘สร้าง’ มันได้อย่างไร?”
เขาหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ มันเป็นตำราเก่าแก่ที่บันทึกประวัติศาสตร์ของ ‘อาลักษณ์แสง’ ยุคแรกๆ ที่ถูกเก็บไว้ในส่วนที่เข้าถึงได้ยากของหอสมุด ปกติแล้วตำราเหล่านี้จะถูกเปิดอ่านน้อยมากเนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างแห้งแล้งและซ้ำซาก แต่เมื่อเขาเปิดมันออก แสงจากโคมไฟกลับส่องกระทบหน้ากระดาษหน้าหนึ่ง ทำให้ตัวอักษรที่เคยดูธรรมดา กลับเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมาอย่างประหลาด “นี่มัน…” เอเลียสเอ่ยเสียงเบา
นักกวีก้มลงมองตาม “อะไรครับ?”
“ดูนี่สิ” เอเลียสชี้ไปที่หน้ากระดาษ “ตัวอักษรพวกนี้… มันไม่ใช่แค่ตัวอักษรธรรมดา” เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปบนพื้นผิว “มันมีความรู้สึกบางอย่าง… เหมือนมีพลังงานบางอย่างแฝงอยู่”
นักกวีขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง “ผมเห็นแล้วครับ! มันเหมือนกับ… เหมือนกับ ‘รหัส’ บางอย่าง” เขากล่าวอย่างตื่นเต้น “ผมเคยอ่านเกี่ยวกับเทคนิคของ ‘มาสเตอร์เอเดรียน’ เขาเคยถูกกล่าวถึงในบันทึกเก่าๆ ว่าเป็นอัจฉริยะด้านการซ่อนความหมาย เขาอาจจะไม่ได้เขียนบทกวีเหล่านี้ลงในบันทึกโดยตรง แต่อาจจะซ่อนมันไว้ในตำราเล่มอื่นๆ”
เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองนักกวี ความคิดแล่นเข้ามาในหัว “ตำราประวัติศาสตร์… ตำราเกี่ยวกับ ‘อาลักษณ์แสง’… นี่มันมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไร?” เขาหยิบตำราเล่มอื่นขึ้นมาดูบ้าง เป็นตำราเกี่ยวกับ ‘กฎแห่งผลึกแก้ว’ ที่ใช้ในการคัดลอกหนังสือ “นี่ก็เหมือนกัน!” เขาอุทาน “มีตัวอักษรบางตัวที่ดูเหมือนจะถูกเน้นเป็นพิเศษ”
ทั้งสองเริ่มค้นหาตำราเล่มอื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง พวกเขาเปิดตำราทุกเล่มที่วางอยู่ใกล้ๆ ค้นหาตัวอักษรที่ผิดปกติ หรือร่องรอยของพลังงานที่ ‘มาสเตอร์เอเดรียน’ อาจจะทิ้งไว้ ‘สำนักอาลักษณ์’ มีกฎเหล็กที่เข้มงวดว่าหนังสือทุกเล่มต้องมีต้นฉบับที่จับต้องได้ แต่ตำราเหล่านี้กลับดูเหมือนเป็นข้อยกเว้น พวกมันมีที่มาแน่ชัด แต่เนื้อหาที่ปรากฏกลับดูเหมือนถูก ‘เขียนทับ’ ด้วยบางสิ่งบางอย่าง
“นี่ไง!” นักกวีตะโกนลั่น “ผมเจอแล้ว! ในตำราเล่มนี้ ‘บันทึกการเดินทางของนักสำรวจ’ มีคำบางคำที่ดูไม่เข้าพวก ‘ดวงใจ… เต้นรำ… ระบำ… ดุจ… ดารา… สุรีย์…’ มันเป็นคำที่ดูเหมือนจะถอดมาจากบทกวีที่เราพยายามตีความก่อนหน้านี้!”
เอเลียสรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมา เขาหยิบตำราเล่มนั้นมาดูอย่างรวดเร็ว “ใช่เลย! มันคือคำที่ขาดหายไปในบทกวี ‘ดวงตาของเธอคือทะเลสาบที่สะท้อนดวงดาว… และหัวใจของฉันคือเรือที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย…’ ถ้าเราแทนที่คำว่า ‘เรือ’ ด้วย ‘ดวงใจ’ และ ‘ไร้จุดหมาย’ ด้วย ‘เต้นรำดุจดาราสุรีย์’… ความหมายมันจะเปลี่ยนไปเลย!”
พวกเขาเริ่มนำคำที่พบจากตำราเล่มต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ที่ซับซ้อน แต่ละชิ้นส่วนที่ค้นพบ ยิ่งทำให้ภาพรวมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ความหมายที่ซ่อนเร้นของบทกวีแห่งความรักที่ ‘มาสเตอร์เอเดรียน’ ตั้งใจจะสื่อสาร กำลังค่อยๆ เผยออกมา
“‘ทะเลสาบแห่งดวงตา… สะท้อน… ม่านหมอก… และหัวใจ… เต้นรำ… ดุจ… ดารา… สุรีย์…’” นักกวีอ่านทวนบทกวีที่สมบูรณ์ “มัน… มันงดงามมาก” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เอเลียสพยักหน้าเห็นด้วย ‘ปริศนา’ ทั้งหมดถูกคลี่คลาย ‘บทกวีแห่งความรัก’ ที่เคยดูเหมือนไร้สาระ บัดนี้กลับกลายเป็นบทเพลงที่ไพเราะจับใจ เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง กินใจ และสื่อถึงความสมบูรณ์แบบของความรักได้อย่างแท้จริง ความตึงเครียดที่เคยปกคลุมหอสมุดหลวงพลันมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปีติยินดี
“เราทำได้แล้ว” เอเลียสกล่าว เสียงของเขามีความยินดีแฝงอยู่ “เราไขปริศนาแห่งบทกวีแห่งความรักได้สำเร็จ” เขาเหลือบมองไปยังภาพอนาคตที่ ‘เซเลสเทน’ เคยฉายให้เห็น มันเป็นภาพที่แสดงถึงความสมดุลที่แท้จริง ซึ่งเกิดจากการยอมรับในความไม่สมบูรณ์ และบัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ‘คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’ อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล่าขาน แต่เป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในไม่ช้า
ขณะที่พวกเขากำลังจะเก็บตำรา เอเลียสสังเกตเห็นรอยประทับเล็กๆ ที่มุมด้านล่างของหน้าสุดท้ายในตำราประวัติศาสตร์ ‘อาลักษณ์แสง’ ยุคแรกๆ มันเป็นสัญลักษณ์รูป ‘ดวงตา’ ที่มี ‘ดาว’ ล้อมรอบ ภาพนั้นทำให้เขานึกถึง ‘คำทำนาย’ ที่เขาเคยเห็นในบันทึกเก่าแก่… คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก… ในบันทึกเก่าแก่ที่บรอนเวนเคยพบ… ภาพอนาคตอันสมบูรณ์แบบที่ ‘แสงสะท้อนของกาลเวลา’ สร้างขึ้น… และความหวังที่มาจากการยอมรับในความไม่สมบูรณ์ของตนเองและผู้อื่น… ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เซเลสเทนเคยเผชิญหน้า… กำลังจะเปิดเผย… เขาหันไปมองนักกวี “บางที… นี่อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”
เขาปิดตำราลง เสียง ‘คลิก’ เบาๆ ดังก้องในความเงียบสงัดของหอสมุดหลวง ความลับที่ ‘มาสเตอร์เอเดรียน’ ซ่อนไว้ได้ถูกเปิดเผย แต่ความลับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นกำลังรอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า… รอคอยให้เขาและเอลเดอร์เมียร์ได้ค้นพบ… และนำพาไปสู่ยุคแห่งความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง
--- เอเลียสและนักกวีค้นพบว่าบทกวีแห่งความรักที่พวกเขากำลังตีความนั้น ถูก ‘มาสเตอร์เอเดรียน’ ซ่อนความหมายไว้ในตำราต่างๆ ทั่วหอสมุดหลวง เมื่อรวบรวมชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายได้สำเร็จ พวกเขาก็พบว่าบทกวีเหล่านั้นมีความหมายที่งดงามและลึกซึ้งเกินกว่าที่คาดคิด