ตอนที่ 112 — การจัดวางตำราต้องห้ามในห้องโถงผลึก
“วางมันลงบนแท่นหินนั่น บรอนเวน อย่าให้มันแตะพื้นเด็ดขาด” เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เขายืนกอดอกแน่นจนนิ้วมือขาวซีด แสงจากผลึกแก้วยักษ์กลางห้องโถงสะท้อนผ่านแว่นตาของเขาจนดูเหมือนดวงตาที่ไร้ความรู้สึก
บรอนเวนมองหนังสือสามเล่มในมือ น้ำหนักของพวกมันไม่ได้มาจากกระดาษ แต่มาจากความกดอากาศที่บิดเบี้ยวรอบตัวเล่ม “ถ้าฉันวางมันลง แล้วมันระเบิดใส่หน้าพวกคุณ ฉันจะไม่รับผิดชอบเรื่องการทำความสะอาดนะ” เธอประชดพลางขยับเท้าอย่างระมัดระวังบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ
“อย่าเล่นตลกตอนนี้ได้ไหม!” เซเลสเทนโพล่งขึ้น เธอหอบหายใจจากการใช้พลังงานเปิดกลไกเมื่อครู่ เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมตามไรผม “ค่าความเข้มของแสงรอบๆ เล่มแรกมันพุ่งสูงเกิน 800 ลูเมนเวทมนตร์แล้ว ถ้าเราไม่จัดการรวบรวมพวกมันเข้าด้วยกัน พลังงานที่ขัดแย้งกันจะทำให้โครงสร้างผลึกตรงนี้ร้าว!”
บรอนเวนพยักหน้าช้าๆ เธอวาง ‘บันทึกประวัติศาสตร์รอยร้าว’ ลงบนแท่นหินเป็นเล่มแรก ทันทีที่สันหนังสือสัมผัสหิน อากาศในห้องโถงก็สั่นสะเทือนเหมือนมีเสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากใต้ดิน แสงสีทองหม่นพุ่งออกจากตัวเล่ม พยายามจะดันทุกอย่างออกไปจากรัศมีของมัน
“เล่มที่สอง...” บรอนเวนหยิบ ‘บันทึกแห่งแสงสะท้อน’ ออกมา เธอสังเกตเห็นว่ากระดาษของมันดูเหมือนจะดูดกลืนแสงรอบข้างเข้าไป แทนที่จะสะท้อนออกมาเหมือนเล่มแรก แต่พอเธอพยายามจะขยับเข้าใกล้แท่นหิน พลังงานจากเล่มแรกก็ดีดกลับมาเหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น
“มันไม่ยอมให้เข้าใกล้!” บรอนเวนกัดฟัน พยายามดันเล่มที่สองเข้าหาแท่นหิน แต่แรงต้านนั้นรุนแรงจนเธอต้องถอยหลังกรูด “พวกมันเหมือนขั้วแม่เหล็กที่ผลักกันตลอดเวลา”
“ลองใช้เทคนิคการหักเหแสงสิ!” เซเลสเทนตะโกนพลางรัวนิ้วลงบนแผ่นจารึกเวทมนตร์ข้างแท่น “ถ้าเราไม่สามารถรวมมันได้ เราจะไม่มีวันเข้าถึงต้นฉบับที่แท้จริงได้เลยนะ บรอนเวน! เราต้องหาจุดสมดุลก่อนที่ทหารราชสำนักจะตามลงมาถึงที่นี่!”
เอเลียสขยับเข้ามาใกล้ มือข้างหนึ่งจับด้ามกริชข้างเอวไว้แน่น “ทำตามที่เซเลสเทนบอก บรอนเวน เราไม่มีเวลาเหลือให้ลองผิดลองถูกแล้ว บันทึกเก่าแก่ที่เธออ่านเจอ... เรื่องราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลกนั่นน่ะ ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เราจำเป็นต้องมีคำทำนายเหล่านี้อยู่ในที่เดียวเพื่อพิสูจน์”
บรอนเวนจ้องมองหนังสือทั้งสองเล่มที่กำลังปะทะกันด้วยคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น แสงสีทองของเล่มแรกกับแสงสีเงินหม่นของเล่มที่สองกำลังขัดขวางกันเองจนอากาศเริ่มร้อนระอุ เธอหยุดนิ่ง สายตาคมกริบกวาดมองลักษณะทางกายภาพของหนังสือทั้งสองอย่างละเอียด เธอไม่ได้มองแค่หน้าปก แต่มองไปถึงการไหลเวียนของแสงที่รั่วไหลออกมาจากรอยเย็บ
“เซเลสเทน เลิกสั่งให้ฉันใช้เทคนิคพื้นๆ ได้แล้ว” บรอนเวนพูดเสียงเรียบ เธอเริ่มมองเห็นรูปแบบบางอย่าง “เล่มแรกคือตัวส่งพลังงาน เล่มที่สองไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันคือกระจก”
บรอนเวนไม่ได้พยายามจะวางเล่มที่สองลงบนแท่นตรงๆ อีกต่อไป แต่เธอเปลี่ยนท่าทาง เธอขยับเล่มที่สองให้ทำมุมเฉียงกับเล่มแรก โดยใช้ระยะห่างระหว่างหนังสือกับแท่นหินเป็นจุดโฟกัส
“เธอจะทำอะไรน่ะ!” เอเลียสถามด้วยความตกใจ
“ใช้ตัวกลางไงล่ะ” บรอนเวนตอบสั้นๆ เธอค่อยๆ เลื่อน ‘บันทึกแห่งแสงสะท้อน’ เข้าไปคั่นกลางระหว่างเล่มแรกกับแท่นหิน ทันทีที่เล่มที่สองวางทำมุมที่ถูกต้อง แสงสีทองที่ดุร้ายจากเล่มแรกก็พุ่งเข้าหาหน้าปกของเล่มที่สอง แทนที่จะระเบิดออก มันกลับถูกสะท้อนและหักเหให้โค้งวนรอบเล่มที่สอง กลายเป็นวงแหวนแสงที่หมุนวนอย่างสงบ
“พระเจ้า... มันทำงาน!” เซเลสเทนอุทาน ดวงตาเบิกกว้าง “พลังงานที่ขัดแย้งกันถูกเปลี่ยนเป็นวงจรปิด! บรอนเวน เธอทำได้ยังไง?”
“ก็แค่เปลี่ยนทิศทางของความวุ่นวายให้มันวนอยู่ในตัวเอง” บรอนเวนตอบพลางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แต่เธอรู้ดีว่างานยังไม่จบ
เธอหยิบเล่มที่สาม ‘ตำราพยากรณ์นิรนาม’ ซึ่งเป็นเล่มที่อันตรายที่สุดออกมา มันสั่นระริกอยู่ในมือราวกับหัวใจที่เต้นรัว บรอนเวนสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่รอช้าที่จะแทรกเล่มที่สามเข้าไปในวงแหวนแสงที่กำลังหมุนวนนั้น
“ระวัง!” เอเลียสตะโกน
ทันทีที่เล่มที่สามสัมผัสกับวงแหวนแสง ความเงียบงันที่น่าขนลุกก็ปกคลุมห้องโถงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกเป็นแสงสว่างวาบที่รุนแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ แสงนั้นไม่ใช่แค่สีเดียว แต่มันแตกตัวออกเป็นสีรุ้งที่ถักทอเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อน พลังงานมหาศาลพุ่งกระจายไปทั่วหอสมุดใต้ดิน แสงสีรุ้งเหล่านั้นไหลไปตามรอยแยกของผนังหินและสะท้อนกับผลึกแก้วยักษ์จนทำให้ทั้งห้องโถงกลายเป็นทะเลแห่งสีสัน
บรอนเวนยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุแสงนั้น เธอไม่หลับตา แม้ความสว่างจะแทบจะทำให้เธอมืดบอด เธอเห็นหนังสือทั้งสามเล่มลอยเด่นอยู่เหนือแท่นหิน พวกมันไม่ได้ขัดแย้งกันอีกต่อไป แต่มันกำลังสื่อสารกันผ่านลำแสงสีรุ้งที่เชื่อมโยงกันเป็นโครงข่าย
“ฉันควบคุมมันได้...” บรอนเวนพึมพำกับตัวเองท่ามกลางเสียงอื้ออึงของพลังงาน “ถ้ามันอยู่ด้วยกันแบบนี้ ฉันจะควบคุมคำทำนายพวกนี้ได้ทั้งหมด”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารราชสำนักก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินหินด้านบน พร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันที่ใกล้เข้ามาทุกที
--- บรอนเวนใช้วิธีการหักเหแสงโดยใช้หนังสือเล่มที่สองเป็นตัวกลางเพื่อระงับความขัดแย้งของพลังงานจากหนังสือคำทำนาย จนสามารถรวมพวกมันเข้าด้วยกันและเกิดปรากฏการณ์แสงสีรุ้งขึ้นในห้องโถงผลึก