← 章節目錄

The Glass Library

章節 108免費

ตอนที่ 108 — ประกายแสงที่สั่นคลอนกลางห้องสมุด

“ลองอีกครั้งนะคะ ถ้าคราวนี้ไม่สำเร็จ ฉันคงต้องเปลี่ยนไปใช้ผลึกเกรดสำรองจากเขตอุตสาหกรรมใต้แทน แต่มันให้ความละเอียดแสงไม่เท่าต้นฉบับหรอกนะคะ” เซเลสเทนพึมพำขณะที่ปลายนิ้วเรียวสั่นระริกขณะสัมผัสลงบนผิวเย็นเฉียบของผลึกแก้วขนาดเท่ากำปั้น เธอขยับเก้าอี้เข้าใกล้บรอนเวนและเอเลียสมากขึ้นจนได้กลิ่นจางๆ ของหมึกพิมพ์และกลิ่นไหม้จากพลังงานที่ตกค้างในอากาศ “มือคุณนิ่งพอไหม บรอนเวน? และเอเลียส... ได้โปรดเลิกขมวดคิ้วจนหน้าผากย่นแบบนั้นเถอะค่ะ มันทำให้การไหลเวียนของกระแสแสงสั่นสะเทือน”

บรอนเวนไม่ได้ตอบกลับ เธอเพียงแค่กระชับมือที่จับด้ามมีดสั้นข้างเอวให้แน่นขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปยังหนังสือเล่มที่ว่างเปล่าซึ่งเพิ่งสูญเสียข้อความสำคัญไปจากการปลดปล่อยพลังงานครั้งก่อน “ฉันพร้อม ถ้าคุณเลิกพูดเรื่องระดับความบริสุทธิ์ของผลึกแล้วเริ่มลงมือเสียที” บรอนเวนตอบสั้นๆ น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความประชดประชัน “ความไม่สมบูรณ์แบบคือศัตรูของความถูกต้อง หรือคุณเป็นพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบกันแน่ เซเลสเทน?”

“ไม่ใช่คลั่งค่ะ! แค่ไม่อยากให้เราต้องมานั่งคัดลอกใหม่เพราะความผิดพลาดทางเทคนิค!” เซเลสเทนเถียงกลับทันควัน เธอรีบสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสมาธิไปที่เจตจำนงเดียวที่เธอต้องการ... ความสามัคคี เธอไม่อยากให้ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ของอาลักษณ์และการเมืองในราชสำนักมาทำลายพวกเขาทั้งสาม เธอต้องการให้พลังงานแสงนี้ทำหน้าที่เป็น 'สะพาน' ไม่ใช่ 'กำแพง'

เอเลียสถอนหายใจยาวอย่างที่เธอคาดไว้ เขาขยับแว่นสายตาและจัดเสื้อคลุมอาลักษณ์ให้เข้าที่ “ตามหลักการของสำนักอาลักษณ์ การเชื่อมต่อกระแสแสงผ่านเจตจำนงส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการผิดเพี้ยนของข้อมูลอย่างยิ่ง หากเกิดความผิดพลาด ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ในชั้นบรรยากาศอาจถูกบิดเบือนได้” เขาพูดพลางมองดูผลึกแก้วที่เริ่มมีแสงริบหรี่พุ่งออกมา “แต่ในเมื่อตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเผชิญหน้ากับความจริงที่ราชสำนักพยายามปกปิด... ผมจะร่วมมือด้วย”

เซเลสเทนพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น เธอเริ่มร่ายมนตร์ผ่านปลายนิ้ว แสงสีฟ้าอ่อนเริ่มไหลออกจากผลึกแก้ว ลอยละล่องเป็นเส้นสายบางเบาราวกับใยแมงมุมที่ถักทออยู่ในอากาศ “เริ่มแล้ว! ทุกคนต้องนิ่งนะคะ!” เธอสั่งการด้วยเสียงที่เบากว่าเดิมแต่เต็มไปด้วยความหวัง “บรอนเวน... คุณต้องคิดถึงสิ่งที่ต้องการปกป้อง ส่วนเอเลียส... คุณต้องคิดถึงความถูกต้องที่คุณยึดถือ อย่าให้ความกลัวครอบงำ!”

แสงเริ่มเข้มข้นขึ้น จากสีฟ้าอ่อนกลายเป็นสีขาวนวลที่สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ เซเลสเทนรู้สึกถึงเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผม ความร้อนจากผลึกแก้วเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว เธอเห็นแสงนั้นพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างบรอนเวนและเอเลียส พยายามแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของทั้งสองคนเพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อที่ถาวร

“มัน... มันไม่นิ่งเลย!” เซเลสเทนอุทาน พลางมองเห็นแสงที่พุ่งออกมาจากผลึกเริ่มกระชากผิดจังหวะ “กระแสพลังงานมันไม่เสถียร! บรอนเวน! พลังงานจากหนังสือต้องห้ามของคุณยังหลงเหลืออยู่ มันกำลังต้านกับแสงของฉัน!”

บรอนเวนกัดฟันกรอด เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวหนัง “มันไม่ได้ต้าน... มันแค่พยายามจะออกมา!” บรอนเวนตะโกนกลับ แสงสีทองสว่างจ้าพุ่งออกจากตัวเธอพยายามปะทะกับแสงสีขาวของเซเลสเทน เกิดเป็นคลื่นกระแทกทางพลังงานที่ทำให้ตำราบนชั้นรอบๆ สั่นสะเทือน

“อย่าหยุด! เซเลสเทน! อย่าตัดการเชื่อมต่อ!” เอเลียสสั่งการด้วยน้ำเสียงที่หายไปจากความเคร่งครัด เปลี่ยนเป็นความเด็ดขาด “เราต้องใช้ความสั่นสะเทือนนี้เป็นตัวกระตุ้น! ใช้ความต้องการความสามัคคีของคุณเป็นแกนกลาง!”

เซเลสเทนหลับตาลง เธอไม่ได้นึกถึงแค่เรื่องเทคนิคอีกต่อไป เธอระบายความรู้สึกทั้งหมดที่มี... ความกลัวที่ว่าโลกจะล่มสลายหากไม่มีผู้คุมแสงที่แท้จริง ความกังวลต่ออนาคตที่มืดมน และความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ทั้งสองคน—ชายผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบ และหญิงสาวผู้แบกรับชะตากรรม—ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอ เธอเทความตั้งใจทั้งหมดลงไปในจุดเดียว: 'เราจะไม่สู้เพียงลำพัง'

ทันใดนั้น ผลึกแก้วก็ส่องแสงวาบเป็นคลื่นขนาดใหญ่ มันไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่าง แต่มันคือคลื่นกระแทกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสงนั้นระเบิดออกจากศูนย์กลาง พุ่งผ่านร่างของทั้งสามคนเหมือนกระแสธารที่เชี่ยวกราก แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับโอบอุ้ม พวกเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของกันและกันอย่างฉับพลัน

บรอนเวนสะดุ้งโหยงเมื่อความรู้สึกสงบและเป็นระเบียบของเอเลียสไหลผ่านเข้ามาในมโนสำนึกของเธอ ขณะเดียวกันเธอก็ได้รับรู้ถึงความร้อนแรงและความมุ่งมั่นของเซเลสเทน ส่วนเอเลียส... เขาถึงกับต้องกุมขมับเมื่อความรู้สึกเด็ดเดี่ยวและไม่ยอมจำนนของบรอนเวนพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่การรับรู้ทางกาย แต่มันคือการเชื่อมต่อทางเจตจำนง

“ได้ผล...” เซเลสเทนกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าจากการใช้พลังงาน แสงในห้องค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงประกายไฟเล็กๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวพวกเขาเหมือนฝุ่นละอองทองคำ “ฉันทำได้... เราเชื่อมต่อกันแล้ว...”

บรอนเวนยกมือขึ้นมองมือตัวเองที่ยังสั่นเทา เธอหันไปมองเอเลียสที่ดูเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากภวังค์ ทั้งสองคนสบตากันด้วยความตะลึงงัน ความเงียบปกคลุมห้องสมุดชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของทั้งสามคน

“คุณสัมผัสได้ใช่ไหม?” บรอนเวนถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้ประชดประชันเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความตระหนักรู้ “ความรู้สึกนั้น... มันไม่ใช่แค่เรื่องของแสง แต่มันคือ... ตัวตนของเรา”

เอเลียสพยักหน้าช้าๆ ใบหน้าของเขาดูซีดลงแต่แววตากลับมั่นคงขึ้น “มันคือการยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นเพียงฟันเฟืองที่แยกจากกันในระบบของเอลเดอร์เมียร์อีกต่อไป แสงนี้... มันเชื่อมโยงเจตจำนงของเราเข้าด้วยกันจริงๆ”

เซเลสเทนยิ้มทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า เธอพยายามประคองตัวเองให้ยืนตรง “ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าราชสำนักจะส่งคำทำนายปลอมๆ แบบไหนมา หรือแม้แต่ความลับเรื่องผู้คุมแสงจะร้ายกาจเพียงใด... พวกคุณจะไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกต่อไปแล้วค่ะ”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารรักษาการณ์ดังขึ้นที่ทางเดินหน้าห้องสมุด เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปตามโถงทางเดิน บรอนเวนคว้าหนังสือเล่มที่ว่างเปล่าขึ้นมา แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นคมปลาบราวกับใบมีด

“ดูเหมือนความสามัคคีของเราจะดึงดูดแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเสียแล้ว” บรอนเวนกล่าวพลางขยับไปยืนบังทางเข้าห้องสมิทธ์ “เตรียมตัวให้ดี เอเลียส เซเลสเทน... งานที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”

แสงสว่างจากผลึกแก้วที่เหลือเพียงน้อยนิดสะท้อนในดวงตาของทั้งสามคน ขณะที่ประตูห้องสมุดถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยชายในชุดเกราะสีเงินของราชสำนัก

--- เซเลสเทนใช้พลังงานจากผลึกแก้วเพื่อเชื่อมต่อเจตจำนงของบรอนเวนและเอเลียสเข้าด้วยกันจนสำเร็จ ทำให้ทั้งสามคนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของกันและกัน และต้องเผชิญหน้ากับการบุกเข้ามาของทหารราชสำนัก