← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 77免費

ตอนที่ 77 — เสียงกระซิบจากรอยเปื้อน

แสงอาทิตย์ในโลกใหม่นี้ไม่เหมือนแสงที่อคิราห์เคยรู้จัก มันไม่มีทิศทางที่แน่ชัด ไม่มีรอยต่อระหว่างรุ่งอรุณกับสนธยา ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆที่มีสีสันแปลกประหลาด ราวกับสีน้ำที่ถูกหยดลงบนกระดาษเปียกชื้น และที่เหนือขึ้นไปเหนือชั้นเมฆเหล่านั้น คือ 'ดวงตา'—รอยเปื้อนหมึกสีดำมหาศาลที่แผ่ขยายกว้างขวางราวกับจะโอบอุ้มโลกทั้งใบไว้ในจักษุที่ไร้รูปลักษณ์นั้น มันไม่ใช่ดวงตาที่มองเห็นด้วยแสง แต่เป็นดวงตาที่มองเห็นด้วยความหมาย

ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งบนที่ราบสูงคีรีครามที่เพิ่งก่อตัวขึ้นจากเศษซากความจริงเดิม บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่เงียบเชียบ ชาวบ้านต่างพากันเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่าความทรงจำเกี่ยวกับท้องฟ้าสีครามที่เคยมีอยู่ได้ถูกลบเลือนไปพร้อมกับการสลายตัวของอคิราห์ สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความพร่าเลือนและความไม่แน่นอนที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศ ทุกย่างก้าวบนพื้นดินให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนผืนผ้าใบที่ยังไม่แห้งสนิท

'มันกำลังมองเราอยู่ใช่ไหม?' หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผนังหินของกระท่อมที่สร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวของอดีต

'มันไม่ได้มอง...' ชายชราที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาฝ้าฟางจากการมองดูสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรเห็น 'มันแค่... อยู่ที่นั่น เพื่อย้ำเตือนว่าความจริงที่เราเห็นอยู่นี้ เป็นเพียงรอยจารึกที่ยังไม่คงที่'

ความไม่แน่นอนไม่ได้อยู่แค่บนท้องฟ้า แต่มันแทรกซึมอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ต้นไม้บางต้นมีใบเป็นอักขระมรกตที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับมีลมหายใจ ในขณะที่หินบางก้อนกลับโปร่งแสงจนมองเห็นความว่างเปล่าที่ไหลเวียนอยู่ภายใน โลกใหม่นี้คือการประนีประนอมระหว่างการดำรงอยู่และการสูญสิ้น เป็นผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นจากหยาดหมึกแห่งชีวิตของชายผู้หนึ่งที่ไม่มีใครจำชื่อได้อีกต่อไป

ท่ามกลางความสับสนนี้ เมรินยืนอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นทัศนียภาพอันบิดเบี้ยวของที่ราบสูง เธอไม่ได้รู้สึกถึงความหวาดกลัวเหมือนคนอื่น แต่เธอกลับรู้สึกถึง 'แรงสั่นสะเทือน' บางอย่างที่คุ้นเคย มันคือจังหวะของอักขระที่เคยเต้นอยู่ในอกของอคิราห์ แม้เขาจะสลายไปแล้ว แต่ร่องรอยของเขา—หรืออาจจะเป็นตัวเขาเอง—ยังคงไหลเวียนอยู่ในกระแสธารของความจริงชุดนี้

'คุณยังอยู่ตรงนั้นใช่ไหม?' เมรินพึมพำกับท้องฟ้า รอยเปื้อนรูปดวงตายักษ์นั่นดูเหมือนจะตอบสนองต่อเสียงของเธอด้วยการขยับขยายรอยหยักของหมึกดำเล็กน้อย ราวกับคลื่นน้ำที่กระเพื่อมเมื่อมีสิ่งใดตกกระทบ

ทันใดนั้น ความเป็นจริงรอบตัวเมรินก็เริ่มสั่นคลอน พื้นดินใต้เท้าของเธอไม่ได้ขยับขึ้นลงตามแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แต่มันเริ่ม 'ละลาย' อักขระสีดำสนิทไหลซึมออกมาจากรอยแตกของพื้นดิน มันไม่ใช่โรคหมึกละลายที่ทำลายความทรงจำอย่างที่เคยเป็นในอดีต แต่มันคือหมึกที่กำลัง 'เขียน' สิ่งใหม่ลงบนความว่างเปล่า

เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากหู แต่ดังมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณเริ่มดังขึ้น มันเป็นเสียงที่ประกอบขึ้นจากเศษเสี้ยวของคำพูดนับล้านที่เคยถูกลืมเลือน 'จงจารึก... จงเติมเต็ม... จงทำให้ความไม่แน่นอนนี้กลายเป็นนิรันดร์...'

เมรินทรุดตัวลง มือของเธอกำดินที่เริ่มกลายเป็นหมึกไว้แน่น เธอสัมผัสได้ว่าโลกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้สมบูรณ์ แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ 'ถูกเขียนต่อ' และรอยเปื้อนบนท้องฟ้านั่นไม่ใช่เพียงพยานหลักฐาน แต่มันคือ 'ปากกา' ที่รอคอยผู้จารึกคนใหม่

ในขณะเดียวกัน ณ อีกฟากหนึ่งของที่ราบสูง ภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ที่เหลือรอดจากการล่มสลายของระเบียบเก่า กำลังรวมตัวกันในเงามืด พวกเขาไม่ได้มองว่าโลกใหม่นี้คือปาฏิหาริย์ แต่คือความผิดพลาดที่ต้องได้รับการแก้ไข พวกเขาเชื่อว่ารอยเปื้อนบนท้องฟ้าคือสิ่งสกปรกที่ต้องถูกชำระล้าง และการจะทำเช่นนั้นได้ พวกเขาต้องหา 'จุดกำเนิด' ของหมึกที่ใช้สร้างโลกนี้ให้พบ

ความขัดแย้งครั้งใหม่กำลังก่อตัวขึ้น ระหว่างผู้ที่ต้องการยอมรับความไม่แน่นอนในฐานะความสวยงามของชีวิต กับผู้ที่ต้องการกักขังความจริงให้อยู่ในกรอบอักขระที่ตายตัวอีกครั้ง โดยมีรอยเปื้อนดวงตาบนท้องฟ้าเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวที่เฝ้ามองการห้ำหั่นกันของเจตจำนงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เมรินเงยหน้าขึ้นมองดวงตานั้นอีกครั้ง ครั้งนี้เธอเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป ในใจกลางของรอยเปื้อนสีดำที่ดูเหมือนความว่างเปล่า มีแสงสีมรกตจางๆ วูบไหวอยู่ ราวกับว่าอคิราห์ไม่ได้หายไปไหน แต่เขากำลังรอคอยอยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของความจริง เพื่อที่จะเริ่มจารึกบทต่อไปของโลกใบนี้

--- โลกใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจากตัวตนของอคิราห์เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและรอยเปื้อนดวงตามหึมาบนท้องฟ้า ขณะที่เมรินเริ่มสัมผัสได้ถึงเจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ และภาคีแห่งอักขระนิรันดร์เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อที่จะชำระล้างโลกใหม่นี้