← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 70免費

ตอนที่ 70 — เดิมพันด้วยตัวตนและรอยจารึกแห่งความจริง

ความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังจากการปะทะกันระหว่างระเบียบและโกลาหลนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือสุญญากาศที่บีบคั้นประสาทสัมผัส อคิราห์ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของมิติที่บิดเบี้ยว พื้นที่ที่เคยเป็นวิหารใต้หมึกดำบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริงที่ลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่า กลิ่นคาวของหมึกเวทมนตร์ที่เข้มข้นจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยลิ้น และไอเย็นเยียบของมิติที่กำลังปริแตกแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกทุกทิศทาง รอบกายของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ซากหิน แต่มีทั้งเศษเสี้ยวของ 'เวลา' ที่ลอยล่องเหมือนฝุ่นผง—ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นในที่แห่งนี้ฉายซ้ำไปมาอย่างรวดเร็วราวกับฟิล์มที่ถูกเผาไหม้ สลับกับภาพเงาของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงซึ่งดูพร่าเลือนและมืดมน

อคิราห์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผดเผาอยู่ใต้ผิวหนัง รอยจารึกอักขระมรกตและหมึกต้องห้ามที่หลอมรวมกันในร่างของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ลวดลายอีกต่อไป แต่มันกำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจรที่แผ่วเบาลงทุกที ทุกครั้งที่เขาหายใจ อักขระเหล่านั้นจะขยายตัวและบิดเบี้ยวไปตามมัดกล้ามเนื้อ ราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนับล้านพยายามจะแทรกตัวออกมาจากกระแสเลือด ความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่เขา 'รู้สึก' อีกต่อไป แต่มันกลายเป็น 'ตัวตน' ของเขาไปเสียแล้ว หากปราศจากความเจ็บปวดที่กรีดลึกอยู่ในทุกอณูเซลล์ เขาก็ไม่แน่ใจว่าตนเองจะยังจำได้หรือไม่ว่าตนเองคือใคร

“มันใกล้ถึงเวลาแล้ว...” เสียงกระซิบที่ไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่ดังมาจากก้นบึ้งของมิติที่บิดเบี้ยว พลันปรากฏภาพของ 'ต้นแบบอักขระดั้งเดิม' (The Primal Glyph) ขึ้นตรงหน้า มันไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์บนแผ่นหิน แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานของความเป็นจริงที่ยิ่งใหญ่จนดวงตาของมนุษย์ไม่อาจรับไหว แสงสว่างที่แผ่ออกมาจากต้นแบบนั้นไม่ใช่แสงที่ให้ความสว่าง แต่เป็นแสงที่ลบเลือนทุกสิ่งที่เป็นสสารให้กลายเป็นความหมายอันบริสุทธิ์ มันคือจุดเริ่มต้นและจุดจบ คือหมึกที่ยังไม่ถูกเขียน และคือความว่างเปล่าที่รอคอยการถูกจารึก

อคิราห์ยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหาแสงนั้น ความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัวอย่างชัดเจนและน่าหวาดหวั่น—การจะหยุดยั้งการพังทลายของความจริงครั้งนี้ เขาไม่สามารถเพียงแค่ 'ใช้' พลังได้อีกต่อไป แต่เขาต้อง 'เป็น' พลัง เขาต้องกลายเป็นหมึกแท่งสุดท้ายที่จะจารึกความจริงชุดใหม่ลงไปบนผืนผ้าใบแห่งความว่างเปล่านี้ และราคาที่ต้องจ่ายคือ 'เนื้อหา' ของการจารึกนั้น ซึ่งก็คือตัวตน ความทรงจำ และจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาเอง

“นายจะทำจริงๆ หรือ?” เสียงของชายชุดเทาแว่วมาท่ามกลางความโกลาหลที่พร่าเลือน ร่างของเขาปรากฏขึ้นเพียงครึ่งเดียวท่ามกลางเศษเสี้ยวของมิติที่ลอยผ่านไป “การสละตัวตนเพื่อเป็นสื่อกลาง... นายจะไม่มีวันกลับมาเป็น 'อคิราห์' ผู้ชำระหมึกคนเดิมได้อีก นายจะเป็นเพียงอักขระที่ไร้ชื่อ เป็นเพียงรอยจารึกที่ไม่มีใครอ่านออกในประวัติศาสตร์ที่กำลังจะถูกเขียนขึ้นใหม่”

อคิราห์ไม่ได้หันไปมอง แต่เขาสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ความโดดเดี่ยวที่ไม่ได้เกิดจากการอยู่ลำพัง แต่เกิดจากการตระหนักว่าตนเองกำลังจะสูญสิ้นความหมายในฐานะปัจเจกบุคคล “ถ้าความจริงไม่ถูกเขียนขึ้นใหม่... ทุกสิ่งที่เคยมีมาก็จะกลายเป็นเพียงรอยเปื้อนที่ไร้ความหมาย” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงหินกระทบกัน “ถ้าต้องเป็นเพียงหมึกที่ถูกลบเลือนเพื่อรักษาโลกนี้ไว้... ข้าก็ยอม”

ทันใดนั้น พลังงานจากต้นแบบอักขระดั้งเดิมก็พุ่งเข้าหาเขาเหมือนคลื่นยักษ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด อคิราห์ไม่หลบเลี่ยง เขาเปิดรับมันด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัสที่สุดเท่าที่เคยมีมา ร่างกายของเขาเริ่มแตกสลายออกเป็นละอองแสงและรอยหมึกสีมรกตที่แผ่ขยายไปทั่วทุกทิศทาง ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นดินยามเช้าในหมู่บ้าน รสชาติของน้ำเย็นในลำคอ ใบหน้าของเมรินที่เต็มไปด้วยความกังวล และแม้แต่ความรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแสงแดด... ทุกอย่างกำลังถูกดูดกลืนหายไปในกระแสของอักขระต้นกำเนิด

เขารู้สึกถึงมวลความหมายมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่จิตสำนึก มันคือความโกลาหลของข้อมูลที่ไม่มีที่สิ้นสุด อดีตที่ล่มสลายและอนาคตที่ยังไม่เกิดปะทะกันในหัวของเขาเหมือนพายุหมุน เขาต้องใช้ความเจ็บปวดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเป็นสมอสุดท้ายเพื่อประคองเจตจำนงสุดท้ายเอาไว้—เจตจำนงที่จะ 'จารึก' ไม่ใช่แค่เขียน แต่คือการกำหนดความจริง

ในจังหวะที่สติสัมปชัญญะกำลังจะขาดสะบั้น อคิราห์เห็นภาพสุดท้าย... ภาพของโลกที่ไร้รอยแยก ภาพของอักขระที่นิ่งสงบและสวยงามบนแผ่นหินที่มั่นคง และเขาก็เริ่มลงมือ เขาไม่ได้ใช้มือเขียน แต่เขาใช้ 'วิญญาณ' ของเขาเองเป็นปลายปากกา ท่ามกลางแสงสว่างที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น

--- อคิราห์เผชิญหน้ากับต้นแบบอักขระดั้งเดิมท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว และตัดสินใจยอมรับชะตากรรมในการสละตัวตนเพื่อกลายเป็นสื่อกลางในการจารึกความจริงใหม่ก่อนที่โลกจะล่มสลาย