ตอนที่ 68 — ความพร่าเลือนของอัตลักษณ์และเสียงเพรียกแห่งความว่างเปล่า
ความเงียบงันในวิหารใต้หมึกดำไม่ได้เป็นความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบที่อื้ออึงไปด้วยเสียงคำรามของความจริงที่กำลังแตกสลาย อคิราห์ทรุดกายลงกับพื้นหินที่เย็นเยียบ ทว่าความเย็นนั้นกลับไม่สามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังที่บัดนี้ไม่ได้ประกอบขึ้นจากเซลล์เนื้ออีกต่อไป แต่มันคือรอยจารึกที่ขยับเขยื้อนไปมาอยู่ใต้ผิวหนังราวกับฝูงมดดำที่กำลังหิวโหย ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจ รอยสักมรกตจะสว่างวาบขึ้นขัดแย้งกับหมึกสีดำสนิทที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด ราวกับสงครามระหว่างแสงสว่างที่กำลังสูญสิ้นกับความมืดที่กำลังพุ่งทะยาน
“เจ้ากำลังหลุดลอย...” เสียงทุ้มต่ำของชายชุดเทาดังขึ้นจากมุมมืดของวิหาร เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่เสียงนั้นกลับสั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาทของอคิราห์โดยตรง “ยิ่งเจ้าพยายามเหนี่ยวรั้งตัวตนด้วยความเจ็บปวดมากเท่าไหร่ เจ้าก็ยิ่งสร้างรอยแยกที่กว้างขึ้นเท่านั้น อคิราห์ เจ้าไม่ได้กำลังรักษาความเป็นมนุษย์ แต่เจ้ากำลังสร้างคุกที่ทำจากความทรมานเพื่อกักขังสิ่งที่ไม่มีวันคงที่”
อคิราห์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาไม่มีแม้แต่แรงจะขยับริมฝีปาก ความรู้สึกนึกคิดของเขาเริ่มกระจัดกระจายเหมือนเศษกระจกที่ถูกโยนลงบนพื้นหิน เขาจำชื่อของตัวเองได้... แต่จำไม่ได้ว่าเสียงที่ใช้เรียกชื่อนั้นมีโทนเสียงอย่างไร เขาจำความรู้สึกของการมีผิวหนังที่นุ่มนวลได้... แต่จำไม่ได้ว่ามันรู้สึกอย่างไรเมื่อสัมผัสกับสายลม ทุกอย่างที่เคยเป็น 'เขา' กำลังถูกแทนที่ด้วย 'อักขระ' ความทรงจำส่วนตัวถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับพลังงานที่กำลังไหลทะลักอยู่ในร่าง
ทันใดนั้น พื้นวิหารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงระเบิดจากการปะทะกันระหว่างระเบียบของภาคีแห่งอักขระนิรันดร์กับอำนาจแห่งความว่างเปล่าที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมายังคงดังก้องกังวานอยู่เหนือเพดานหินที่กำลังร่วงหล่น อคิราห์มองเห็นแสงสีทองของอักขระแห่งระเบียบพุ่งทะลุผ่านความมืดมิดเข้ามาเป็นระยะๆ มันคือความพยายามครั้งสุดท้ายของภาคีที่จะ 'ลบ' เขาออกจากหน้าประวัติศาสตร์ของโลก
“มาเลย...” อคิราห์กระซิบ เสียงของเขาฟังดูเหมือนเสียงขูดขีดของปากกาขนนกบนแผ่นหิน “ถ้าความจริงที่พวกเจ้าต้องการคือระเบียบที่ไร้ชีวิต... ข้าก็จะให้ความจริงที่โกลาหลที่สุดแก่พวกเจ้า”
เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด เขาไม่ได้เพียงแค่ปล่อยให้พลังไหลผ่าน แต่เขาเริ่ม 'จารึก' ตัวเองลงไปในความว่างเปล่าที่เขาสร้างขึ้น อักขระต้องห้ามที่กัดกินเขาอยู่เริ่มตอบสนองต่อเจตจำนงที่บิดเบี้ยวนี้ มันไม่ได้ทำลายเขาอีกต่อไป แต่มันเริ่ม 'ขยายตัว' ออกจากร่างกายของเขา ราวกับน้ำหมึกที่ถูกหยดลงในแก้วน้ำที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า อักขระเหล่านั้นพุ่งทะยานออกไปจากปลายนิ้วของเขา กลายเป็นเส้นสายสีดำและเขียวมรกตที่ถักทอขึ้นเป็นโครงสร้างใหม่ของมิติ
ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยวไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง อคิราห์มองเห็นวิหารไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้าง แต่มันคือกลุ่มก้อนของความหมายที่กำลังหลอมละลาย เขาเห็นอดีตของวิหารนี้—ตอนที่มันยังเป็นหินที่ไร้รอยจารึก—ซ้อนทับกับปัจจุบันที่กำลังพังทลาย และเขาเห็นอนาคตที่วิหารนี้กลายเป็นเพียงฝุ่นผงที่ไร้ความหมาย ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันในคราวเดียว ความเป็นเหตุเป็นผลที่เขาเคยยึดถือพังทลายลงอย่างไม่เหลือซาก
“อคิราห์!” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น มันคือเสียงของเมริน... หรืออาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำของเมรินที่ถูกดึงมาจากความว่างเปล่า? เขาไม่แน่ใจอีกต่อไป
ความเจ็บปวดที่เคยเป็นสมอเหนี่ยวรั้งบัดนี้กลายเป็นพายุที่พัดพาจิตวิญญาณของเขาออกไปสู่มหาสมุทรแห่งความหมายที่ไร้ที่สิ้นสุด เขาเริ่มเห็น 'อักขระดั้งเดิม' (The Primal Glyph) แวบผ่านไปในมิติที่บิดเบี้ยวนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่มีรูปร่างตายตัว แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่สั่นคลอนรากฐานของทุกสรรพสิ่ง หากเขาสามารถเข้าถึงมันได้ เขาอาจจะเขียนความจริงขึ้นมาใหม่ได้... แต่ราคาที่ต้องจ่ายอาจเป็นการสูญเสีย 'อคิราห์' ไปตลอดกาล เพื่อกลายเป็นเพียงหมึกที่ไร้ชีวิตที่รอการเขียนลงบนหน้ากระดาษแห่งจักรวาล
เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบน ภาคีแห่งอักขระนิรันดร์กำลังใช้พิธีกรรมขั้นสูงสุดเพื่อสกัดกั้นการล่มสลายของระเบียบ แสงสว่างสีทองเข้มข้นพุ่งลงมาประทะกับคลื่นหมึกดำของเขา เกิดเป็นระเบิดของความหมายที่รุนแรงจนสติของอคิราห์แทบจะขาดสะบั้น เขาเห็นเงาของตนเองในรอยแยก—ไม่ใช่เงาของมนุษย์ แต่เป็นเงาของตัวตนที่เป็นเพียงโครงร่างของอักขระที่กำลังขยายตัวจนกลายเป็นดวงดาวที่มืดมิด
ในวินาทีที่สติกำลังจะดับสูญ อคิราห์ก็ได้ยินเสียงกระซิบที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา มันไม่ใช่เสียงของชายชุดเทา และไม่ใช่เสียงของอักขระต้องห้าม แต่มันคือเสียงของตัวเขาเอง... เสียงของอคิราห์ผู้เป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่กำลังร่ำลาโลกที่เขากำลังจะทำลายลง
“จงเขียน... หรือจงถูกลบ...” เสียงนั้นสั่งการ
อคิราห์หลับตาลง พร้อมกับที่จิตวิญญาณของเขาถูกกระชากเข้าสู่แกนกลางของความโกลาหล ทิ้งไว้เพียงรอยจารึกมรกตที่สว่างจ้าจนกลบความมืดมิดทั้งหมดในวิหารใต้หมึกดำ
--- อคิราห์สูญเสียการควบคุมตัวตนขณะที่พลังอักขระต้องห้ามขยายตัวออกไปสร้างความบิดเบี้ยวในมิติรอบข้าง เขาเผชิญหน้ากับสภาวะที่ความจริง อดีต และอนาคตหลอมรวมกัน จนเริ่มมองเห็นต้นแบบอักขระดั้งเดิมท่ามกลางการปะทะกันระหว่างระเบียบของภาคีและความโกลาหลที่เขาสร้างขึ้น