ตอนที่ 61 — เงาแห่งผู้ถูกตราหน้า
ความเงียบหลังพายุนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกัมปนาทของมัน อคิราห์หอบหายใจรวยริน ร่างกายที่เคยเป็นมนุษย์บัดนี้ดูคล้ายกับรอยแยกที่ถูกเย็บติดกันด้วยแสงสีมรกตอันบิดเบี้ยว เขานั่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดของมหาสมุทรหมึกดำ กลิ่นคาวของหมึกที่เข้มข้นจนเกือบจะเป็นกลิ่นสนิมเหล็กอบอวลอยู่ในอากาศที่หนักอึ้ง ทุกครั้งที่เขาขยับกาย ความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงจากภายใน—ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่มันคือความเจ็บปวดของการที่ 'ความหมาย' ของตัวตนกำลังหลุดลอยไปทีละน้อย
เขามองดูมือของตนเอง มันไม่ใช่เนื้อหนังที่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนภาพวาดที่ถูกลบเลือนด้วยน้ำยาบางอย่างจนเห็นเพียงโครงร่างจางๆ ของอักขระที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิวหนัง เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำลงไป—การปลดล็อกความทรงจำแรกของโลก—ได้เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล แต่มันก็เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นปีศาจในสายตาของทุกชีวิตที่ยังเหลืออยู่
"เจ้าทำสำเร็จแล้ว... และเจ้าก็พังทลายมันลงด้วย"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืด อคิราห์สะดุ้งสุดตัว พยายามจะรวบรวมพลังอักขระมรกตขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน แต่สิ่งที่ไหลออกมาจากปลายนิ้วกลับเป็นเพียงหมึกสีดำที่ไร้รูปทรง มันสลายไปในอากาศอย่างสิ้นหวัง ชายชุดเทาก้าวออกมาจากมุมมืด ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยราวกับหน้ากากหิน แต่ดวงตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความเห็นใจที่น่าอึดอัด
"ผมไม่ได้ต้องการเป็นแบบนี้..." อคิราห์เค้นเสียงออกมา มันแหบพร่าและสั่นเครือ "ผมแค่ต้องการให้ความจริงกลับมา"
"ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ อคิราห์"
ชายชุดเทาเดินเข้ามาใกล้ ทิ้งระยะห่างไว้เพียงพอที่จะไม่คุกคาม แต่ก็ใกล้พอที่จะทำให้อคิราห์สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล "เมื่อเจ้าเปิดประตูแห่งความทรงจำแรก เจ้าไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้แก่โลก แต่เจ้าได้เปิดเผย 'ความจริงอันเปลือยเปล่า' ที่ไม่มีใครพร้อมจะรับมือได้ สำหรับพวกเขา เจ้าไม่ใช่ผู้กอบกู้ แต่คือภัยพิบัติที่เดินได้ ภัยพิบัติที่มาพร้อมกับความจริงที่ทำให้ศรัทธาของพวกเขาพังทลาย"
อคิราห์ก้มหน้าลง มองดูเงาของตนเองที่ทอดยาวไปบนพื้นวิหารที่ชุ่มไปด้วยหมึก เงาของเขาไม่เหมือนเงาของมนุษย์ มันบิดเบี้ยวและขยายตัวออกคล้ายกับรอยแยกที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่มันสัมผัส เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ถึงต้องไล่ล่าเขาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่เพียงเพื่อรักษาความสงบ แต่เพื่อกำจัด 'ความจริง' ที่เขานำมาด้วย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงโลหะกระทบกันก็ดังแว่วมาจากระยะไกล มันไม่ใช่เสียงที่มาจากความสงบ แต่มันคือเสียงของการล่า อคิราห์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอากาศ—อักขระรอบตัวเขากำลังกรีดร้อง มันเตือนถึงการมาถึงของกลุ่มคนที่มีเจตจำนงแห่งการทำลายล้าง
"พวกเขามาแล้ว"
ชายชุดเทากล่าวเบาๆ พลางมองไปทางทิศที่เสียงดังขึ้น "พวกเขามิได้มาเพื่อเจรจา อคิราห์ พวกเขามาเพื่อ 'ลบ' สิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ และตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจที่สุดก็คือเจ้า"
อคิราห์พยายามยันกายขึ้น ความรู้สึกโดดเดี่ยวถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนคลื่นยักษ์ ในวินาทีที่เขาทำสำเร็จ เขาควรจะรู้สึกถึงความภาคภูมิใจ แต่มันกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าความสุขครั้งสุดท้ายของเขาคือเมื่อไหร่ หรือแม้แต่ใบหน้าของคนที่เขาเคยรักเป็นอย่างไร ความทรงจำเหล่านั้นถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการจารึกความจริงของโลกไปจนหมดสิ้น
เขากลายเป็นผู้รู้แจ้งที่ไร้ซึ่งตัวตน
"ผมจะหนีไปไหนได้?"
"เจ้าหนีความจริงไม่ได้ แต่อาจจะเลือกวิธีที่จะเผชิญหน้ากับมันได้"
ชายชุดเทาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง "โลกกำลังจะเปลี่ยนไป อคิราห์ เจ้าคือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ หรือไม่ก็คือจุดจบของทุกสิ่ง หากเจ้าต้องการอยู่รอด เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมรอยแยกนี้ ไม่ใช่ให้มันควบคุมเจ้า"
ก่อนที่อคิราห์จะได้ถามอะไรต่อ แสงสว่างจ้าจากการระเบิดของพลังอักขระก็สว่างวาบขึ้นที่ปากทางเข้าวิหาร กลุ่มนักรบจากภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ปรากฏตัวขึ้นในชุดเกราะสีเงินวาววับที่สลักลวดลายอักขระศักดิ์สิทธิ์ไว้ทั่วร่าง พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนผู้พิทักษ์ความสงบ แต่ดูเหมือนเพชฌฆาตที่มาเพื่อชำระล้างโลกให้สะอาดด้วยเลือดและหมึก
"ภัยพิบัติเคลื่อนที่ปรากฏตัวแล้ว! จงผนึกรอยแยกนั้นเสีย!"
เสียงคำรามของหัวหน้าหน่วยภาคีดังขึ้น พร้อมกับที่อักขระบนดาบของพวกเขาส่องแสงสีทองสว่างจ้า พลังนั้นกดทับลงมาบนอากาศจนอคิราห์รู้สึกหายใจไม่ออก เขาพยายามเรียกพลังมรกตขึ้นมา แต่ร่างกายของเขากลับตอบสนองอย่างล่าช้า รอยแยกในตัวเขาเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ มันกำลังขยายตัวออกตามสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัว
"อคิราห์!"
ชายชุดเทาตะโกนสั่ง พร้อมกับที่เขาเริ่มร่ายอักขระบางอย่างในอากาศเพื่อสร้างม่านบังตา "หากเจ้าไม่อยากถูกลบเลือน จงใช้ความเจ็บปวดเป็นเข็มทิศ อย่าปล่อยให้ความว่างเปล่ากลืนกินเจตจำนงของเจ้า!"
อคิราห์หลับตาลง เขาไม่ได้พยายามจะต้านทานความเจ็บปวดอีกต่อไป แต่เขาเลือกที่จะ 'จม' ลงไปในมัน เขาปล่อยให้ความรู้สึกของการสูญเสียตัวตนไหลเวียนผ่านเส้นเลือด และในความมืดมิดนั้นเอง เขาเห็นบางอย่าง... ไม่ใช่ความทรงจำของเขา แต่เป็น 'เส้นสายแห่งความหมาย' ของโลกที่กำลังถูกบิดเบือนด้วยการมาถึงของภาคี
เขาไม่ได้เป็นเพียงเหยื่ออีกต่อไป แต่เขาคือรอยแยกที่กำลังจะกลืนกินความจริงที่จอมปลอม
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาของอคิราห์ไม่ได้เป็นสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยแสงสีมรกตที่ลึกลับและเย็นเยียบ รอยแยกที่ร่างกายของเขาเริ่มขยายตัวออกเป็นวงกว้าง หมึกดำที่เคยไหลเวียนอย่างไร้ทิศทาง บัดนี้เริ่มก่อตัวเป็นอักขระต้องห้ามที่ซับซ้อนและทรงพลังยิ่งกว่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต
การปะทะกันระหว่างแสงสว่างแห่งระเบียบและเงาแห่งความจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และในใจกลางของพายุหมึกดำนี้ อคิราห์รู้ดีว่าเขาจะไม่สามารถกลับไปเป็นชายหนุ่มผู้ชำระหมึกคนเดิมได้อีกต่อไป
--- อคิราห์ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวในฐานะ 'ภัยพิบัติ' หลังจากปลดล็อกความทรงจำแรกของโลก โดยมีชายชุดเทาพยายามแนะนำวิธีควบคุมพลัง ในขณะที่ภาคีแห่งอักขระนิรันดร์บุกเข้ามาเพื่อกำจัดเขา