ตอนที่ 5 — รอยเปื้อนบนพื้นดินที่หมู่บ้านหมอกคลั่ง
เสียงฝีเท้าของอคิราห์ย่ำลงบนหินกรวดที่เปียกชื้นด้วยละอองหมอกของที่ราบสูงคีรีคราม เขากระชับสายสะพายย่ามที่บรรจุอุปกรณ์จารึกพื้นฐานไว้แน่น พลางกวาดสายตามองผ่านม่านสีเทาที่ปกคลุมหมู่บ้านเบื้องหน้า หมู่บ้านนี้ไม่มีชื่อปรากฏในแผนที่ของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงคำบอกเล่าปากต่อปากถึงแหล่งกำเนิดของ 'โรคหมึกละลาย' ที่ลุกลามราวกับไฟป่า
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
เสียงตะโกนแหบพร่าดังมาจากหลังแผงไม้เก่าๆ ชายร่างผอมโซคนหนึ่งก้าวออกมา มือที่สั่นเทาของเขาถือมีดสั้นที่สลักอักขระป้องกันตัวไว้ แต่มันช่างดูซีดจางจนแทบมองไม่เห็นลายเส้น อักขระที่ควรจะเปล่งแสงสีครามจางๆ กลับกลายเป็นเพียงรอยคล้ำคล้ายรอยช้ำบนผิวหนัง
“ข้ามาเพื่อสำรวจอาการ ไม่ได้มาเพื่อทำร้าย” อคิราห์ยกมือขึ้นช้าๆ พยายามรักษาความนิ่งสงบแม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ “ข้าเป็นผู้ช่วยจารึกจากเขตกลาง มีอุปกรณ์และหมึกเวทมนตร์สำรองมาด้วย”
“ผู้ช่วยจารึก? หรือสายลับจากสภา?” ชายคนนั้นถ่มน้ำลายลงพื้น “พวกแกมาเพื่อดูว่าพวกเราเหลือความทรงจำอยู่มากแค่ไหน เพื่อจะตัดสินว่าควรเผาหมู่บ้านนี้ทิ้งหรือยัง!”
อคิราห์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่สังเกตเห็นรอยเปื้อนสีดำที่ลามจากข้อมือขึ้นไปถึงต้นคอของชายคนนั้น มันไม่ใช่ลวดลายอักขระที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ แต่มันคือคราบหมึกที่ไหลย้อยอย่างไร้ทิศทางเหมือนน้ำหมึกที่หกใส่กระดาษแล้วปล่อยให้มันซึมไปตามแรงโน้มถ่วง
เขาพยายามก้าวเดินต่อไปผ่านตรอกแคบๆ ของหมู่บ้าน กลิ่นอายของความอับชื้นผสมกับกลิ่นไหม้จางๆ ของสมุนไพรบางอย่างลอยอยู่ในอากาศ ชาวบ้านที่เดินผ่านเขาไปมีท่าทางแปลกประหลาด บางคนนั่งจ้องมองกำแพงหินด้วยแววตาว่างเปล่า บางคนพยายามขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนฝ่ามือตัวเองซ้ำๆ แต่กลับดูเหมือนคนที่ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
“คุณเห็นไหม?” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นข้างกาย อคิราห์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพบว่าเป็นเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนหลบอยู่หลังถังไม้ “พวกเขาไม่ได้ป่วย... พวกเขาแค่... ลืม”
“ลืมอะไร?” อคิราห์ถามพลางก้มลงมองเด็กชาย แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้ต้องชะงัก อักขระบนหน้าผากของเด็กชายคนนั้นจางจนแทบจะเป็นผิวหนังปกติ มันคือสัญญาณของการสูญเสียตัวตนขั้นรุนแรง
“ลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมว่าเมื่อกี้พูดอะไร ลืมแม้กระทั่งว่าต้องกินข้าวตอนไหน” เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าขนลุก “พวกเขาเดินไปเดินมาเหมือนหุ่นเชิดที่สายป่านขาดหายไป”
อคิราห์พยายามรวบรวมสติ เขาเดินลึกเข้าไปในใจกลางหมู่บ้าน ที่ซึ่งมีลานกว้างสำหรับทำพิธีกรรมจารึกประจำเดือน เขาคาดหวังจะเห็นความโกลาหลหรือการต่อสู้เพื่อรักษาอักขระ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัว ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงกันรอบกองไฟที่มอดดับ พวกเขานั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ถูกทิ้งร้างไว้กลางทุ่งกว้าง
“นี่มันไม่ใช่โรคหมึกละลายธรรมดา” อคิราห์พึมพำกับตัวเอง เขาหยิบแว่นขยายส่องอักขระออกมาตรวจสอบรอยเปื้อนบนโขดหินใกล้ๆ “ถ้าอักขระจางหาย ความทรงจำจะหายไป... แต่ทำไมพฤติกรรมของพวกเขาถึงดูเหมือนการ 'ปล่อยวาง' มากกว่าการสูญเสีย?”
เขานึกถึงคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยได้ยินจากบรรพบุรุษ... ถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต หากอักขระคือสิ่งที่กักขังความทรงจำไว้ในรูปแบบที่ตายตัว การที่มันละลายหายไปอาจไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านที่สภาจารึกไม่ต้องการให้ใครรู้
เสียงขูดขีดของวัตถุแข็งกับพื้นดินดังมาจากมุมมืดใต้ถุนบ้านไม้หลังหนึ่ง อคิราห์ค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง เขากลัวว่าจะเจอผู้ติดเชื้อที่คลุ้มคลั่ง แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นภาพที่สั่นคลอนความเชื่อทั้งหมดของเขา
เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ เธอไม่ได้ใช้พู่กันหรืออุปกรณ์จารึกราคาแพงแบบที่สภาใช้ แต่เธอกำลังใช้ปลายนิ้วที่เปื้อนสีดำคล้ำขีดเขียนลงบนดินอย่างตั้งใจ นิ้วของเธอจุ่มลงไปในแอ่งน้ำขังที่ผสมกับผงหินสีดำสนิทซึ่งดูเหมือนจะเป็นหมึกที่สกัดจากหินเวทมนตร์ธรรมชาติ
อคิราห์จ้องมองสิ่งที่เธอเขียน มันไม่ใช่เส้นอักขระที่ถูกต้องตามตำรา ไม่มีการคำนวณองศาของเส้นโค้งหรือน้ำหนักของจุด แต่มันคือรูปภาพ... รูปภาพของดวงอาทิตย์ รูปภาพของต้นไม้ และรูปภาพของใบหน้าคนที่มีรอยยิ้ม
“หนู... กำลังทำอะไรน่ะ?” อคิราห์ถามด้วยเสียงที่เบาที่สุด
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอใสกระจ่างผิดกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน เธอไม่ได้ดูเหมือนคนหลงลืม เธอดูเหมือนคนที่กำลังบันทึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“เขียนไว้กันลืมค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มลงวาดรูปต่อไป “ถ้าอักขระบนผิวหนังมันหายไป เราก็แค่ต้องเขียนมันลงบนโลกแทน”
อคิราห์มองดูรอยนิ้วมือของเด็กหญิงที่วาดลงบนดิน มันเป็นรอยที่เลือนหายได้ง่ายเมื่อโดนลมหรือน้ำ แต่ในขณะที่เขามอง เขากลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในจิตวิญญาณ ความทรงจำอาจไม่ได้ถูกจองจำไว้ในลายเส้นที่ต้องสมบูรณ์แบบบนผิวหนัง แต่มันอาจจะไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของสรรพสิ่งรอบตัวเขา
เขามองดูหมึกสีดำที่เปื้อนอยู่บนนิ้วของเด็กหญิง แล้วมองกลับไปที่อักขระบนแขนของตัวเองที่ยังคงส่องแสงอย่างภาคภูมิใจ... ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นรอยร้าวเล็กๆ บนอักขระที่ข้อมือของเขาเอง รอยร้าวที่ดูเหมือนจะขยายตัวขึ้นทุกครั้งที่เขาหายใจ
--- อคิราห์เดินทางมายังหมู่บ้านที่ถูกกล่าวว่าเป็นต้นกำเนิดโรคหมึกละลาย และพบว่าชาวบ้านไม่ได้เพียงแค่สูญเสียความทรงจำ แต่พวกเขากำลังเปลี่ยนรูปแบบการบันทึกตัวตนผ่านการวาดเขียนบนพื้นดินด้วยหมึกธรรมชาติแทนอักขระจารึกแบบเดิม