← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 155免費

ตอนที่ 155 — เสียงกระซิบจากรอยสัก

อุณหภูมิในห้องเก็บหมึกเวทมนตร์เย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง ลมหายใจของไมโลกลายเป็นไอสีขาวบางเบาเมื่อปะทะกับอากาศเย็นจัด กลิ่นฉุนของสารเคมีและแร่ธาตุลอยอบอวลอยู่ในโสตประสาท เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยแต่ก็ชวนให้รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงอยู่เสมอ แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันที่ถูกแขวนไว้เป็นระยะๆ ส่องกระทบกับขวดโหลแก้วที่เรียงรายอยู่เต็มผนัง โหลแก้วเหล่านั้นบรรจุหมึกเวทมนตร์สีสันต่างๆ ตั้งแต่สีแดงฉานดุจโลหิต สีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้ายามราตรี ไปจนถึงสีเขียวมรกตที่ส่องประกายราวกับมีชีวิต

ไมโลสวมชุดสีเข้มที่กลมกลืนไปกับเงามืด เขาเดินย่องไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างชั้นวางที่เต็มไปด้วยขวดโหลราวกับเป็นเงา การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวถูกควบคุมอย่างระมัดระวัง เขามองไปรอบๆ ด้วยความหวังว่าจะไม่มีใครพบเห็น ทุกครั้งที่เสียงลมพัดผ่านรอยแยกของผนัง หรือเสียงน้ำหยดดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นราวกับจะทะลุออกมาจากอก

“ต้องหาให้เจอ… หมึกที่คุณภาพดีที่สุด” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้งเล็กน้อย “อคิราห์บอกว่าที่นี่มีหมึกที่สกัดมาจาก ‘หินดารา’ ถ้าได้มันมา…” จินตนาการถึงอักขระที่คมชัดและทรงพลังผุดขึ้นในใจ สัญญาณแห่งความหวังริบหรี่ในโลกที่กำลังถูกกัดกินด้วยโรคหมึกละลาย

เขาก้าวเข้าไปใกล้ชั้นวางที่อยู่ลึกที่สุด มันเป็นที่เก็บหมึกที่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ขวดโหลที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ และผนึกปิดอย่างแน่นหนา ผิวของขวดโหลถูกประทับด้วยตราสัญลักษณ์ของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดูเหมือนจะเปล่งประกายเรืองรองเล็กน้อยในความมืด

ทันใดนั้น แสงสว่างวาบหนึ่งก็สาดส่องเข้ามาจากทางเข้าห้อง มันคือแสงจากการร่ายอักขระ ไมโลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว “ตรวจจับ… อักขระตรวจจับ!” เสียงตะโกนดังขึ้น “มีผู้บุกรุก!”

“แย่แล้ว!” ไมโลสบถเบาๆ เขาหันหลังกลับทันที ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวในการเก็บหมึกที่หมายตาไว้ เขาพุ่งตัวไปยังทางออกที่เขาเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่เสียงฝีเท้าของยามรักษาการณ์ก็ดังตามมาติดๆ

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงห้าวกร้าวตะโกนไล่หลัง

ไมโลไม่คิดจะหยุด เขาวิ่งไปตามทางเดินที่คุ้นเคยของสภาจารึก พยายามใช้ความได้เปรียบจากความรู้เกี่ยวกับที่ตั้งของห้องต่างๆ เพื่อหลบหนี เขาเลี้ยวหลบมุมฉับพลัน วิ่งผ่านโถงที่ประดับด้วยรูปปั้นของอดีตผู้นำสภาฯ เสียงตะโกนและเสียงฝีเท้าของยามยังคงดังตามมาไม่ห่าง

เขากระโดดข้ามม้านั่งตัวหนึ่ง วิ่งผ่านประตูบานใหญ่ที่เปิดแง้มอยู่ และพุ่งเข้าสู่ทางเดินที่แคบและมืดกว่าเดิม หวังจะอาศัยความมืดเพื่ออำพรางตัว แต่แล้ว…

“ไมโล…”

เสียงนั้น… เป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่ชัดเจนราวกับกระซิบอยู่ข้างหู เขาชะงักกึกกึก มองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง

“ใครน่ะ?!” เขาตะโกนถาม เสียงสั่นเครือ

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าของยามที่ยังคงไล่ตามมา แต่เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่… มันไม่ใช่เสียงของยาม มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย… หรือมันเป็นเพียงเสียงหลอนที่เกิดจากความกลัว?

“ไมโล…”

อีกครั้ง! เสียงนั้นดังขึ้น แต่คราวนี้มันดูเหมือนจะมาจากข้างใน… จากภายในตัวเขาเอง ไมโลเริ่มรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย มันไม่ใช่ความเย็นจากอากาศในห้อง แต่เป็นความเย็นที่เหมือนมาจากเส้นเลือด

เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสที่แขนข้างซ้ายของตัวเอง สัมผัสได้ถึงลวดลายอักขระที่สลักเสลาอยู่บนผิวหนัง รอยสักที่เขาได้มาจาก… เขาจำไม่ได้แน่ชัดว่าได้มันมาเมื่อไหร่ หรือได้มาอย่างไร เป็นรอยสักที่ปรากฏขึ้นเองหลังจากที่เขาเริ่มมีความทรงจำเกี่ยวกับ ‘คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน’ ที่ว่าด้วยผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต

“นี่มัน… อะไรกัน?” ไมโลพึมพำ นิ้วที่สั่นเทาไล้ไปตามเส้นของรอยสักที่อยู่บนแขนของเขา ทันใดนั้น ความรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวหนัง ทำให้ขนลุกซู่

“ไมโล… ฟังข้า…”

เสียงนั้น… มันดังมาจากรอยสักบนแขนของเขาจริงๆ! ไมโลมองดูรอยสักด้วยความตกตะลึง มันไม่ใช่แค่ลายเส้นบนผิวหนังอีกต่อไป มันกำลังสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับมีชีวิต และเสียงกระซิบนั้น… มันออกมาจากตรงนั้น

เสียงฝีเท้าของยามใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ไมโลไม่สามารถละสายตาไปจากรอยสักบนแขนของเขาได้อีกต่อไป คำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดเกี่ยวกับที่มาของรอยสักนี้ บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังปรากฏตรงหน้าเขา

“ใคร… หรืออะไร… อยู่ในนี้?” เขาถามกับรอยสัก เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสงสัยที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง

“เมื่อถึงเวลา…” เสียงกระซิบตอบกลับมาอีกครั้ง จากภายในรอยสักที่กำลังสั่นไหว ราวกับจะตอบคำถามที่เขาไม่เคยกล้าถามออกมาจนกระทั่งบัดนี้

ในขณะที่เสียงฝีเท้าของยามรักษาการณ์กำลังจะมาถึงตัวเขา ไมโลก็ยังคงจ้องมองไปยังรอยสักบนแขนของตัวเองอย่างไม่กะพริบตา ความสับสนและความตื่นตระหนกถาโถมเข้ามาจนแทบจะกลบเสียงตะโกนของยามที่ดังอยู่เบื้องหลัง

“หยุด! ยืนนิ่ง!”

เขาหันขวับไปมองยามที่เข้ามาประชิด แต่สายตาก็ยังคงเหลือบมองไปยังรอยสักนั้นอีกครั้ง มันยังคงสั่นไหวอยู่เบาๆ ราวกับกำลังจะปริออก

“นี่ไม่ใช่แค่รอยสัก…” เขาพึมพำ รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น “มันคืออะไรกันแน่?”

คำถามนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของเขา ขณะที่เงาร่างของยามรักษาการณ์ก็ทาบทับลงมาใกล้กว่าเดิม

--- ไมโลแอบเข้าไปในห้องเก็บหมึกเวทมนตร์ของสภาจารึกเพื่อหาหมึกคุณภาพดี แต่ถูกยามรักษาการณ์จับได้และต้องรีบหนี ในระหว่างหลบหนี เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเองดังมาจากรอยสักบนแขน ทำให้เขาตั้งคำถามถึงที่มาและความหมายของมัน