ตอนที่ 152 — รอยสักสีหม่นในหอสมุด
เซราฟิน่าเลื่อนนิ้วไปตามผิวกระดาษบางเฉียบของตำราโบราณที่กรอบจนแทบจะแตกละเอียด กลิ่นอับชื้นและฝุ่นคละคลุ้งในอากาศที่อัดแน่นไปด้วยชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงไม่กี่ดวงส่องลอดผ่านม่านหมอกที่ก่อตัวขึ้นในหอสมุดแห่งนี้ เธอยังคงปวดหัวกับความยุ่งเหยิงของอักขระที่ปรากฏบนแผ่นหนัง แต่รอยสักบนหลังของเธอนั้นชัดเจนราวกับถูกจารึกเมื่อวานนี้ มันคือปริศนาที่เธอต้องไขให้ได้
“ไอ้พวกอนุรักษนิยมบ้านั่น… พวกมันเก็บงำอะไรไว้กันแน่” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางพลิกหน้ากระดาษอีกครั้งอย่างระมัดระวัง บางส่วนของตำราถูกกัดกินจนกลายเป็นรอยด่างพร้อย ไม่เหลือเค้าโครงของอักขระเดิมอีกต่อไป โรคหมึกละลายได้พรากข้อมูลไปเท่าไหร่แล้ว? ความกังวลค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เธอรู้ดีว่าสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ควบคุมทุกอย่าง แม้กระทั่งความทรงจำของผู้คน
“นี่ไง… นี่มัน…” ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบภาพวาดอักขระโบราณบางส่วนที่ยังคงพออ่านได้ อักขระเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเสริมพลังหรือบันทึกความรู้ แต่เพื่อ 'ผนึก' บางสิ่งบางอย่างไว้ การผนึกความทรงจำ? แนวคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างไม่คาดฝัน
เซราฟิน่าค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พลางเอามือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่ร้อนผ่าว เธอคลำหารอยสักที่คุ้นเคย รอยสักที่มีรูปร่างแปลกประหลาดซึ่งไม่เคยมีใครอธิบายความหมายให้เธอได้ การเชื่อมโยงระหว่างอักขระผนึกในตำรากับรอยสักบนตัวเธอเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิด
“หรือว่า… หรือว่ามันคือสิ่งเดียวกัน?” เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา ภาพของใบหน้าบิดาที่เลือนรางในความทรงจำผุดขึ้นมา ท่านเคยพูดถึงความทรงจำที่ถูกลบเลือนไป… ความทรงจำที่เขาไม่อาจย้อนคืนมาได้
“แต่ทำไม? ทำไมต้องผนึกความทรงจำของครอบครัวฉันไว้ในตัวฉัน?” คำถามนี้ทำให้เธอขนลุกซู่ ความเย็นเยียบแล่นไปตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความหนาวในหอสมุด แต่เป็นความเย็นเยียบที่เกิดจากความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่อาจเปิดเผยออกมา
เธอหยิบแผ่นหนังอีกแผ่นขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ คราวนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวกับ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' ซึ่งกล่าวถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต ชะตากรรมของเธอและอคิราห์อาจเกี่ยวพันกันมากกว่าที่เธอคิด
“อักขระเหล่านี้… มันไม่ใช่แค่ลายเส้น… มันคือสิ่งที่มีชีวิต” เธอกระซิบกับตัวเอง ความคิดเริ่มไหลลื่นไปไกลกว่าแค่การถอดรหัสรอยสัก มันคือการตามหาความจริงที่ถูกซ่อนเร้น การค้นหาความทรงจำที่ถูกพรากไป
“ถ้ามันคือการผนึก… ก็ต้องมีวิธี 'ปลดผนึก' สิ” เธอคิด พลางมองไปรอบๆ หอสมุด ราวกับจะหาคำตอบจากกองหนังสือที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า
แสงตะเกียงสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อเงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ทางเข้าหอสมุด เซราฟิน่าหันขวับไปด้วยความระแวง แต่มันกลับเป็นเพียงอคิราห์ที่กำลังก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
“เธอเจออะไร?” อคิราห์ถาม ดวงตาของเขาสะท้อนแสงตะเกียงที่กำลังริบหรี่
เซราฟิน่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป “ฉันคิดว่า… รอยสักบนหลังฉัน… มันไม่ใช่แค่รอยสัก แต่มันคือ ‘อักขระผนึก’ และฉันคิดว่า… ความทรงจำบางอย่างของครอบครัวฉัน… อาจถูกผนึกไว้ในตัวฉัน”
อคิราห์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง… นั่นหมายความว่า… โลกที่เราเคยรู้จัก… อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”
ไมโลวิ่งหนีจากฝูงชนที่หวาดกลัวในเมือง เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากรอยสักบนหลังของเขา มันเริ่มลามไปเรื่อยๆ และเขากลัวว่ามันจะกัดกินทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเป็น ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเข้ามาหาเขา “เจ้า… เจ้าก็มีเหมือนกันรึ?”
ไมโลมองไปที่หลังของชายคนนั้น ก่อนจะพบว่ามีรอยสักคล้ายกับของเขาปรากฏอยู่ “ใช่… ผมมี” เขาตอบเสียงสั่น
“อย่ากลัวไปเลย… เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียว… เรามีพวกเรา” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มบางๆ “บางที… เจ้าอาจเป็นคนที่ถูกกล่าวถึงในคำทำนาย… คนที่จะปลดพันธนาการแห่งอักขระ… และนำมาซึ่งยุคสมัยใหม่”
ไมโลมองไปรอบๆ เห็นคนอื่นๆ ที่มีรอยสักคล้ายกันกำลังทยอยเข้ามา พวกเขามีสายตาที่แตกต่างจากคนที่เขาพบในเมือง… สายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น
“คำทำนาย…?” ไมโลทวนคำ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นบุคคลสำคัญอะไร แต่เมื่อมองเห็นผู้คนเหล่านี้… ความหวังเล็กๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา
“เราจะสู้… เพื่อความทรงจำของเรา… และเพื่ออนาคต” ชายคนนั้นกล่าว ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
ไมโลรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังไหลเวียนอยู่ในตัวเขา พลังที่เกิดจากการรวมตัวกันของพวกเขา ความกลัวเริ่มจางหายไป กลายเป็นความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะมาถึง
“ผม… ผมพร้อม” ไมโลตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
ขณะที่อคิราห์และเซราฟิน่ากำลังพยายามถอดรหัสความลับของรอยสักและคำทำนาย ไมโลก็กำลังรวบรวมผู้ที่มีชะตากรรมเดียวกัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง หอสมุดแห่งความทรงจำที่ถูกผนึกกำลังจะเปิดเผยความจริง และโลกของคีรี-ครามกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
เซราฟิน่าค่อยๆ หยิบตำราที่เสียหายอีกเล่มขึ้นมา เธอกวาดสายตาไปตามอักขระที่เลือนราง พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่ขาดหาย “ถ้าครอบครัวฉันถูกผนึกความทรงจำไว้… แสดงว่า… มีบางอย่างที่พวกเขาต้องการซ่อน… หรือบางที… สิ่งที่พวกเขาต้องการปกป้อง”
เธอจดบันทึกสิ่งที่พอจะจับใจความได้ลงบนแผ่นหนังเล็กๆ ที่เตรียมมา “การผนึก… มันต้องมีจุดประสงค์… และถ้ามีวิธีผนึก… ก็ต้องมีวิธีปลดผนึก”
แสงตะเกียงส่องให้เห็นเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผากของเธอ ความคิดต่างๆ ตีวนเวียนอยู่ในหัว การค้นพบนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาทั้งหมด
“บางที… คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน… อาจไม่ใช่แค่เรื่องของอนาคต… แต่อาจเป็นเรื่องของอดีตที่ถูกลืม… และถูกผนึกไว้…”
เธอเงยหน้าขึ้นมองอคิราห์ “ฉันคิดว่า… เราต้องหาตำราเกี่ยวกับ ‘การปลดผนึก’… ไม่ใช่แค่ ‘การผนึก’…”
อคิราห์พยักหน้าเห็นด้วย “และเราต้องค้นหาแหล่งที่มาของ ‘โรคหมึกละลาย’… มันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ…”
ทั้งสองสบตากัน การเดินทางของพวกเขายังอีกยาวไกล และความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าอาจน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เคยจินตนาการไว้
--- เซราฟิน่าค้นพบว่ารอยสักบนหลังของเธอมีลักษณะคล้ายอักขระโบราณที่ใช้ผนึกความทรงจำ ทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าความทรงจำของครอบครัวอาจถูกผนึกไว้ในตัวเธอ ขณะเดียวกัน ไมโลก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่คนเดียว และอาจเป็นบุคคลตามคำทำนายที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง