ตอนที่ 150 — ทางเข้าหอสมุดที่ถูกปิดตาย
หมอกหนาทึบปกคลุมที่ราบสูงคีรีครามราวกับผ้าห่มผืนใหญ่ อากาศเย็นเยียบเสียดแทงเข้าสู่ปอดทุกครั้งที่อคิราห์สูดหายใจ มือข้างหนึ่งกุมเครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างแนบแน่น อีกข้างหนึ่งประคองหมึกเวทมนตร์ขวดเล็กๆ ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เขากำลังเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งเชื่อกันว่าเก็บงำความรู้ที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์พยายามปกปิด – หอสมุดแห่งความทรงจำ.
‘มันเป็นตำนานที่เล่าขานกันมานาน’ อาวุโสคัลลันเคยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ‘ว่าที่นั่นมีบันทึกของอักขระโบราณและวิธีการรักษาสิ่งที่จารึกไว้ แต่ก็เป็นตำนานที่ไม่มีใครเคยพิสูจน์ได้’ คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของอคิราห์ ชวนให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามา เขาจำเป็นต้องหาคำตอบ ไม่ใช่เพียงเพื่อตนเอง แต่เพื่อทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคหมึกละลาย.
หากโรคนี้ยังคงแพร่กระจายต่อไป อักขระบนผิวหนังและบนวัตถุต่างๆ จะเลือนหายไป กลายเป็นเพียงรอยเปื้อนไร้ความหมาย ผู้คนจะสูญเสียความทรงจำ สูญเสียตัวตน และที่เลวร้ายที่สุด คือการถูกกดขี่จากสภาจารึกฯ ที่อ้างว่าตนเองคือผู้พิทักษ์ความบริสุทธิ์ของอักขระ. อคิราห์ไม่อาจยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้.
ไม่นานนัก เงาตะคุ่มของอาคารหินโบราณก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอก มันคือหอสมุดแห่งความทรงจำที่เขาตามหา ประตูหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แข็งแกร่งและปิดสนิทราวกับจะประกาศชัยชนะของสภาฯ เหนือความรู้โบราณ. บนพื้นผิวของประตูสลักลายอักขระอันซับซ้อน ทอประกายสีเงินจางๆ ยามต้องแสงหมอก มันคืออักขระผนึกที่สภาจารึกฯ สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการเข้าถึง.
อคิราห์เดินเข้าไปใกล้ สัมผัสกับความเย็นเยียบของหิน เขาหยิบเครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้น – แท่งโลหะปลายแหลมที่สามารถสั่นสะเทือนด้วยพลังงานที่เขาปรับแต่งเอง – ขึ้นมาอย่างช้าๆ. เขาพยายามมองหาจุดอ่อนในอักขระผนึกนั้น สายตาของเขาสำรวจไปตามลายเส้นที่สลักอย่างละเอียด. เขาเคยเห็นอักขระลักษณะนี้มาก่อนในสถาบันจารึก แต่ผนึกนี้ดูเก่าแก่กว่าและทรงพลังกว่า.
‘หมึกละลาย…’ เขาพึมพำกับตัวเอง ‘มันกำลังส่งผลกระทบต่อทุกสิ่ง แม้แต่กับอักขระของสภาฯ.’
เขาใช้เครื่องมือจ่อไปที่ลายเส้นอักขระเส้นหนึ่ง เมื่อเขาสั่นสะเทือนแท่งโลหะ พลังงานอันละเอียดอ่อนก็แผ่กระจายออกไป. แรกเริ่มไม่มีอะไรเกิดขึ้น. อักขระผนึกยังคงทอประกายสีเงินอย่างมั่นคง. อคิราห์พยายามอีกครั้ง คราวนี้เพิ่มความถี่ของการสั่นสะเทือน. ทันใดนั้น เขาเห็นมัน – รอยร้าวเล็กๆ ที่มองแทบไม่เห็นปรากฏขึ้นบนลายเส้นอักขระ. มันไม่ใช่รอยร้าวที่เกิดจากการกระทำของเขา แต่เป็นรอยร้าวของการเสื่อมสลายของหมึก.
‘เป็นไปได้ยังไง…’ เขาอุทานเบาๆ.
โรคหมึกละลายนั้นร้ายกาจนัก มันกัดกินลายเส้นอักขระ ทำให้พลังเวทมนตร์ที่จารึกไว้ค่อยๆ จางหายไป. แต่การที่มันสามารถส่งผลกระทบต่ออักขระผนึกที่ทรงพลังเช่นนี้ได้ แสดงว่าโรคนี้อาจไม่ได้มีเพียงผลเสียเท่านั้น.
อคิราห์ลองใช้เครื่องมือกับรอยร้าวอีกหลายจุด. เขาพบว่ามีรอยร้าวเล็กๆ อีกหลายแห่งกระจายอยู่ตามอักขระผนึก. แต่ละรอยร้าวล้วนเกิดจากการเสื่อมสลายของหมึก. ความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา.
‘ถ้าหมึกละลายสามารถทำให้ผนึกนี้อ่อนแอลงได้…’ เขาคิด ‘บางที… บางทีฉันอาจจะสามารถเปิดมันออกได้.’
เขาตัดสินใจที่จะลองใช้เครื่องมือของเขาเพื่อขยายรอยร้าวเหล่านั้น. เขาเริ่มจากการใช้เครื่องมือจ่อไปที่รอยร้าวที่ใหญ่ที่สุด. เขาค่อยๆ ปรับความถี่ของการสั่นสะเทือน. เสียงหึ่งๆ ดังขึ้นจากแท่งโลหะ. ผนังหินเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อย. อักขระผนึกสีเงินเริ่มกะพริบ.
‘เร็วเข้า…’ เขาภาวนาในใจ.
เขากดเครื่องมือลงไปอีก. พลังงานที่เขาส่งออกไปเริ่มสร้างแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้น. รอยร้าวเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. ลายเส้นอักขระเริ่มแตกกระจาย.
ทันใดนั้น เสียงดัง ‘แครก!’ ก็ดังขึ้น. แผ่นหินบางส่วนของประตูเริ่มร่วงหล่นลงมา. อักขระผนึกที่ส่องประกายสีเงินเริ่มมืดลง. หมอกที่เคยปกคลุมหนาแน่นก็เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นทางเดินมืดที่ทอดลึกลงไปภายในหอสมุด.
อคิราห์ถอยหลังออกมาเล็กน้อย มองดูผลงานของตนเอง. เขาทำได้แล้ว. เขาได้เปิดทางเข้าสู่หอสมุดแห่งความทรงจำที่ถูกปิดตาย. สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือความมืดและความลึกลับ แต่เขาก็รู้ว่าภายในนั้นมีคำตอบที่เขาตามหา.
เขาตรวจสอบหมึกเวทมนตร์ในขวด. เหลือเพียงน้อยนิด. เขาต้องใช้มันอย่างระมัดระวัง. การเดินทางภายในหอสมุดแห่งนี้จะต้องอันตรายแน่.
‘แม้ว่าคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินจะกล่าวถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต’ เขาคิด ‘ฉันก็ต้องทำด้วยตัวเองก่อน.’
เขาหยิบเครื่องมือขึ้นมาอีกครั้ง. พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ความมืด. เขาเหลือบมองไปที่รอยสักบนแขนของเขา. มันเป็นอักขระที่จางมากแล้ว. เกือบจะหายไปแล้ว.
‘เพื่อความทรงจำของทุกคน…’
เขาตัดสินใจ. เขาหายใจเข้าลึกๆ. แล้วก้าวเข้าสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า. เสียงของประตูที่กำลังจะปิดลงดังขึ้นตามหลังเขา. มันปิดลงอย่างเงียบเชียบ. ทิ้งเขาไว้เพียงลำพังกับความทรงจำที่รอคอยการค้นพบ.
ภายในหอสมุดแห่งความทรงจำ ที่ซึ่งความรู้และประวัติศาสตร์ถูกจารึกไว้. อคิราห์ยืนอยู่กลางความมืด. เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่. แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า. เขาต้องหาทางหยุดยั้งโรคหมึกละลาย.
แสงสลัวๆ จากหมึกเวทมนตร์ที่เขาถืออยู่ค่อยๆ ส่องให้เห็นชั้นหนังสือโบราณที่วางเรียงรายอยู่รอบตัว. กลิ่นอับชื้นของกระดาษและหมึกเก่าลอยมาแตะจมูก.
‘มีอะไรอยู่ตรงนี้บ้างนะ?’ เขาถามตัวเอง.
เขาค่อยๆ เดินไปตามทางเดิน. เขาพบกับหีบไม้โบราณหลายใบ. เขาพยายามเปิดมัน. แต่ก็มีอักขระผนึกอีกชั้นหนึ่ง. เขาใช้เครื่องมือของเขา. ค่อยๆ ขยายรอยร้าว. หีบเปิดออก. ภายในเต็มไปด้วยแผ่นจารึกโบราณ. เขาหยิบขึ้นมาอ่าน. มันคือประวัติศาสตร์ของอักขระ. และวิธีการสร้างมันขึ้นมา.
‘นี่มัน…’ เขาอุทาน.
เขาพบข้อมูลที่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขความลับของโรคหมึกละลาย. แต่เขาจะนำข้อมูลนี้ออกไปได้อย่างไร? และใครจะเชื่อเขา?
เขาสำรวจต่อไป. เขาพบแผนที่โบราณ. แสดงถึงแหล่งแร่หมึกเวทมนตร์ที่ถูกซ่อนเร้น. และวิธีการสกัดหมึกที่บริสุทธิ์กว่าที่สภาฯ ใช้.
‘ถ้าสภาฯ รู้ว่าฉันเจอสิ่งนี้…’ เขาคิด ‘พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดฉัน.’
เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา. เขาต้องรีบออกไปจากที่นี่. ก่อนที่ผนึกประตูจะกลับมาปิดสนิทอีกครั้ง.
เขาตัดสินใจที่จะหยิบแผ่นจารึกและแผนที่โบราณติดตัวไปด้วย. เขาใช้เครื่องมือของเขา. ค่อยๆ ทำให้รอยร้าวบนผนังกลับมาปิดสนิทอีกครั้ง. เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเข้ามาที่นี่.
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็หันกลับไปมองทางเดินที่มืดมิด. เขาได้สิ่งที่เขาต้องการ. แต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น. การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น.
เขาเดินออกจากหอสมุด. ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงความมืดและความเงียบ. หมอกหนาทึบยังคงปกคลุมที่ราบสูงคีรีคราม. แต่ในใจของอคิราห์. มีแสงสว่างแห่งความหวัง.
เขาจะใช้ความรู้นี้. เพื่อต่อสู้กับสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์. และเพื่อรักษาความทรงจำของทุกคน. เขาจะก้าวข้ามความกลัว. และเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเขา. เขาจะทำให้คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินเป็นจริง. เขาจะปลดพันธนาการแห่งอักขระ. และนำพาผู้คนไปสู่อนาคตใหม่.
--- อคิราห์เดินทางมาถึงหอสมุดแห่งความทรงจำที่ถูกปิดตายด้วยอักขระผนึกของสภาจารึกฯ เขาพบว่าหมึกที่ใช้สลักผนึกเริ่มเสื่อมสลายจนเกิดเป็นรอยร้าวเล็กๆ อคิราห์ใช้เครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อขยายรอยร้าวเหล่านั้นจนสามารถเปิดทางเข้าไปในหอสมุดได้สำเร็จ และได้ค้นพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอักขระโบราณและแหล่งแร่หมึกเวทมนตร์