← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 127免費

ตอนที่ 127 — รอยเปื้อนบนแผ่นหลัง

เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังสะท้อนในห้องพักแคบๆ ของย่านคนชั้นล่างในที่ราบสูงคีรีคราม เซราฟิน่าขยับตัวอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแสบแปลบที่ผิวหนังบริเวณสะบักขวาทำให้เธอต้องขบกรามแน่น เธอหยิบกระจกทองเหลืองบานเล็กที่รอยขีดข่วนเต็มไปหมดขึ้นมา พยายามเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อส่องดูสิ่งที่กำลังรบกวนสมาธิของเธอมาตลอดทั้งวัน

“บ้าเอ๊ย...” เธอสบถเบาๆ เมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจก

อักขระ 'ปราการเหล็ก' ที่เคยเป็นเส้นตรงคมกริบ ล้อมรอบด้วยลวดลายเรขาคณิตที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง บัดนี้ขอบของมันดูเบลอและฟุ้งกระจายเหมือนควันไฟที่ถูกลมพัด รอยเส้นสีดำเข้มที่เคยจารึกลงบนผิวหนังอย่างประณีตกำลังกลายเป็นรอยเปื้อนสีเทาจางๆ ที่ไร้รูปทรง มันไม่ใช่การจางหายตามกาลเวลา แต่มันกำลัง ‘ละลาย’ กลายเป็นหยดหมึกที่ไหลซึมเข้าหากันอย่างไม่มีทิศทาง

เซราฟิน่าใช้นิ้วลูบไปตามรอยนั้น ความรู้สึกที่ได้รับไม่ใช่ความเรียบเนียนของผิวหนัง แต่เป็นความเหนียวเหนอะหนะเหมือนน้ำหมึกที่ยังไม่แห้งสนิท เธอพยายามนึกถึงความหมายของอักขระตัวที่อยู่ติดกัน—อักขระที่ควรจะทำหน้าที่รักษาสมดุลของพลังป้องกัน—แต่ทันทีที่เธอพยายามเพ่งสมาธิ ความทรงจำเกี่ยวกับชื่อของครูฝึกดาบคนแรกของเธอกลับวูบหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าขนลุก

“ไม่... ไม่ใช่ตอนนี้” เธอพึมพำ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก หากอักขระบนร่างกายละลายจนหมดสิ้น สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่การสูญเสียพลังเวท แต่มันคือการสูญเสียตัวตน ทุกสิ่งที่เธอเคยผ่าน ทุกคนที่เธอเคยรัก จะหายไปเหมือนหมึกที่ถูกราดด้วยน้ำ

เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ เซราฟิน่ารีบดึงเสื้อคลุมขึ้นมาปิดแผ่นหลังและคว้าดาบสั้นข้างเตียงทันที เธอเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่พยายามให้เงียบที่สุด

“เซราฟิน่า! เปิดประตู! ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอก!” เสียงของไมโลดังลอดเข้ามา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสั่นเครือ

เธอปลดกลอนและเปิดประตูออก พบไมโลที่สภาพดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดวิ่นและมีรอยเปื้อนฝุ่นสีขาวจากหอจดหมายเหตุ เด็กหนุ่มหายใจหอบจนตัวโยน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงดูเหมือนเพิ่งหนีตายออกมาจากคลังหมึก?” เซราฟิน่าถามพลางดึงเขาเข้ามาข้างในและปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา

“หน่วยรักษาความปลอดภัย... พวกเขากำลังตามล่าผม!” ไมโลพูดพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ “ผมแค่... ผมแค่พยายามจะเอาข้อมูลลับนั่นมาให้คุณกับอคิราห์ แต่พวกเขารู้ทัน ผมต้องใช้ภาพลวงตาอักขระหลอกพวกนั้นแล้วกระโดดลงจากหอจดหมายเหตุ ตอนนี้ผมเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว เซราฟิน่า เราต้องหนีกันแล้ว!”

เซราฟิน่าขมวดคิ้ว “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ไมโล ฟังนะ... ฉันมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น” เธอชี้ไปที่แผ่นหลังของตัวเองผ่านเสื้อคลุม “โรคหมึกละลาย มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนในสลัม แต่มันกำลังกัดกินฉันด้วย”

ไมโลนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองรอยเปื้อนที่ซึมผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของเสื้อคลุมเธอ “ถ้าเป็นแบบนี้... อักขระจะสูญเสียความหมาย และเมื่อมันสูญเสียความหมาย... ความทรงจำของพี่จะ...” เขาไม่กล้าพูดต่อ

“ใช่” เซราฟิน่าตอบสั้นๆ น้ำเสียงแข็งกร้าวเพื่อปกปิดความหวั่นไหว “ฉันจะกลายเป็นแค่เปลือกที่ว่างเปล่า”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่าง เซราฟิน่านั่งลงบนเตียง ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างการหลบหนีจากหน่วยรักษาความปลอดภัย กับการหาทางรักษาอักขระที่กำลังพังทลาย

“แล้วอคิราห์ล่ะ?” ไมโลถามขึ้น “เขาหายไปไหนหลังจากเหตุระเบิดคลังหมึก?”

“เขาไม่อยู่ที่นี่” เซราฟิน่าตอบ “เขาสัญญาว่าจะไปตามหาต้นกำเนิดของหมึกเวทมนตร์ที่แท้จริง เขาบอกว่าถ้าเราเข้าใจที่มาของหมึก เราจะเข้าใจว่าทำไมมันถึงเสื่อมสภาพ”

ไมโลพยักหน้าอย่างเข้าใจ “มีข่าวลือในหมู่ผู้ลี้ภัย... พวกเขาบอกว่าอคิราห์ไม่ได้แค่เดินทางไปเฉยๆ แต่เขากำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' ว่ากันว่าในคำทำนายนั้นมีพูดถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต... ผู้ที่จะทำให้หมึกไม่จำเป็นต้องจารึกลงบนผิวหนังอีกต่อไป”

เซราฟิน่าชะงัก “ปลดพันธนาการแห่งอักขระงั้นเหรอ? นั่นมันเรื่องเพ้อเจ้อของพวกนอกรีตชัดๆ” แต่ในใจเธอกลับมีความหวังเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาเหมือนแสงเทียนในพายุ

“ถ้าอคิราห์มีคำตอบ... ถ้าเขาสามารถหยุดโรคนี้ได้...” ไมโลพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความหวัง “เราต้องไปหาเขา เซราฟิน่า ไม่ใช่แค่เพื่อช่วยพี่ แต่เพื่อช่วยทุกคนที่กำลังจะสูญเสียตัวเองไป”

เซราฟิน่าลุกขึ้นยืน เธอหยิบดาบขึ้นมาคาดเอว ความกังวลที่เคยเกาะกินใจเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น เธอรู้ดีว่าการตามหาอคิราห์ท่ามกลางการไล่ล่าของสภาจารึกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่

“เตรียมตัวซะ ไมโล” เซราฟิน่าสั่ง “เราจะออกเดินทางคืนนี้ เราจะไปหาอคิราห์ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม”

ขณะที่เธอกำลังจะเดินไปหยิบสัมภาระ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูททหารจำนวนมากก็ดังขึ้นที่ด้านล่างของอาคาร ตามด้วยเสียงตะโกนสั่งการของหน่วยรักษาความปลอดภัยสภาจารึก

“ตรวจสอบทุกห้อง! พบผู้ลี้ภัยจากหอจดหมายเหตุหรือผู้ติดเชื้อหมึกละลาย ให้จับกุมหรือเผาทำลายทันที!”

เซราฟิน่าหันไปมองไมโล สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความกลัวยังคงอยู่ แต่การตัดสินใจถูกทำลงไปแล้ว เธอคว้าตะเกียงและม้วนแผนที่เก่าๆ เตรียมพร้อมสำหรับการหลบหนีผ่านทางระบายน้ำที่มืดมิด

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกกระแทกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุดออก แสงจากคบเพลิงของทหารสาดเข้ามาในห้อง เซราฟิน่ารีบผลักไมโลไปทางหน้าต่าง

“ไป!” เธอสั่ง

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัว อักขระบนหลังของเธอก็ส่งความรู้สึกแสบร้อนอย่างรุนแรงจนเธอต้องทรุดลงกับพื้น ความทรงจำเกี่ยวกับแผนที่ในหัวของเธอเริ่มเลือนลางไปชั่วขณะหนึ่ง

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนของทหารดังขึ้นพร้อมกับเงาดำที่พาดผ่านประตูเข้ามา

--- เซราฟิน่าพบว่าอักขระบนร่างกายของเธอกำลังละลายซึ่งหมายถึงการสูญเสียความทรงจำ เธอตัดสินใจร่วมมือกับไมโลเพื่อออกเดินทางตามหาอคิราห์เพื่อหาทางหยุดยั้งโรคหมึกละลาย