ตอนที่ 121 — รอยเปื้อนบนแผ่นศิลาจารึก
เสียงปลายปากกาเหล็กขูดลงบนแผ่นหินดังสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบสงัดของหอจดหมายเหตุใต้ดิน อคิราห์ขยับตะเกียงน้ำมันเวทมนตร์ให้เข้าที่ แสงสีฟ้าอ่อนจากเปลวไฟสั่นไหวสะท้อนลงบนแผ่นศิลาที่วางเรียงราย เขาจ้องมองอักขระรูปทรงเรขาคณิตที่สลักอยู่บนผนังห้องอย่างละเอียด พยายามมองหาจุดเชื่อมโยงที่ขาดหายไป แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างดี
"นายยังไม่เลิกขุดเรื่องนี้อีกเหรอ?"
เสียงห้วนสั้นของเซราฟิน่าดังขึ้นจากมุมมืด อคิราห์ไม่ได้หันไปมอง เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้มาเพื่อช่วยค้นคว้า เธอเดินเข้ามาใกล้จนแสงตะเกียงส่องให้เห็นรอยนูนบนไหล่ของเธอ อคิราห์สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างใต้ปกเสื้อของเธอ มันดูเหมือนรอยเปื้อนสีดำที่ซึมลึกเข้าไปในผิวหนัง ไม่ใช่เส้นสายที่คมชัดเหมือนอักขระปกติ
"ข้อมูลในบันทึกของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ขัดแย้งกันเองเสมอ เซราฟิน่า" อคิราห์ตอบพลางใช้นิ้วลากผ่านรอยสลักบนโต๊ะทำงาน "หน้าหนึ่งบอกว่าอักขระคือรากฐานที่คงทน แต่หน้าสี่สิบสองกลับระบุว่าอักขระต้องถูกเติมด้วยหมึกเวทมนตร์ทุกสามเดือนเพื่อป้องกันการจางหาย ถ้ามันคือรากฐานที่มั่นคง ทำไมเราถึงต้องพึ่งพาหมึกที่สภาผูกขาดไว้เพียงผู้เดียว?"
เซราฟิน่าแค่นหัวเราะ เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ตัวเก่า "เพราะนั่นคือวิธีที่พวกเขารักษาอำนาจไงล่ะ ถ้าทุกคนมีอักขระที่อยู่ได้ชั่วนิรันดร์ สภาจารึกก็จะกลายเป็นแค่คนเฝ้าห้องสมุดที่ไม่มีใครสนใจ"
อคิราห์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าที่เขาแอบนำออกมาจากเขตหวงห้ามขึ้นมา "ฉันเจอสิ่งนี้ในหมวดบันทึกยุคบุกเบิก มันไม่ได้ถูกจัดเก็บในชั้นปกติ แต่มันถูกซ่อนไว้ใต้ฐานแท่นบูชาศิลา"
"นายกำลังจะบอกว่านายขโมยของจากสภา?" เซราฟิน่าขยับตัวอย่างระแวง มือของเธอกำด้ามมีดสั้นที่ข้างเอวแน่นขึ้น
"ฉันแค่หยิบยืมความจริงมาใช้" อคิราห์เปิดม้วนคัมภีร์ออก กลิ่นอายของฝุ่นและหมึกโบราณโชยเข้าจมูก "ดูนี่สิ ในบันทึกของสภา อักขระถูกอธิบายว่าเป็น 'จุดหยุดนิ่ง' ของพลังงาน เป็นสิ่งที่ต้องสลักลงไปเพื่อควบคุมกระแสเวทมนตร์ให้คงที่ แต่ในคัมภีร์เล่มนี้..."
เขาสอดส่องสายตาไปตามตัวอักษรที่เลือนลาง "มันไม่ได้พูดถึงการจารึกเพื่อหยุดนิ่ง แต่มันพูดถึง 'การไหลเวียน' (The Flow) มันบอกว่าพลังงานไม่ได้ถูกกักเก็บไว้ในเส้นสาย แต่มันไหลผ่านเส้นสายเหล่านั้นเหมือนน้ำที่ผ่านร่องหิน"
"ไหลผ่าน? หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่าอักขระที่เราใช้อยู่ตอนนี้ อาจจะเป็นแค่เขื่อนที่กักเก็บน้ำเอาไว้ ไม่ใช่ตัวน้ำเอง" อคิราห์อธิบาย เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ปนความกังวล "ถ้าอักขระคือการกักเก็บ แล้ว 'โรคหมึกละลาย' ที่กำลังระบาดอยู่ล่ะ? มันอาจไม่ใช่โรค แต่มันคือการที่เขื่อนกำลังพังทลาย และพลังงานที่เคยถูกกักไว้กำลังพยายามไหลกลับคืนสู่สภาพเดิม"
"ไร้สาระ" เซราฟิน่าตัดบท แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องที่คัมภีร์อย่างไม่วางตา "ถ้ามันเป็นอย่างที่นายพูด ทำไมสภาถึงต้องพยายามปกปิดมัน? ทำไมพวกเขาถึงต้องสั่งเผาทำลายผู้ติดเชื้อทันทีที่พบรอยเปื้อน?"
"เพราะถ้าความจริงปรากฏว่าอักขระไม่ได้เป็นนิรันดร์ และเราไม่จำเป็นต้องใช้หมึกของพวกเขาเพื่อควบคุมมัน... อำนาจของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ก็จะพังทลายลงไปพร้อมกับความเชื่อที่พวกเขาสร้างขึ้น"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนเดินผ่านทางเดินด้านบนของหอจดหมายเหตุทำให้ทั้งสองต้องชะงัก อคิราห์รีบม้วนคัมภีร์เก็บเข้าใต้เสื้อคลุม เซราฟิน่าดับตะเกียงน้ำมันเวทมนตร์ทันที ความมืดเข้าปกคลุมห้องจนเหลือเพียงแสงรำไรจากช่องลมด้านบน
"พวกเราต้องไปแล้ว" เซราฟิน่ากระซิบ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความระแวง
ขณะที่พวกเขากำลังจะลุกขึ้น อคิราห์ก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ติดอยู่บนขอบโต๊ะหิน มันคือเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากบันทึกของอาวุโสคัลลัน เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดูในความสลัว
บนเศษกระดาษนั้นมีลายเส้นที่ดูไม่เหมือนอักขระใดๆ ที่เขาเคยเห็น มันเป็นลายเส้นที่ดูเหมือนของเหลวที่กำลังเคลื่อนที่ สลับกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือรีบเร่ง: 'เมื่อหมึกเริ่มละลาย ความจริงจะปรากฏ... จงระวังคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน เพราะผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระไม่ใช่ผู้ที่เขียนได้แม่นยำที่สุด แต่คือผู้ที่ปล่อยให้มันไหลเวียน'
อคิราห์รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง ข้อความนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเตือน แต่มันคือการปฏิเสธรากฐานทั้งหมดของโลกที่เขาเคยรู้จัก เขาหันไปมองเซราฟิน่า เห็นเพียงเงาร่างที่สั่นเทาของเธอในความมืด
"เซราฟิน่า... ถ้าสิ่งที่ฉันคิดมันถูก ระบบอักขระที่เราใช้ปกป้องความทรงจำมาตลอด... จริงๆ แล้วมันคือสิ่งที่กำลังขโมยตัวตนของเราไปงั้นเหรอ?"
เขายังไม่ได้รับคำตอบ แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อ แสงไฟจากคบเพลิงของหน่วยตรวจการสภาก็สาดส่องเข้ามาทางประตูห้องจดหมายเหตุ พร้อมเสียงตะโกนสั่งการที่ดังสนั่น
"ตรวจค้นทุกซอกทุกมุม! มีรายงานว่ามีการบุกรุกเขตคลังความรู้ชั้นสูง!"
อคิราห์ก้มมองมือของตัวเอง เขาพบว่ารอยหมึกเล็กๆ ที่เขาเพิ่งสัมผัสจากเศษกระดาษนั้น กำลังเริ่มซึมเข้าสู่ปลายนิ้วของเขาอย่างช้าๆ และมันไม่ได้เป็นเพียงสีดำ แต่มันกำลังขยับเขยื้อนเหมือนสิ่งมีชีวิตใต้ผิวหนังของเขา
--- อคิราห์ค้นพบหลักฐานในคัมภีร์โบราณที่ระบุว่าอักขระควรเป็นการไหลเวียนของพลังงานไม่ใช่การกักเก็บ ซึ่งขัดกับหลักการของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ และเขาเริ่มถูกโรคหมึกละลายจู่โจมจากการสัมผัสข้อความปริศนา