← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 114免費

ตอนที่ 114 — การแบ่งปันหยดหมึกสีทอง

กลิ่นไหม้ของหมึกเวทมนตร์ที่กำลังระเหยกลายเป็นไอสีคล้ำลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่ราบสูงคีรีคราม เซราฟิน่ากระชับดาบสั้นในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกวาดสายตามองไปรอบลานหินกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ อักขระบนพื้นดินที่เคยสลักไว้อย่างเป็นระเบียบ บัดนี้บิดเบี้ยวและเลือนรางเหมือนถูกน้ำกรดชะล้าง 'พวกเขามาถึงแล้วใช่ไหม?' เธอถามออกไป เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยขณะมองไปยังขอบฟ้าที่เมฆหมอกเริ่มม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นสีม่วงเข้ม

'ไม่ต้องรีบหรอก เซราฟิน่า ถ้าพวกเขาสัมผัสถึงความแปรปรวนของกระแสพลังงานได้เร็วขนาดนั้น เราคงไม่มีเวลามานั่งตั้งคำถามหรอก' อคิราห์ตอบกลับมา เขาไม่ได้มองเธอ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังกลุ่มควันสีขาวที่พุ่งทะยานขึ้นจากยอดเขาทางทิศตะวันออก ร่างกายของเขาดูสงบอย่างประหลาด ทว่าหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมกลับบ่งบอกถึงความตึงเครียดที่เขากำลังแบกรับ

'แกจะบอกว่าเราจะนั่งรอให้พวกสภาจารึกมาลากคอเราไปเผาทั้งเป็นงั้นเหรอ?' เซราฟิน่าแค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการขู่คำราม เธอขยับเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อหาตำแหน่งที่มั่นคงขึ้น 'ความสงบของแกมันน่าหงุดหงิดชะมัด อคิราห์'

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารสภาจารึกก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินหินเบื้องล่าง พวกเขามาพร้อมกับตะเกียงเวทมนตร์ที่สาดแสงสีฟ้าซีดเพื่อตรวจหาอักขระที่ผิดเพี้ยน เซราฟิน่าชักดาบออกจากฝัก เสียงเหล็กเสียดสีกันดังกังวานไปทั่วบริเวณ เธอเตรียมพร้อมที่จะปะทะ แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การโจมตี

อคิราห์ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เขาไม่ได้สลักอักขระลงบนดาบ หรือขีดเขียนลงบนพื้นหินเหมือนที่นักเวทคนอื่นทำ แต่เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปในอากาศที่ว่างเปล่า ท่ามกลางความสับสนของเซราฟิน่าที่กำลังจะตะโกนสั่งให้เขาถอยหลัง สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือการปรากฏขึ้นของแสงสว่างสีทองอ่อนโยนที่ไม่ได้มาจากลายเส้นของอักขระ แต่มันไหลออกมาจากปลายนิ้วของเขาเหมือนน้ำที่รินออกจากเหยือก

'มันคืออะไรกัน...' เซราฟิน่าพึมพำ เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากโรคหมึกละลาย และไม่ใช่ความกดดันจากอักขระศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ มันเหมือนกับการได้จิบน้ำเย็นจัดในวันที่อากาศร้อนระอุ หรือการได้เห็นแสงอาทิตย์แรกหลังพายุฝนยาวนาน

'มันคือความว่างเปล่าที่เต็มเปี่ยม' อคิราห์กล่าวเบาๆ แสงสีทองนั้นขยายตัวออกไปอย่างไร้ขอบเขต มันไม่ได้หยุดอยู่ที่รัศมีของเวทมนตร์ปกติ แต่มันแผ่ซ่านไปตามรอยแตกของหิน ผ่านเมฆหมอก และแทรกซึมเข้าไปในรอยเปื้อนของโรคหมึกละลายที่กำลังกัดกินพื้นดิน 'เซราฟิน่า... ลองรับมันไปสิ'

เซราฟิน่าขมวดคิ้ว 'จะบ้าเหรอ? ฉันไม่ต้องการพลังที่ควบคุมไม่ได้แบบนั้น!' เธอพยายามขยับถอยหนี แต่ความสุขที่ไร้ขอบเขตนั้นกลับรุกคืบเข้ามาหาเธออย่างสุภาพ มันไม่ได้บังคับ แต่มันชวนเชิญ เธอรู้สึกว่าความวิตกกังวลที่สั่งสมมานานปี ความระแวงที่ทำให้เธอต้องหลับตาข้างหนึ่งเสมอเวลาเดินในที่สาธารณะ กำลังถูกชะล้างออกไปด้วยกระแสพลังงานสีทองนี้

เธอมองเห็นภาพนิมิตสั้นๆ ของความสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด มันคือโลกที่ไม่มีการแบ่งแยกอักขระชั้นสูงหรือชั้นต่ำ โลกที่ความทรงจำไม่ถูกพรากไปเพียงเพราะหมึกจางหาย แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็เริ่มทำให้เธอรู้สึก 'ล้น' เธอหายใจไม่ออก ความสุขที่มากเกินไปเริ่มกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัว เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวตนของเธอกำลังจะถูกกลืนกินไปในแสงสว่างนั้น

'มันมากเกินไป!' เธอตะโกน ร่างกายสั่นเทิ้ม 'อคิราห์! มันกำลังจะฆ่าฉัน!'

อคิราห์ไม่ได้ถอย แต่เขากลับเอื้อมมือมาจับมือของเธอ 'อย่ากักเก็บมันไว้คนเดียว เซราฟิน่า ความสุขนี้มันไม่มีที่สิ้นสุดเพราะมันไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือกระแสที่ไหลผ่าน หากเธอพยายามจะครอบครองมันเพียงลำพัง มันจะกลายเป็นภาระที่ทำลายเธอ แต่ถ้าเธอส่งต่อมัน... มันจะไม่มีวันหมดไป'

เซราฟิน่าจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่นิ่งสงบของเขา เธอเห็นความเข้าใจบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่ากฎเกณฑ์ของสภาจารึก เธอเห็นถึงคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยได้ยินผ่านหูมาตั้งแต่เด็ก ว่าจะมีผู้มาปลดพันธนาการแห่งอักขระ และตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจว่าพันธนาการนั้นไม่ได้อยู่ที่ลายเส้นบนผิวหนัง แต่อยู่ที่การพยายามยึดถือความสุขไว้กับตัว

เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความกลัวมลายหายไป แทนที่จะพยายามต้านทานกระแสสีทองที่กำลังท่วมท้น เธอตัดสินใจเปิดฝ่ามือออก แล้วพยายาม 'ส่ง' ความรู้สึกที่ล้นปรี่นั้นออกไปทางปลายดาบและปลายนิ้วของเธอเอง เธอไม่ได้พยายามจะควบคุมมัน แต่เธอพยายามจะ 'ให้'

ทันทีที่เธอเริ่มแบ่งปัน ความอึดอัดในอกก็มลายหายไป แสงสีทองที่เคยดูเหมือนจะกลืนกินเธอกลับกลายเป็นกระแสที่ไหลลื่นผ่านตัวเธอไปสู่สิ่งรอบข้าง เธอเห็นแสงนั้นพุ่งไปแตะทหารสภาจารึกที่กำลังวิ่งเข้ามา แสงนั้นซึมเข้าไปในรอยเปื้อนหมึกละลายบนพื้นหิน และแทนที่จะทำให้มันหายไปเฉยๆ มันกลับเปลี่ยนรอยเปื้อนเหล่านั้นให้กลายเป็นลวดลายใหม่ที่งดงามและมีชีวิตชีวา

ความสุขไม่ได้หายไป แต่มันเพิ่มพูนขึ้นทุกครั้งที่เธอส่งต่อมันออกไป

'มันคือการให้...' เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาใสๆ ไหลผ่านแก้ม 'การให้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด'

ในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยของสภาจารึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีฟ้าจากตะเกียงเวทมนตร์จำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า พร้อมกับเงาร่างของอาวุโส คัลลัน ที่ยืนตระหง่านอยู่บนหลังม้าเวทมนตร์ สายตาของเขาจ้องมองมาที่กลุ่มแสงสีทองด้วยความเย็นชาและตรรกะที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ผิดเพี้ยน

เซราฟิน่ากระชับดาบในมืออีกครั้ง แต่ครั้งนี้มือของเธอไม่สั่นเทา แสงสีทองยังคงไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของเธอ พร้อมที่จะถูกส่งต่อไปยังใครก็ตามที่เธอกำลังจะเผชิญหน้า

--- เซราฟิน่าค้นพบความลับของพลังงานรูปแบบใหม่ที่อคิราห์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นความสุขที่ไร้ขอบเขตแต่กลับเป็นอันตรายหากครอบครองไว้เพียงลำพัง เธอจึงเรียนรู้ที่จะแบ่งปันพลังนั้นออกไปเพื่อรักษาตัวตนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลก