← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 6免費

ตอนที่ 6 — แรงสั่นสะเทือนใต้รากพฤกษา

เสียงครืนครั่นที่ดังมาจากใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง และไม่ใช่เสียงถล่มของหน้าผา แต่มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยนของผืนดิน ธารารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้นผ่านฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า มันเป็นแรงสั่นที่ไม่ได้มาเป็นระลอกคลื่นสม่ำเสมอ แต่เป็นแรงกระแทกที่หนักหน่วงและสับสน เหมือนสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังดิ้นรนอยู่ในความมืดมิดใต้ชั้นดินลึก เธอทรุดตัวลงคุกเข่า มือหนึ่งยันพื้นดินที่สั่นระริก อีกมือหนึ่งเอื้อมไปสัมผัสกับรากของต้นพฤกษาโบราณที่บิดเบี้ยวจนดูคล้ายเส้นเลือดที่กำลังขยายตัวด้วยพิษร้าย

“คราม! อย่าขยับ!” ธาราตะโกนก้อง เสียงของเธอถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามของป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

ครามที่กำลังจะพยุงตัวลุกขึ้นจากกองเศษซากพืชที่กลายเป็นอสุรกายชะงักกึก ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยยางไม้สีดำสนิทที่ส่งกลิ่นฉุนเหมือนโลหะเน่าเสีย “มันกำลังจะมา... ธารา สิ่งที่เราเห็นเมื่อครู่ มันยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่แย่กว่า!”

เบื้องหน้าของพวกเขา ป่าดงพญาเย็นที่เคยเขียวขจีบัดนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความวิปริต ต้นไม้ที่เคยสื่อสารกันด้วยแสงเรืองรองกลับแผ่กิ่งก้านที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมและมีเมือกสีดำไหลซึมออกมาตามเปลือกไม้ พลังงานที่บิดเบี้ยวจากเครื่องจักรของพวกนักสำรวจได้แทรกซึมเข้าไปในระบบราก เปลี่ยนรากไม้ที่เคยเป็นเส้นใยแห่งชีวิตให้กลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยรัดรึงและทำลายทุกสิ่ง สิ่งมีชีวิตที่เคยสงบสุขบัดนี้กลายเป็นเพียงเงาร่างที่ไร้สติ พุ่งเข้าหาทุกอย่างที่ขยับเขยื้อนด้วยความหิวโหยที่ไร้จุดหมาย

ทันใดนั้น ผืนดินตรงหน้าก็ปริแตกออกอย่างรุนแรง! รอยแยกขนาดใหญ่ลากยาวผ่านพื้นป่า ราวกับมีคมมีดขนาดยักษ์กรีดลงบนผิวโลก เศษดินและรากไม้กระเด็นขึ้นสู่ห้วงอากาศ ธารารีบคว้าตัวครามแล้วดึงเข้าหาโคนต้นไม้ใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ยังพอตั้งมั่นอยู่ได้ ท่ามกลางฝุ่นคลุ้งและเสียงพังทลาย สิ่งที่โผล่พ้นออกมาจากรอยแยกนั้นไม่ใช่หินหรือดิน แต่มันคือส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ดูคล้ายเกล็ดขนาดมหึมาที่มีผิวสัมผัสเหมือนหินแกะสลักผสมกับเนื้อเยื่อของพืช

“มันตื่นแล้ว...” ธารากระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบัง “จิตวิญญาณแห่งผืนดิน... สิ่งที่อยู่ใต้รากพฤกษาทั้งหมด... มันไม่ได้ตื่นเพราะความโกรธ แต่มันตื่นเพราะความเจ็บปวด”

แรงสั่นสะเทือนทวีความรุนแรงขึ้นจนต้นไม้รอบข้างเริ่มล้มระเนระนาด เสียงเหล็กกระทบกันดังแว่วมาจากทิศทางของค่ายนักสำรวจ เครื่องจักรขุดเจาะขนาดมหึมาที่กำลังสูบเลือดเนื้อของป่ากำลังสั่นสะท้านจากการตอบโต้ของพื้นดิน ธาราเห็นแสงสีม่วงหม่นที่ดูผิดธรรมชาติพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยก แสงนั้นไม่ใช่แสงแห่งชีวิต แต่มันคือแสงแห่งความโกลาหลที่พยายามจะยึดครองพื้นที่

“เราต้องไปที่นั่น” ครามเอ่ยขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความสิ้นหวัง “ถ้าเราปล่อยให้เครื่องจักรนั่นดึงพลังงานที่บิดเบี้ยวนี้ออกมามากขึ้น สิ่งที่ตื่นขึ้นมาจะไม่มีทางสงบลงได้ มันจะทำลายทั้งป่า และทำลายทั้งโลกที่เราเหลืออยู่”

“แต่เราจะไปถึงได้อย่างไร?” ธาราถามพลางมองไปรอบๆ ที่ซึ่งอสุรกายพฤกษาเริ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ “ทางเดินถูกทำลายหมดแล้ว และพวกพรานป่าคนอื่นๆ ก็... พวกเขากำลังสับสน พวกเขาคิดว่าป่ากำลังพยายามฆ่าพวกเขา”

“เราต้องใช้เสียงของป่า... เสียงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด” ครามยื่นมือมาให้เธอ “ธารา เธอคือคนเดียวที่ยังฟังมันออก แม้ว่าตอนนี้มันจะเป็นเสียงกรีดร้องก็ตาม”

ธารามองมือของคราม ก่อนจะมองกลับไปยังรอยแยกที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากรากไม้ใต้เท้า มันคือเสียงสะอื้นไห้ของผืนป่าที่ถูกย่ำยี เธอหลับตาลง พยายามตัดขาดจากความหวาดกลัวในใจ และเริ่ม ‘ฟัง’ อีกครั้ง

ในความเงียบสงัดชั่วขณะท่ามกลางเสียงพังทลาย ธาราไม่ได้ยินเพียงเสียงเครื่องจักรหรือเสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่เธอได้ยินเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและโหยหวนจากใต้ดิน มันเป็นท่วงทำนองที่บิดเบี้ยว แต่มันมีจังหวะบางอย่างที่เธอสามารถใช้เป็นเครื่องนำทางได้ เธอสัมผัสได้ถึงช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเส้นใยรากที่กำลังเคลื่อนที่ และทางลับที่ซ่อนอยู่ใต้รากไม้โบราณที่ยังไม่ถูกทำลายโดยพลังงานมืด

“ทางนี้...” เธอคว้ามือครามแล้วออกวิ่ง ท่ามกลางพายุของเศษดินและกิ่งไม้ที่พุ่งเข้าใส่ พวกเขาต้องลัดเลาะผ่านรากไม้ที่ขยับเขยื้อนราวกับงูยักษ์ และหลบหลีกเงาร่างของพฤกษาอสุรกายที่พุ่งเข้ามาโจมตีอย่างไม่เลือกหน้า

ขณะที่พวกเขากำลังจะถึงขอบเขตของพื้นที่ขุดเจาะ ธาราก็ต้องชะงักเมื่อเห็นภาพที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม เครื่องจักรขุดเจาะไม่ได้เพียงแค่สูบยางไม้ แต่มันกำลังพยายามจะ ‘ฝัง’ อุปกรณ์บางอย่างลงไปในใจกลางของรอยแยกที่กำลังเปิดออก เพื่อใช้มันเป็นตัวควบคุมสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นมา! นักสำรวจไม่ได้ต้องการเพียงแค่พลังงาน แต่พวกเขาต้องการ ‘ผู้คุม’ พลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

“พวกเขาจะควบคุมมัน!” ครามตะโกนด้วยความโกรธแค้น “พวกเขาจะเปลี่ยนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นอาวุธ!”

ทันใดนั้น พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ก็ทรุดฮวบลง! รอยแยกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ธาราและครามเสียหลักล้มลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง แสงสว่างสุดท้ายที่เห็นคือภาพของเครื่องจักรขนาดมหึมาที่กำลังส่องแสงสีม่วงเจิดจ้า และเงาร่างมหึมาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้รอยแยกนั้น... เงาที่ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่พอที่จะกลืนกินทั้งป่าดงพญาเย็นลงไปในพริบตา

ความมืดเข้าปกคลุมทุกสิ่ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและเสียงคำรามที่ดังกึกก้องมาจากส่วนลึกที่สุดของโลก

--- ธาราและครามพยายามหนีจากการล่มสลายของผืนป่า แต่กลับพบว่ากลุ่มนักสำรวจกำลังพยายามควบคุมสิ่งลี้ลับใต้ดินที่ตื่นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอาวุธ จนทำให้ทั้งคู่ตกลงไปในความมืดมิดใต้รอยแยกของพื้นดิน