← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 46免費

ตอนที่ 46 — ขอบเขตแห่งการสูญสลาย

เสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกฉีกขาดดังระงมไปทั่วชั้นมิติที่กำลังพังทลาย มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านใบไม้ แต่มันคือเสียงของความจริงที่กำลังกรีดร้อง ธาราพยายามยึดเหนี่ยวจิตวิญญาณของตนเองไว้ท่ามกลางแรงเหวี่ยงมหาศาล ร่างกายของเธอไม่ได้รู้สึกเหมือนเนื้อหนังอีกต่อไป แต่มันเหมือนกลุ่มหมอกที่พยายามจะรวมตัวกันเป็นรูปร่างภายใต้แรงกดดันที่มองไม่เห็น ทุกครั้งที่เธอขยับ พลังแห่งความไม่สมบูรณ์จะสั่นสะเทือนออกมาจากแก่นกลางของเธอ ส่งผลให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นวงคลื่น ราวกับหยดหมึกที่ตกลงในน้ำที่กำลังเดือดพล่าน

เบื้องหน้าของเธอ แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ส่องประกายด้วยแสงที่ขัดแย้งกันเอง มันเป็นแสงที่ทั้งสว่างจ้าจนแสบตาและมืดมิดจนดูดกลืนทุกสิ่งในเวลาเดียวกัน มันตั้งอยู่บนแท่นที่สร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวของกาลเวลาที่หยุดนิ่ง ทว่าระหว่างเธอกับเป้าหมายนั้น กลับเป็นสมรภูมิที่ไร้ซึ่งตรรกะ หน่วย Inquisitors กำลังเคลื่อนกำลังเข้าหาแก่นแท้ด้วยเครื่องจักรจัดระเบียบมิติขนาดมหึมาที่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ของฟันเฟืองเวทมนตร์ ขณะที่ The Echoes กลุ่มเงาไร้รูปร่างที่หิวโหยกำลังพุ่งเข้าใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อสูบเอาเศษเสี้ยวแห่งอัตลักษณ์ไปเติมเต็มความว่างเปล่าของพวกมัน

“ธารา! อย่าปล่อยให้ตัวตนหลุดลอยไป!” เสียงของครามดังขึ้นท่ามกลางเสียงกัมปนาท เขาพยายามฝ่าวงล้อมของเหล่า Echoes ที่พยายามจะฉีกกระชากเขาออกเป็นชิ้นๆ ครามใช้มีดสั้นพฤกษาฟาดฟันใส่เงาเหล่านั้น แสงสีเขียวจากคมมีดตัดผ่านความมืดมิด แต่ละครั้งที่เขาสัมผัสกับพวกมัน ร่างของเขาจะเกิดอาการสั่นสะเทือนเหมือนภาพฉายที่ขาดหายไป

ธาราพยายามจะตอบกลับ แต่คำพูดกลับกลายเป็นเพียงละอองแสงที่หลุดออกจากริมฝีปาก เธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงจากทั้งสองทาง ฝั่งหนึ่งคือความต้องการที่จะเป็นระเบียบ สงบ และนิ่งสนิทจาก Inquisitors อีกฝั่งคือความต้องการที่จะกลืนกินและสลายตัวตนจาก The Echoes ร่างกายของเธอเริ่มพร่าเลือน ขอบเขตระหว่างผิวหนังและอากาศรอบตัวเริ่มเลือนหายไป เธอเห็นมือของตัวเองกลายเป็นเส้นสายของพลังงานที่ไหลเวียนอย่างไม่เป็นระบบ

ทันใดนั้น พื้นที่เบื้องล่างก็เกิดการระเบิดของมิติ เครื่องจักรจัดระเบียบของ Inquisitors ปล่อยคลื่นพลังงานสีฟ้าจัดที่พยายามจะ 'ตรึง' ทุกอย่างให้คงที่ แสงนั้นพุ่งเข้าหาแก่นแท้และทุกสรรพสิ่งในรัศมี มันพยายามจะเปลี่ยนความโกลาหลให้กลายเป็นโครงสร้างเรขาคณิตที่ตายตัว ธาราต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที เธอใช้พลังแห่งความไม่สมบูรณ์สร้างกำแพงแห่งความไร้ระเบียบขึ้นมาต้านทาน คลื่นพลังงานสีฟ้าปะทะกับความบิดเบี้ยวของเธอ เกิดเสียงระเบิดที่ไม่ได้ดังด้วยเสียง แต่ดังด้วยแรงสั่นสะเทือนที่สั่นลึกไปถึงระดับจิตวิญญาณ

“มันกำลังจะดึงเราเข้าไป!” ครามตะโกนพร้อมกับคว้ามือของเธอไว้ แต่สัมผัสที่เขาได้รับกลับไม่ใช่ความอบอุ่นของผิวหนังมนุษย์ แต่มันคือความรู้สึกเหมือนสัมผัสกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในความฝัน ธารารู้สึกได้ว่าตัวตนของเธอกำลังถูกดึงเข้าหาแก่นแท้ ไม่ใช่เพราะเธอต้องการมัน แต่เพราะแก่นแท้กำลังต้องการ 'ความเป็นไปได้' ที่ไร้ขอบเขตซึ่งมีอยู่เพียงในตัวเธอเท่านั้น

ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ตัวตนลึกลับที่ยิ่งใหญ่กว่าสงครามทั้งปวงเริ่มปรากฏกายชัดขึ้น มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือ 'สภาวะ' ของมิติที่กำลังจะล่มสลาย รูปร่างของมันเป็นเงาขนาดมหึมาที่ซ้อนทับกันนับพันชั้น ทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหว กฎฟิสิกส์ในบริเวณนั้นจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บางครั้งแรงโน้มถ่วงก็หายไปจนทำให้เศษซากของเครื่องจักรและร่างของเหล่า Echoes ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ บางครั้งความร้อนก็พุ่งสูงขึ้นจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นแสงสีทอง

ธาราเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต เธอต้องใช้ความไม่สมบูรณ์นี้เป็นสะพาน ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อนำทางพลังงานทั้งหมดให้เข้าสู่แก่นแท้โดยไม่ให้มันทำลายล้างทุกอย่างไปเสียก่อน เธอหลับตาลง พยายามฟังเสียงที่ไม่ได้มาจากหู แต่มาจากรากฐานของความจริง เธอไม่ได้ฟังเสียงใบไม้เหมือนเมื่อก่อน แต่เธอกำลังฟังเสียงของการแตกสลาย

“คราม... ถอยไป!” เธอตะโกนออกไปได้สำเร็จในที่สุด ร่างกายของเธอเริ่มเปล่งแสงสีม่วงหม่นที่แปรปรวน เธอพุ่งตัวออกไปข้างหน้า ทะยานผ่านสมรภูมิที่กำลังล่มสลาย ร่างของเธอผ่านเหล่า Inquisitors ที่พยายามจะยิงลำแสงควบคุมมิติใส่เธอ และผ่านเหล่า Echoes ที่พยายามจะตะปบเอาวิญญาณของเธอไป ทุกครั้งที่เธอสัมผัสกับสิ่งใด สิ่งนั้นจะเกิดความบิดเบี้ยวชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เธอจะทะลวงผ่านม่านพลังงานสุดท้ายมุ่งสู่ใจกลางของแก่นแท้

แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะถึงเป้าหมาย ร่างกายของเธอกลับถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดที่มหาศาลกว่าเดิม มันไม่ใช่แรงดึงดูดจากแก่นแท้ แต่มันคือแรงดึงดูดจากตัวตนลึกลับที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังมิติ ความว่างเปล่าที่แท้จริงกำลังอ้าปากรับเธอไว้ ร่างของธาราเริ่มแยกออกจากกันเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ ที่ส่องประกาย ราวกับดวงดาวที่กำลังระเบิดออกในสุญญากาศ

ครามพยายามจะพุ่งตามเธอไป แต่เขากลับถูกกำแพงมิติที่มองไม่เห็นกั้นไว้ เขามองเห็นธารากลายเป็นส่วนหนึ่งของแสงสว่างที่กำลังหลอมรวมกับแก่นแท้ ทว่ามันไม่ใช่การหลอมรวมที่สงบสุข แต่มันคือการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจในการ 'นิยาม' ความเป็นจริงระหว่างตัวตนของเธอกับความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต

“ไม่!” ครามคำรามด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่เขามองเห็นร่างของธาราค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสว่างที่บิดเบี้ยวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของบทเพลงที่แตกสลายซึ่งดังก้องอยู่ในมิติที่กำลังจะดับสูญ

--- ธาราพยายามใช้พลังแห่งความไม่สมบูรณ์ฝ่าสมรภูมิสามฝ่ายเพื่อมุ่งสู่แก่นแท้ แต่ร่างกายของเธอกลับเริ่มแตกสลายและถูกดึงดูดเข้าสู่การปะทะกันระหว่างการนิยามความจริงของแก่นแท้และตัวตนลึกลับที่ยิ่งใหญ่กว่า