← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 33免費

ตอนที่ 33 — ก้นบึ้งแห่งความบิดเบี้ยวและเสียงเพรียกที่ไร้รูปลักษณ์

ความเงียบในรอยแยกมิตินี้ไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่มันคือความเงียบที่กำลังกรีดร้อง เสียงหวีดหวิวของมิติที่ฉีกขาดดังระงมอยู่ในโสตประสาทของธารา ราวกับมีเข็มพันเล่มที่มองไม่เห็นกำลังทิ่มแทงผ่านชั้นผิวหนังและเข้าสู่แกนกลางของจิตวิญญาณ เธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่ไม่ได้มาจากแรงโน้มถ่วงทางกายภาพ แต่เป็นแรงดึงดูดจากความว่างเปล่าที่พยายามจะดูดกลืน ‘ความหมาย’ ของการมีอยู่ของเธอไปให้สิ้นซาก

ธาราลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่ได้มืดสนิท แต่มันคือความมืดที่มีสีสันบิดเบี้ยว แสงสีม่วงหม่นและเขียวเน่าเสียไหลวนผ่านอากาศเหมือนสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ พื้นที่ที่พวกเขาร่วงหล่นลงมาไม่ใช่พื้นดิน แต่เป็นชั้นของความทรงจำที่จับต้องได้ มันแข็งกระด้างเหมือนเปลือกไม้แต่กลับอ่อนนุ่มเหมือนเนื้อเยื่อที่กำลังเน่าเปื่อย ทุกย่างก้าวที่เธอพยายามขยับตัวจะส่งเสียงดัง ‘กริก’ คล้ายเสียงกระดูกหัก ผสมกับเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ซึ่งลอยมาจากทุกทิศทาง

“คราม...” เธอพยายามเค้นเสียงเรียก แต่เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอกลับฟังดูห่างไกล ราวกับมันไม่ได้มาจากปากของเธอเอง แต่มันเป็นเพียงเสียงสะท้อนของใครบางคนที่เคยมีตัวตนอยู่ในที่แห่งนี้เมื่อนานมาแล้ว

“ฉันอยู่นี่...” เสียงของครามดังขึ้นข้างกาย เขานอนขดตัวอยู่บนพื้นผิวที่สั่นไหว ใบหน้าของเขาซีดเผือดภายใต้แสงเรืองรองที่บิดเบี้ยว ดวงตาของเขาฉายแววตื่นตระหนกที่พยายามจะกดทับไว้ “ธารา... ที่นี่มันไม่ใช่แค่รอยแยกธรรมดา มันคือ... จุดที่ความจริงล่มสลายลงมาทับถมกัน”

ธาราพยุงตัวขึ้น ความรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในกำลังถูกบิดด้วยมือที่มองไม่เห็นทำให้เธอต้องกัดฟันกรอด เธอสังเกตเห็นว่ารอบตัวของพวกเขาไม่ได้มีเพียงความว่างเปล่า แต่มีเศษเสี้ยวของสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนวิหารโบราณ ผสมปนเปกับซากเครื่องจักรของพวก Inquisitors ที่ถูกบดขยี้จนแหลกเหลว และรากไม้ขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนกำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่ผิดเพี้ยน ทุกอย่างถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยสายใยสีเงินที่สั่นระริก

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ทำให้พื้นผิวที่พวกเขาเหยียบอยู่สั่นคลอน ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นอาการ ‘กระตุก’ ของมิติ

“พวกมันมาแล้ว” ครามกระซิบพลางคว้าอาวุธขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืด

จากเงามืดที่ขอบสายตา สิ่งแรกที่ปรากฏไม่ใช่ร่างของมนุษย์ แต่เป็นกลุ่มก้อนของความพร่ามัว The Echoes เริ่มปรากฏตัวขึ้น พวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน บางครั้งดูเหมือนเงาของพรานป่าที่กำลังวิ่งหนี บางครั้งดูเหมือนใบหน้าของคนที่เคยตายไปแล้วในป่าดงพญาเย็น แต่ละร่างมีลักษณะโปร่งแสงและเต็มไปด้วยความโหยหา พวกมันไม่ได้เดิน แต่พวกมัน ‘ไหล’ เข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่ขัดกับสายตา

“อย่าปล่อยให้พวกมันสัมผัสตัว!” ธาราตะโกนเตือน สัญชาตญาณของเธอร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง พลังในกายของเธอที่เคยเป็นจุดเชื่อมโยงกำลังทำหน้าที่เหมือนประภาคารท่ามกลางพายุ มันกำลังดึงดูดสิ่งเหล่านี้ให้เข้าหาตัวเธอราวกับแมลงเม่าที่พุ่งเข้าหาเปลวไฟ

เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่คราม มันคือเงาที่ดูคล้ายกับทหาร Inquisitor แต่ใบหน้ากลับว่างเปล่าและมีดวงตาเป็นหลุมลึกสีดำสนิท ทันทีที่มันสัมผัสกับแขนของคราม ผิวหนังของเขาดูเหมือนจะจางหายไปชั่วขณะ ราวกับถูกยางลบขนาดมหึมาลบเลือนตัวตนออกไปจากความจริง

“อัก!” ครามร้องด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามเหวี่ยงอาวุธเข้าใส่เงาร่างนั้น แต่สิ่งที่เขาฟันลงไปกลับผ่านทะลุความว่างเปล่าไปอย่างสูญเปล่า

ธาราหลับตาลง เธอไม่สามารถใช้สายตามองเห็นความจริงได้ในที่แห่งนี้ เธอต้อง ‘ฟัง’ เธอต้องฟังเสียงของความไม่สมบูรณ์แบบที่สั่นสะเทือนอยู่ในอากาศ เธอเริ่มรวบรวมสมาธิ พยายามดึงเอาเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เจ็บปวด ความผิดพลาด และความไม่แน่นอนในใจออกมา เธอไม่ได้พยายามสร้างกฎเกณฑ์ที่มั่นคงเหมือนที่ Warden ทำ แต่เธอพยายามสร้าง ‘ความโกลาหลที่ควบคุมได้’

เธอยื่นมือออกไปในอากาศ พลังงานสีหม่นที่ผสมผสานระหว่างสีเขียวของพฤกษาและสีดำของความว่างเปล่าไหลทะลักออกจากปลายนิ้ว เธอไม่ได้สร้างโล่ที่แข็งแกร่ง แต่เธอสร้าง ‘กระแสลมแห่งความผันผวน’ รอบตัวเธอและคราม เมื่อ The Echoes พุ่งเข้าใส่กระแสพลังนี้ พวกมันกลับสูญเสียทิศทาง ร่างที่เคยพุ่งตรงกลับบิดเบี้ยวและแตกกระจายออกเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ เพราะไม่สามารถนิยามจุดปะทะที่แน่นอนได้

“คราม! ใช้จังหวะที่พวกมันสับสนโจมตีที่แกนกลาง!” ธาราสั่ง

ครามไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่เงาร่างหนึ่งกำลังบิดเบี้ยวพุ่งเข้าหาเขา กระแทกพลังงานทั้งหมดลงไปในจุดที่เขารู้สึกได้ถึงแรงต้านทานเพียงน้อยนิด เสียงระเบิดของมิติที่ปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ส่งผลให้เศษเสี้ยวของความทรงจำรอบข้างแตกกระจายออกเหมือนกระจกที่ถูกทุบ

แต่ความสำเร็จนั้นสั้นนัก ทันทีที่เงาเหล่านั้นสลายไป แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าเดิมก็ดังมาจากเบื้องบน ท้องฟ้าที่บิดเบี้ยวเบื้องบนเริ่มปริแตกออก แสงสีขาวสว่างจ้าที่ดูสะอาดสะอ้านและเย็นเยียบสาดส่องลงมา มันไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงจากเทคโนโลยีควบคุมมิติของหน่วย Inquisitors

“เป้าหมายถูกระบุ พบความผิดปกติระดับวิกฤตในเขตมิติที่ 0-4” เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ดังสะท้อนไปทั่วรอยแยก “เริ่มกระบวนการจัดระเบียบพื้นที่ (Stabilization Protocol)”

เครื่องจักรขนาดมหึมาที่ดูเหมือนวงแหวนโลหะส่องสว่างเริ่มปรากฏขึ้นเหนือหัวของพวกเขา มันหมุนวนและแผ่รังสีสีฟ้าเย็นตาลงมา ทุกจุดที่แสงนั้นสัมผัส พื้นที่ที่เคยบิดเบี้ยวและโกลาหลจะถูก ‘แช่แข็ง’ ให้กลายเป็นระเบียบที่สมบูรณ์แบบ รากไม้ที่เต้นตุบๆ ถูกทำให้แข็งตัวเป็นแก้วที่ไร้ชีวิต พื้นที่ที่เคยมีความทรงจำที่ไหลเวียนถูกเปลี่ยนให้เป็นระนาบเรียบที่ว่างเปล่าและตายซาก

“พวกมันมาตามเราทันจนได้...” ครามกัดฟัน พยายามประคองตัวไม่ให้ถูกแสงสีฟ้านั้นสัมผัส “ถ้าแสงนั่นโดนตัวเรา เราจะถูก ‘จัดระเบียบ’ จนไม่เหลือแม้แต่ความคิด!”

ธารามองดูความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา การรุกรานของ The Echoes คือการพยายามขโมยตัวตน แต่การรุกรานของ Inquisitors คือการทำลายตัวตนด้วยการทำให้มัน ‘สมบูรณ์แบบ’ จนไม่มีที่ว่างให้สิ่งมีชีวิตได้หายใจ ทั้งสองฝ่ายกำลังบีบให้พวกเขาไม่มีทางเลือก

“เราต้องไปที่นั่น” ธาราชี้ไปที่จุดที่ลึกที่สุดของความบิดเบี้ยว ที่ซึ่งแสงสีฟ้าของ Inquisitors ยังไปไม่ถึง และเงาของ The Echoes ดูจะเบาบางลง ที่นั่นมีบางอย่างที่สั่นสะเทือนด้วยจังหวะที่แตกต่างออกไป—มันไม่ใช่ความว่างเปล่า และไม่ใช่ระเบียบ แต่มันคือ ‘แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์’ ที่เธอกำลังตามหา

ขณะที่พวกเขากำลังจะออกตัววิ่ง แผ่นดินที่พวกเขาเหยียบก็เริ่มแยกออกอีกครั้ง ไม่ใช่จากแรงดึงดูด แต่เป็นเพราะความพยายามของมิติที่จะ ‘คาย’ สิ่งแปลกปลอมออกไป ธาราและครามต้องกระโดดลงไปในรอยแยกใหม่ที่กำลังเปิดออก ท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องจักรจากเบื้องบน และเสียงกรีดร้องของเหล่า Echoes ที่กำลังสูญสลาย

ความมืดมิดเข้าครอบงำพวกเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป มันเป็นความมืดที่ให้ความรู้สึกถึงบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า... บางอย่างที่กำลังรอคอยการมาถึงของเธออยู่ในก้นบึ้งที่ลึกที่สุดของความจริงที่แตกสลายนี้

--- ธาราและครามติดอยู่ในรอยแยกมิติที่เต็มไปด้วยเศษเสี้ยวความทรงจำและถูกไล่ล่าโดยทั้ง The Echoes ที่ต้องการขโมยตัวตน และหน่วย Inquisitors ที่พยายามจัดระเบียบมิติให้กลายเป็นระเบียบที่ตายซาก ทั้งคู่ต้องตัดสินใจหนีลงสู่รอยแยกที่ลึกกว่าเพื่อมุ่งหน้าสู่แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์