← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 31免費

ตอนที่ 31 — เส้นทางผ่านม่านหมอกที่บิดเบี้ยว

เสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรควบคุมมิติจากหน่วย Inquisitors ดังระงมอยู่เบื้องหลัง ผสานกับเสียงกรีดร้องที่ไร้รูปทรงของ The Echoes ที่ดังแว่วมาจากรอยแยกของอากาศ ธาราพยายามประคองลมหายใจที่ติดขัด ทุกครั้งที่เธอสูดอากาศเข้าไป เธอรู้สึกเหมือนกำลังกลืนกินเศษแก้วที่แตกละเอียด—มันไม่ใช่แค่อากาศ แต่มันคือมวลสารของความจริงที่กำลังปริแตกและเปลี่ยนรูปไปตามกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งในป่าดงพญาเย็น

“อย่าหยุดเดิน!” ครามตะโกนก้อง เสียงของเขาดูเหมือนจะสั่นพร่าและซ้อนทับกันหลายมิติ ราวกับว่าตัวตนของเขากำลังถูกดึงให้กระจายออกไปในช่องว่างระหว่างวินาที “ถ้าเราหยุดตอนนี้ พวกมันจะตามทัน!”

ธาราไม่ได้ตอบ แต่ฝีเท้าของเธอยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างหนักหน่วง พื้นดินใต้เท้าไม่ใช่ดินที่นุ่มนวลอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือโครงสร้างของรากไม้ที่แข็งกระด้างและสลับกับเศษซากของมิติที่กลายเป็นหิน ผิวสัมผัสของมันเย็นเยียบและสั่นสะเทือนด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน เธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่พยายามจะกระชากขาของเธอให้จมลงไปในความว่างเปล่า ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้ระหว่างความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่กับแรงดึงดูดของความไม่มีตัวตน

เบื้องหน้าของพวกเขาคือ 'ม่านหมอกแห่งการลบเลือน' มันไม่ใช่หมอกที่เกิดจากไอน้ำ แต่เป็นกลุ่มก้อนของสีเทาที่ไร้ความลึก ลอยคว้างอยู่ระหว่างต้นไม้ขนาดยักษ์ที่บิดเบี้ยว ต้นไม้เหล่านั้นไม่ได้เติบโตขึ้นสู่ฟ้า แต่เลื้อยพันกันเป็นเกลียวคล้ายกับพยายามจะหนีจากแรงดึงดูดของบางสิ่ง ม่านหมอกนี้คืออาณาเขตที่หน่วย Inquisitors ใช้เครื่องกำเนิดสนามพลังเพื่อ 'จัดระเบียบ' พื้นที่ แต่มันกลับทำให้ความจริงในบริเวณนั้นกลายเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

“ทางซ้าย!” ธาราคำรามพร้อมกับกระชากแขนครามให้หลบไปทางซ้ายมือ ทันทีที่พ้นจากวิถีเดิม แสงเลเซอร์สีฟ้าจัดจากอุปกรณ์ของ Inquisitor ก็พุ่งตัดผ่านอากาศที่พวกเขาเพิ่งยืนอยู่ เสียงของมันไม่ได้ดังเหมือนปืน แต่มันดังเหมือนเสียงกระดาษที่ถูกฉีกขาดด้วยความเร็วสูง แสงนั้นไม่ได้แค่ทำลายวัตถุ แต่มันกำลัง 'ลบ' พื้นที่ตรงนั้นให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ

“พวกมันใกล้เข้ามามากแล้ว” ครามกระซิบ พลางชักดาบสั้นออกมาถือไว้มั่น แม้จะรู้ดีว่าอาวุธโลหะธรรมดาอาจทำอะไรเทคโนโลยีควบคุมมิติไม่ได้มากนัก แต่เขาก็ยังต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว “ธารา... พลังของเธอ... เธอไหวไหม?”

ธาราไม่ตอบ เธอหลับตาลงชั่วครู่เพื่อรับฟังเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน เสียงของใบไม้ที่กำลังกรีดร้อง เสียงของรากไม้ที่พยายามจะยึดเหนี่ยวกันไว้ และเสียงที่น่ากลัวที่สุด... เสียงกระซิบของ The Echoes ที่คอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ พวกมันไม่ได้มาเป็นรูปร่างชัดเจน แต่มันคือความรู้สึกโหยหาที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้ พวกมันต้องการ 'เศษเสี้ยว' ของเธอ ต้องการความทรงจำที่ทำให้เธอยังเป็นมนุษย์ เพื่อไปเติมเต็มความว่างเปล่าในตัวพวกมัน

“ฉันต้องมีสมาธิ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ถ้าฉันหลุดจากการนิยามตัวเองแม้แต่วินาทีเดียว... ฉันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน”

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป กลิ่นอายของโอโซนและโลหะที่เย็นเยียบจากเทคโนโลยีของ Inquisitors ปะทะเข้ากับกลิ่นสาบสางของความทรงจำที่เน่าเปื่อยจาก The Echoes ธาราและครามต้องวิ่งฝ่าเข้าไปในกลุ่มหมอกหนาทึบที่บิดเบี้ยว แสงสว่างในป่าเริ่มกะพริบถี่เหมือนหลอดไฟที่กำลังจะขาด พืชพรรณรอบตัวเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวชอุ่มเป็นสีเทาหม่น และกลับกลายเป็นสีแดงฉานในชั่วพริบตา

“นั่นมันอะไรน่ะ!” ครามชี้ไปข้างหน้า

ท่ามกลางหมอกที่บิดเบี้ยว ร่างเงาสีดำทะมึนหลายร่างเริ่มปรากฏขึ้น พวกมันไม่ได้เดิน แต่ 'ไหล' ไปตามพื้นดิน ร่างของพวกมันดูเหมือนมนุษย์ที่ถูกดึงจนยืดออก และใบหน้าของพวกมันไม่มีดวงตาหรือปาก มีเพียงหลุมลึกที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไปได้ The Echoes กลุ่มแรกกำลังเข้าประชิด

“อย่าให้พวกมันสัมผัสตัว!” ธาราเตือน พร้อมกับรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เธอพยายามใช้นิยามความจริงที่เธอมี สร้างอาณาเขตเล็กๆ รอบตัวเธอและคราม ให้เป็นพื้นที่ที่มี 'ความสม่ำเสมอ' แม้เพียงเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ความบิดเบี้ยวของมิติเข้ามากัดกินผิวหนังของพวกเขา

แต่การทำเช่นนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย ทุกครั้งที่เธอสร้าง 'ความจริง' ขึ้นมาในพื้นที่ที่กำลังพังทลาย เธอจะรู้สึกเหมือนถูกคีมเหล็กร้อนๆ บีบคั้นที่ขมับ ความทรงจำของเธอเริ่มพร่าเลือน ภาพของหมู่บ้านในวัยเด็ก ภาพของใบหน้าแม่ที่เริ่มจางหายไปราวกับถูกลบด้วยยางลบ เธอต้องกัดฟันแน่นจนเลือดซึมที่ริมฝีปาก เพื่อไม่ให้ความเจ็บปวดนั้นดึงสติของเธอไป

เปรี้ยง!

เสียงระเบิดของคลื่นพลังงานมิติดังขึ้นจากทิศทางที่พวกเขาจากมา ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของหุ่นยนต์ลาดตระเวนของ Inquisitors ที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านรอยแยกมิติเข้ามาอย่างเป็นระบบ พวกมันไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความโกลาหลเหมือน The Echoes แต่เคลื่อนที่ด้วยความแม่นยำที่น่าสยดสยอง ทุกย่างก้าวของพวกมันคือการบีบอัดพื้นที่ให้เล็กลงและจัดระเบียบให้เข้าที่

“เราถูกล้อมแล้ว” ครามกัดฟันพูด เขาเห็นแสงไฟจากโดรนตรวจจับมิติบินว่อนอยู่เหนือยอดไม้ที่บิดเบี้ยว “ทางข้างหน้าคือใจกลางความบิดเบี้ยว... ถ้าเราไปถึงที่นั่น เราอาจจะหาทางแก้ได้ แต่ถ้าเราพลาด... เราจะถูกขังอยู่ในวังวนนี้ตลอดไป”

“เราไม่มีทางเลือกอื่น คราม” ธารามองไปข้างหน้า เห็นแสงเรืองรองสีม่วงอ่อนที่สั่นไหวอยู่ไกลออกไป—มันคือแสงจาก Heart of the Grove ที่กำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด “เราต้องไปให้ถึงแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ ถ้าเราไม่สามารถรักษาสิ่งที่ 'ไม่สมบูรณ์' ไว้ได้ โลกนี้จะเหลือเพียงแค่เครื่องจักรที่ไร้ชีวิต”

ในขณะที่พวกเขากำลังจะตัดสินใจพุ่งตัวออกไป ร่างของ The Echoes ตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ครามอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้โจมตีด้วยอาวุธ แต่พยายามจะแทรกซึมเข้าไปในเงาของเขา ครามเหวี่ยงดาบออกไปอย่างแรง แต่มันกลับผ่านร่างนั้นไปเหมือนผ่านอากาศธาตุ

“ธารา! ช่วยด้วย!”

ธาราไม่รอช้า เธอโยนความกลัวทิ้งไปและระเบิดพลังนิยามความจริงออกมาในคราวเดียว เธอไม่ได้สร้างความจริงที่สมบูรณ์ แต่เธอสร้าง 'ความขัดแย้ง' เธอทำให้พื้นดินตรงหน้าที่ The Echoes กำลังเคลื่อนที่ผ่าน กลายเป็นของแข็งที่เปราะบางราวกับแก้ว และในวินาทีเดียวกัน เธอก็ทำให้แรงโน้มถ่วงตรงนั้นผกผัน

เพล้ง!

เสียงแก้วแตกดังสนั่น ร่างของ The Echoes ที่สัมผัสกับพื้นผิวที่บิดเบี้ยวถูกแรงกระชากมหาศาลฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ แต่นั่นก็แลกมาด้วยการที่ธาราล้มลงคุกเข่า ลมหายใจของเธอขาดห้วง หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก

“วิ่ง!” เธอตะโกนบอกคราม แม้ร่างกายจะแทบไม่ขยับ “อย่าหันกลับมามอง!”

ทั้งคู่พุ่งทะยานผ่านดงไม้ที่กำลังกรีดร้องและหมอกที่กำลังจะลบเลือนตัวตนของพวกเขา การเดินทางสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวไม่ใช่แค่การเดินทางผ่านพื้นที่ แต่มันคือการวิ่งผ่านเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่กำลังแตกสลาย โดยมีเงาแห่งความว่างเปล่าและแสงแห่งระเบียบที่ไร้ชีวิตไล่หลังมาอย่างไม่ลดละ

--- ธาราและครามต้องหลบหนีจากการไล่ล่าของ The Echoes ที่พยายามขโมยตัวตน และหน่วย Inquisitors ที่ใช้เทคโนโลยีควบคุมมิติ โดยมุ่งหน้าสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวเพื่อค้นหาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์