ตอนที่ 10 — ระบำแห่งความว่างเปล่าและแสงสุดท้าย
อากาศภายในโถงรากไม้ใต้ดินไม่ได้เป็นเพียงความว่างเปล่า แต่มันหนักอึ้งด้วยกลิ่นอายของความตายที่กำลังกัดกินชีวิต ธาราขบกรามแน่นจนปวดร้าว ความรู้สึกที่เธอได้รับจากป่าไม่ใช่แค่ความเจ็บปวด แต่มันคือความสับสนอลมานของจิตวิญญาณที่กำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ตรงหน้าของเธอ Warden ผู้พิทักษ์รากฐานที่เคยเป็นดั่งเสาหลักอันสงบนิ่ง บัดนี้กลายเป็นเพียงร่างยักษ์ที่สั่นเทิ้มด้วยความคลุ้มคลั่ง ผิวไม้ที่เคยเรียบเนียนและเปี่ยมด้วยมนตรากลับแตกร้าว เผยให้เห็นเส้นใยพลังงานสีม่วงเข้มที่ไหลเวียนอย่างบิดเบี้ยว ราวกับเลือดที่ติดเชื้อร้าย
"ธารา! ถอยออกมา!" เสียงของครามตะโกนฝ่าเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องจักรขุดเจาะ ชายหนุ่มกำลังพุ่งตัวผ่านซากรากไม้ที่ขยับเขยื้อนราวกับงูยักษ์ เขากระโดดหลบกรงเล็บไม้ที่ฟาดลงมาบนพื้นจนดินระเบิดกระจาย ในมือของเขามีอุปกรณ์บางอย่างที่พยายามจะแทรกแซงกระแสพลังงานของเครื่องจักรเหล็กกล้า
ธาราไม่ได้ขยับตามคำสั่ง เธอไม่ได้มองที่ Warden เพียงอย่างเดียว แต่มองลึกลงไปในรอยแยกมิติที่เครื่องจักรนั่นกำลังสร้างขึ้น มันไม่ใช่แค่รูโหว่ในอากาศ แต่มันคือแผลเป็นที่ไม่มีวันสมาน มันคือความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้ง แสงสีขาวซีดที่ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนกำลังไหลทะลักออกมาจากใจกลางเครื่องจักร ราวกับน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อนที่พังทลาย แต่นี่คือน้ำที่ไม่มีมวล ไม่มีอุณหภูมิ และไม่มีชีวิต มันกำลังกลืนกินทุกสิ่งที่สัมผัสให้หายไปในความไม่มีอยู่
"มันไม่ใช่แค่การขุดเจาะ คราม!" ธาราตะโกนกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่แท้จริง "พวกเขากำลังฉีกกระชากม่านระหว่างโลก! ถ้าประตูนี้เปิดออกสมบูรณ์... ป่าดงพญาเย็นจะไม่ใช่แค่ตาย แต่มันจะถูกลบหายไปจากความทรงจำของโลกนี้เลย!"
Warden ส่งเสียงร้องที่ฟังดูเหมือนเสียงไม้หักสะบั้นนับพันต้นพร้อมกัน ร่างยักษ์นั้นก้าวเข้าหาเครื่องจักรด้วยท่าทีที่ก้ำกึ่งระหว่างการจู่โจมและการอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ พลังงานสีม่วงที่บิดเบี้ยวพุ่งออกจากร่างของ Warden เข้าสู่หัวเจาะของเครื่องจักรโดยตรง สร้างวงจรที่น่าสยดสยอง เครื่องจักรดูดซับความคลุ้มคลั่งของพฤกษา แล้วคายออกมาเป็นความว่างเปล่าที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
ครามพุ่งเข้าหาแกนกลางของเครื่องจักร พยายามจะใช้ระเบิดพลังงานที่เขาเตรียมมาเพื่อหยุดยั้งวงจรนี้ "ฉันต้องหยุดมันตอนนี้! ถ้าไม่ทำ เครื่องจักรนี่จะกลายเป็นประตูที่เปิดทิ้งไว้ตลอดกาล!"
"อย่า!" ธาราพยายามจะเตือน แต่สายเกินไป ครามเหวี่ยงอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายเข้าใส่แกนหมุนของเครื่องจักร ทันทีที่สัมผัสกัน แรงระเบิดไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบของไฟหรือความร้อน แต่มันคือแรงกระแทกของความเงียบที่รุนแรงจนแก้วหูของธาราแทบแตกสลาย แสงสว่างจ้าจนตาพร่ามัวเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น
แรงระเบิดส่งร่างของครามกระเด็นไปกระแทกกับรากไม้ขนาดใหญ่ ธาราพยายามตะเกียกตะกายเข้าไปหาเขา แต่พื้นดินใต้เท้าเธอกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกมิติที่เคยเป็นเพียงรูเล็กๆ บัดนี้ขยายตัวออกเป็นปากทางขนาดมหึมาที่กำลังสูดเอาทุกสิ่งเข้าไป รากไม้ อสุรกายพฤกษา แม้แต่ตัว Warden เอง ก็กำลังถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นลากเข้าสู่ความว่างเปล่านั้น
"อึก..."
ธารารู้สึกถึงแรงดึงที่หน้าอก มันไม่ใช่แรงดึงทางกายภาพ แต่มันคือจิตวิญญาณของเธอที่กำลังถูกดึงออกไปจากร่าง เธอเห็นภาพนิมิตที่น่าสะพรึงกลัว—ภาพของป่าดงพญาเย็นที่กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านสีขาวที่ลอยล่องอยู่ในความว่างเปล่าที่ไร้ที่สิ้นสุด ต้นไม้ใหญ่ที่เคยสื่อสารกันผ่านรากไม้ บัดนี้ต่างพากันกรีดร้องอย่างเงียบงันในความมืดมิด
ทันใดนั้น แสงเรืองรองสีเขียวมรกตที่อ่อนแรงลงอย่างมากก็วาบขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าของเธอ มันคือเสียงกระซิบสุดท้ายของจิตวิญญาณป่าที่เหลืออยู่ มันไม่ใช่คำสั่งให้สู้ แต่มันคือคำอ้อนวอนให้ 'ยอมรับ'
"ยอมรับอะไร?" ธาราเค้นเสียงถามในใจ ขณะที่ร่างของเธอกำลังจะถูกกลืนหายไปในหลุมดำแห่งมิติ
เสียงนั้นตอบกลับมาในรูปแบบของความรู้สึก—ความรู้สึกของการสลายตัว การหลอมรวม และการกลับคืนสู่รากเหง้า ธาราตระหนักได้ในวินาทีแห่งความเป็นตายว่า การต่อสู้ด้วยกำลังหรืออาวุธไม่อาจหยุดยั้งความว่างเปล่านี้ได้ เพราะความว่างเปล่าไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือผลลัพธ์ของการสูญเสียสมดุลอย่างสิ้นเชิง
ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป ธาราเห็นครามที่พยายามยื่นมือมาหาเธอ ท่ามกลางพายุของเศษซากไม้และพลังงานที่บิดเบี้ยว และเธอก็เห็นบางสิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่า... ท่ามกลางความว่างเปล่าที่กำลังขยายตัวนั้น มี 'ดวงตา' นับพันคู่กำลังจ้องมองออกมาจากอีกฝั่งของมิติ
พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลาย... แต่พวกมันกำลังรอคอยที่จะเข้ามายึดครองสิ่งที่เหลืออยู่
--- ครามพยายามทำลายเครื่องจักรขุดเจาะแต่กลับทำให้มิติความว่างเปล่าขยายตัวรุนแรงขึ้น จนธาราและครามต้องเผชิญกับแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง และการปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับจากอีกฝั่งของมิติ