ตอนที่ 91 — กำแพงวารีที่พุ่งขึ้นจากก้นคลอง
“ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าเรือขนข้าวของพวกเราจะกลายเป็นแค่เศษไม้ลอยคออยู่ในบึงโคลน” รินกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้ผุ ๆ ในเรือนแพกลางน้ำ เสียงดังปังจนตะเกียงน้ำมันสั่นไหวนับเป็นจังหวะเดียวกับเสียงฟ้าร้องที่ดังแว่วมาจากเส้นขอบฟ้าเหนือเดลต้า
“ริน... ใจเย็นก่อน” คามินพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ผังโครงสร้างไม้ของเขื่อนที่เขากำลังขีดเขียนลงบนกระดาษแผ่นหนา “ถ้าเราปล่อยให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศตามแผนของนายหัวเดชา แรงดันมหาศาลจะกดทับเสาเข็มไม้สักทองจนหักโค่น ระบบค้ำยันที่เราเตรียมไว้รับมือไม่ไหวหรอกนะ”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างไม้ คามิน!” รินสวนกลับทันควัน สำเนียงใต้ของเธอเริ่มเข้มขึ้นตามอารมณ์ที่ขุ่นมัว “ถ้าเขาสร้างเขื่อนนี้ปิดกั้นคลองคำสาป น้ำที่ไหลย้อนกลับมาจะไม่มีที่ไป มันจะพัดเอาทั้งเรือนแพทั้งหมู่บ้านหายไปในคืนเดียว นายไม่เห็นหรือไงว่าพวกกลุ่มทุนมันจ้างคนมาคุมจุดยุทธศาสตร์น้ำไว้หมดแล้ว?”
รินกวาดสายตามองไปที่สมาชิกกลุ่มต่อต้านที่นั่งล้อมวงกันอยู่ ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด แสงไฟสลัวจากตะเกียงทำให้เห็นเงาที่ทอดทับบนพื้นกระดานเรือนแพดูน่ากลัวกว่าปกติ ความตึงเครียดในห้องนั้นหนักอึ้งเหมือนน้ำขึ้นสูงจนท่วมอก พวกเขากำลังสู้กับอิทธิพลที่มองไม่เห็นผ่านกระแสน้ำและอำนาจเงินของนายหัวเดชา
“เราต้องใช้กุญแจ...” รินพึมพำออกมาเบา ๆ จนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
“คุณหมายถึงเรื่องเล่าของพวกหมอผีริมน้ำน่ะเหรอ?” คามินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง “ริน เรื่องคำทำนายแห่งดวงดาวที่ว่าราชินีจะมาจุติเพื่อรวมโลก... มันเป็นแค่เรื่องเล่าขัดแย้งกับความเป็นจริงทางวิศวกรรมนะ เราจะเอาสิ่งที่ไม่มีหลักฐานมาสู้กับเขื่อนคอนกรีตไม่ได้”
“มันไม่ใช่เรื่องเล่าที่ไม่มีหลักฐาน แต่มันคือความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้ในสายน้ำต่างหาก” รินนึกถึงสัมผัสสุดท้ายจากสมุดบันทึกที่ว่างเปล่า หลังจากที่เถาว์สลายไปเพื่อเปิดทางให้เธอ แม้เสียงที่แสนอ่อนโยนของเขาจะหายไปแล้ว แต่ความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของธรรมชาติที่เขาทิ้งไว้ในตัวเธอยังคงชัดเจน “ฉันสัมผัสได้ ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในคลองคำสาป มันไม่ได้ต้องการแค่การเปิดทาง แต่มันต้องการ 'กุญแจ' เพื่อปลดปล่อยพลังปกป้อง”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของรองเท้าบูทหนังก็ดังขึ้นบนระเบียงเรือนแพ ตามมาด้วยเสียงตะโกนสั่งการที่ดุดัน
“ออกไปให้พ้นจากที่นี่! พวกแกไม่มีสิทธิ์มาขวางการก่อสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุน!” เสียงของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีเข้มดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟสปอร์ตไลท์จากเรือลาดตระเวนที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างเรือนแพ ทำเอาคนในกลุ่มต่อต้านต้องหยิบไม้พายและจอบขึ้นมาเตรียมพร้อม
“พวกมันมาแล้ว!” คามินรีบดึงแขนริน “เราต้องถอยออกไปก่อน ริน! อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม!”
“ถอยไม่ได้แล้วคามิน!” รินยืนขึ้นเต็มความสูง เธอก้าวไปที่กราบเรือแพ สายตามองตรงไปยังแสงไฟที่กำลังบีบเข้ามา “ในเมื่อเขาต้องการจะเปลี่ยนวิถีน้ำเพื่อกำไร พวกเขาก็ต้องรับรู้ว่าน้ำก็มีวิถีของมันเอง!”
รินไม่ได้วิ่งหนี เธอเดินตรงไปที่ริมขอบแพที่ยื่นออกไปเหนือผิวน้ำที่มืดมิด ลมมรสุมพัดกรรโชกแรงจนผ้าใบเรือสะบัดเสียงดังพึ่บพับ เธอหลับตาลง นึกถึงกระแสแปรปรวนใต้ผิวน้ำที่กำลังหมุนวน เธอไม่ได้มองหาความว่างเปล่า แต่เธอมองหา 'จังหวะ' ของมัน
“ถ้ากฎคือกระแสน้ำ ฉันจะเป็นคนคุมทิศทางมันเอง!” รินตะโกนก้อง ทันใดนั้น มือของเธอก็คว้าลงไปในอากาศ ราวกับกำลังหมุนกุญแจที่มองไม่เห็น
แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นใต้เรือนแพ มันไม่ใช่แรงสั่นจากการกระแทกของเรือ แต่เป็นแรงสั่นจากการเคลื่อนที่ของมวลน้ำมหาศาลที่อยู่ลึกลงไปใต้ก้นคลอง คามินรีบคว้าเสาไม้ไว้แน่นเพื่อไม่ให้ล้มลง พื้นไม้สะเทือนจนแก้วน้ำกระเด็นตกพื้นแตกกระจาย
“ริน! หยุดนะ! น้ำกำลังจะเปลี่ยนทิศ!” คามินตะโกนเตือนด้วยความตกใจ
แต่รินไม่หยุด เธอรวบรวมสมาธิทั้งหมด ส่งผ่านความมุ่งมั่นที่มีต่อแผ่นดินและสายน้ำผ่านปลายนิ้ว ทันใดนั้น ผิวน้ำที่เคยเรียบสนิทกลับเริ่มหมุนวนเป็นวังน้ำวนขนาดใหญ่ แสงสีครามเรืองรองใต้ผิวน้ำที่มืดมิดพุ่งทะยานขึ้นมาเหมือนอสรพิษยักษ์ที่กำลังตื่นจากการหลับใหล
เสียงคำรามของน้ำดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงปืนและเสียงตะโกนของพวกกลุ่มทุน มวลน้ำขนาดมหึมาพุ่งพรวดขึ้นจากก้นคลองคำสาป มันไม่ได้พุ่งมาทำลาย แต่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงน้ำที่สูงตระหง่านท่วมหัวคน กำแพงน้ำนั้นหนาทึบและแข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน แต่มันกลับเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลตามแรงขับเคลื่อนของธรรมชาติ
กำแพงน้ำสีครามพุ่งขึ้นมาปิดกั้นระหว่างเรือนแพของพวกเธอ กับเรือลาดตระเวนของกลุ่มทุนอย่างฉับพลัน มันตัดขาดเส้นทางเดินเรือที่พวกมันพยายามจะเข้ามายึดครองไปอย่างสิ้นเชิง แสงสว่างจากไฟสปอร์ตไลท์ถูกดูดหายไปในม่านน้ำที่หนาทึบนั้น เหลือเพียงความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่เบื้องหลังกำแพงน้ำมหึมา
รินทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้นไม้ เหงื่อไหลอาบแก้มจากการใช้พลังอย่างหนัก คามินรีบเข้ามาประคองเธอไว้ มองไปที่กำแพงน้ำที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ
“มัน... มันเกิดขึ้นจริง ๆ ด้วย” คามินพึมพำ
ที่ริมฝั่งไกลออกไป แสงไฟจากฐานก่อสร้างเขื่อนยังคงส่องสว่าง แต่ไม่มีใครสามารถข้ามผ่านม่านน้ำที่รินสร้างขึ้นมาได้อีกต่อไป สงครามระหว่างวิถีชุมชนและกลุ่มทุนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และกำแพงน้ำนี้คือประกาศิตที่บอกว่า... ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกเขา
--- รินตัดสินใจใช้พลังจากกุญแจที่สืบทอดผ่านความทรงจำของเถาว์ เพื่อสร้างกำแพงน้ำมหาศาลขึ้นมาปิดกั้นการรุกรานของกลุ่มทุนที่พยายามจะเข้ามาควบคุมคลองคำสาป