← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 90ฟรี

ตอนที่ 90 — การเปิดทางน้ำแห่งคลองคำสาป

“ประคองพวงมาลัยไว้ให้มั่น! อย่าให้กระแสน้ำตวัดหัวเรือเราหัก!” รินตะโกนกร้าว ฝ่าเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้ากับกราบเรือไม้สักทองลำใหม่จนเสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด มือที่กร้านจากการทำงานหนักบีบด้ามพวงมาลัยจนเส้นเลือดปูดโปน กลิ่นดินโคลนและน้ำเค็มอบอวลจนสำลัก รินหันไปมองคามินที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับคันบังคับกลไกเรือ “คามิน! ไม้โครงสร้างส่วนท้ายยังไหวไหม? ถ้าเรือเราหลุดออกจากร่องน้ำนี้ เราจะกลายเป็นอาหารปลาน้ำจืดทันที!”

คามินเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำมันและหยดเหงื่อ เขาพยายามรักษาเสียงให้ราบเรียบที่สุด “โครงสร้างไม้โอ๊กเสริมเหล็กยังรับแรงดันได้ครับริน แต่ถ้าลมมรสุมเปลี่ยนทิศกะทันหัน กลไกหางเสืออาจจะทำงานไม่ทันตามรอบน้ำขึ้นน้ำลง” เขาพูดพลางปรับคานไม้ที่สั่นไหวตามแรงกระแทกของคลื่น “เราเข้าใกล้ปากคลองคำสาปแล้ว เห็นแนวโขดหินนั่นไหมครับ?”

รินมองตามนิ้วของเขา ท่ามกลางม่านฝนและละอองน้ำที่สาดกระเซ็น เธอเห็นเงาตะคุ่มของแนวป่าโกงกางที่ดูเหมือนเขี้ยวสัตว์ร้ายซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำที่ขุ่นมัว มันคือทางลัดที่ไม่มีในแผนที่การค้าของพวกพ่อค้าต่างถิ่น แต่มันคือทางรอดเดียวที่จะทำให้ชุมชนเรือนแพรอดพ้นจากการถูกบีบด้วยสิทธิ์การถือครองลำคลองสายหลัก รินก้มลงมองสมุดบันทึกที่เปียกชื้นในมือ เธอรู้ดีว่าข้อมูลในนี้คือสิ่งสุดท้ายที่เถาว์ทิ้งไว้ให้ และเมื่อใช้มันนำทางผ่านช่องแคบนี้ ความทรงจำและวิญญาณของเขาจะสลายไปเพื่อเปิดทางน้ำให้แก่คนรุ่นหลัง “ลาก่อนนะเถาว์...” เธอกระซิบเบา ๆ ก่อนจะหมุนหางเสือเข้าสู่ความมืดมิดของคลองคำสาป

เสียงเครื่องยนต์และเสียงฝีพายที่รัวกระหน่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่คลื่นลม แต่เป็นกองเรือลาดตระเวนของกลุ่มทุน นายหัวเดชาส่งเรือสำเภาขนาดใหญ่สามลำเข้าปิดล้อมทางออกปากคลองทันที แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันบนเรือสำเภาส่องสว่างวาบจนมองเห็นเงาของเหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ถือหอกและปืนไฟ

“หยุดเรือเดี๋ยวนี้! ริน! เธอไม่มีสิทธิ์ล่องเรือผ่านเส้นทางที่ยังไม่ได้จดทะเบียนทางการค้า!” เสียงของนายหัวเดชาดังผ่านลำโพงไม้แกะสลักที่ส่งเสียงก้องกังวานข่มขวัญ “การเปิดคลองนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดกฎแห่งกระแสน้ำและกระทบต่อผลประโยชน์ของเดลต้า! ส่งเรือและสินค้าทั้งหมดมาให้เรา แล้วเราจะพิจารณาไม่เอาความ!”

รินกระตุกยิ้มที่มุมปาก เธอไม่ได้มีความกลัวอยู่ในสายตา มีเพียงความดุดันของชาวเรือที่เผชิญหน้ากับมรสุมมาทั้งชีวิต “นายหัว! หยุดเพ้อเจ้อเรื่องสิทธิ์การค้าเสียที! รู้ไหมว่าที่นี่มันคือคลองคำสาป ไม่ใช่คลองส่งน้ำของพวกคุณ! ถ้าคุณพยายามจะปิดกั้นทางน้ำนี้ด้วยกองเรือโสโครกของคุณ คุณกำลังเล่นกับความตาย!”

“ความตายงั้นหรือ?” นายหัวเดชาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนผู้มีเมตตาแต่แฝงด้วยคำสั่งประหาร “กฎคือกฎ หากทางน้ำนี้ถูกเปิดขึ้นโดยไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ มันจะกลายเป็นช่องทางที่คุมไม่ได้ และฉันจะไม่ยอมให้เกิดความวุ่นวายในเขตการค้าของฉันเด็ดขาด”

“คุณไม่เข้าใจเรื่องสมดุลน้ำเลยสักนิด!” รินตะโกนกลับพลางชี้ไปที่แผนผังน้ำที่เธอกางออกบนโต๊ะไม้ “ดูนี่! ข้อมูลที่ฉันเพิ่งพบในบันทึกของเถาว์ คลองคำสาปไม่ใช่แค่ทางลัด แต่มันคือ 'วาล์วระบายน้ำธรรมชาติ' ของที่ราบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำนี้! กระแสน้ำที่นี่ทำงานสัมพันธ์กับระดับน้ำในคลองสายหลัก ถ้าคุณส่งเรือมาปิดกั้นทางออกแบบนี้ แรงดันน้ำจะสะสมที่ปากคลองและดันกลับขึ้นไปทางต้นน้ำ!”

คามินรีบเสริมข้อมูลด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความตื่นเต้น “ใช่ครับนายหัว! ตามหลักกลไกของกระแสน้ำ หากคุณปิดทางออกนี้ น้ำจะเกิดภาวะ Backwater หรือน้ำหนุนย้อนกลับอย่างรุนแรง มันจะทำให้น้ำในระบบคลองหลักล้นตลิ่ง และด้วยความที่ชุมชนเรือนแพตั้งอยู่บนทางน้ำไหลผ่าน น้ำจะท่วมเดลต้าทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง! คุณไม่ได้แค่ปิดเส้นทางเดินเรือ แต่คุณกำลังปิดประตูน้ำที่คอยระบายน้ำออกจากแผ่นดินนี้!”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคลื่นที่กระทบกราบเรือ นายหัวเดชานิ่งไป แสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบใบหน้าเหี้ยมเกรียมของเขาที่เริ่มฉายแววกังวล เขาพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ “นั่นมันแค่ทฤษฎี... ทฤษฎีที่ถูกเขียนโดยพวกหมอผีริมน้ำที่บ้าคลั่งคำทำนายแห่งดวงดาว... การที่ราชินีจะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่งไม่ได้หมายความว่าน้ำจะท่วมโลก!”

“มันไม่ใช่เรื่องคำทำนาย แต่มันคือฟิสิกส์ของน้ำ!” รินย้ำ เสียงของเธอดังแข่งกับลม “ถ้าคุณไม่ถอยเรือออกไปเดี๋ยวนี้ แรงดันน้ำจะทำลายโครงสร้างไม้ของเรือสำเภาคุณ และเมื่อน้ำท่วมเดลต้า พื้นที่ค้าขายที่คุณเพิ่งสร้างมาทั้งหมดจะกลายเป็นเลนตม! คุณจะเลือกอำนาจในการผูกขาดบนพื้นที่ที่จมอยู่ใต้น้ำ หรือจะยอมรับคลองนี้เป็นเส้นทางสาธารณะ?”

นายหัวเดชามองดูระดับน้ำที่เริ่มขุ่นและสูงขึ้นอย่างผิดปกติรอบ ๆ เรือของเขา เขาเห็นร่องรอยของความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นจริง น้ำเริ่มหมุนวนรอบหางเสือเรือสำเภาอย่างรุนแรงตามแรงดันที่เพิ่มขึ้น ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มพังทลายลงเมื่อเขาตระหนักว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้... ธรรมชาติ

“ตกลง...” นายหัวเดชาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามคุมให้ดูเด็ดขาด “เราจะประกาศให้คลองคำสาปเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภายใต้การดูแลของสภาพ่อค้า... แต่มีข้อแม้ คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้ทางน้ำให้เราในอัตราที่สูงที่สุด เพื่อเป็นค่าความเสี่ยงในการจัดการทางน้ำนี้!”

รินแค่นหัวเราะ “ค่าธรรมเนียม? ฉันจะให้คุณก็ได้ แต่ต้องเป็นสิทธิ์ในการใช้ทางน้ำแบบร่วมกัน ไม่ใช่การผูกขาด! และคุณต้องยอมให้ชุมชนเรือนแพมีสิทธิ์ในการจัดการระบบระบายน้ำในพื้นที่นี้ด้วย! นี่คือข้อเสนอเดียวที่ฉันจะให้ เพื่อให้เดลต้าไม่จมน้ำตายเพราะความโลภของคุณ!”

นายหัวเดชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ “ตกลง... เราจะทำสัญญาการค้าใหม่ คลองคำสาปจะเป็นเส้นทางพาณิชย์... แต่จำไว้เถอะริน ครั้งหน้าฉันจะไม่ยอมแพ้เพราะเรื่องน้ำท่วมแน่ ๆ”

เรือสำเภาค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากแนวกั้นทางน้ำ รินถอนหายใจยาว พิงหลังกับขอบเรือที่เปียกชื้น เธอหันไปมองสมุดบันทึกที่ว่างเปล่าในมือ ความอบอุ่นที่เคยสัมผัสได้จากตัวอักษรของเถาว์จางหายไปสิ้น เหลือเพียงความจริงที่โหดร้ายว่าโลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำทำนาย แต่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและการต่อรองที่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียเสมอ

“เราทำได้แล้ว คามิน” รินกล่าวพลางมองไปยังแสงไฟของชุมชนเรือนแพที่อยู่ลิบ ๆ

“ใช่ครับ... แต่เราเพิ่งเริ่มสงครามเศรษฐกิจที่แท้จริงเท่านั้น” คามินตอบพลางเริ่มเก็บอุปกรณ์ไม้ที่เสียหาย

ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากชุมชนริมน้ำก็ดังขึ้นรัว ๆ พร้อมกับแสงไฟวับวาบจากหอสังเกตการณ์ทางทิศเหนือ รินขมวดคิ้ว “นั่นมันอะไร? เราเพิ่งจะจบเรื่องน้ำท่วมไปไม่ใช่หรือ?”

เธอมองออกไปในความมืด เห็นเงาของกองเรือขนาดใหญ่กว่าเดิม กำลังมุ่งหน้ามาจากทิศตะวันออก พร้อมกับธงสัญลักษณ์ของกลุ่มทุนต่างถิ่นกลุ่มใหม่ที่ไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อทำลายล้าง

--- รินและคามินใช้ข้อมูลลับจากบันทึกของเถาว์เพื่อเปิดเผยความจริงว่าการปิดคลองคำสาปจะทำให้น้ำท่วมทั้งเดลต้า จนทำให้นายหัวเดชาต้องยอมจำนนและเปลี่ยนคลองนี้เป็นเส้นทางพาณิชย์ แต่ทว่าภัยคุกคามใหม่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขา