← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 18ฟรี

ตอนที่ 18 — ชายปริศนาและรอยแยกแห่งความจริง

ความเงียบที่ตามมาหลังจากการระเบิดของแสงสีฟ้าไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่มันคือความเงียบที่อื้ออึงอยู่ในโสตประสาท รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอไม่ได้ประกอบขึ้นจากเนื้อหนังอีกต่อไป แต่มันคือละอองน้ำที่กำลังพยายามรวมตัวกันเป็นรูปร่างท่ามกลางแรงดึงดูดมหาศาล เธอพยายามลืมตาขึ้นช้าๆ เปลือกตาของเธอหนักอึ้งและเย็นจัดราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำแข็ง

ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น แต่มันไม่ใช่ภาพที่เธอคุ้นเคย โลกที่เธอเคยรู้จัก—ตลาดน้ำที่วุ่นวาย เรือนแพที่อบอุ่น หรือแม้แต่ความมืดมิดของป่าโกงกาง—ล้วนถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยประกายแสงสีครามระยิบระยับ ราวกับเธอกำลังลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวที่ทำจากหยดน้ำ มันคือมิติที่อยู่เหนือความเข้าใจของนักเดินเรือคนใดในเดลต้า

“ริน... ริน! ได้ยินฉันไหม!” เสียงของคามินดังแว่วมา มันฟังดูไกลห่างและบิดเบี้ยวเหมือนเสียงที่ลอดผ่านผิวน้ำ รินหันไปตามเสียงและพบเขานั่งอยู่บนซากเรือที่ยังพอรักษาทรงไว้ได้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบัง เขาดูเหมือนคนที่เพิ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์วันสิ้นโลก

“ฉัน... ฉันยังอยู่” รินพยายามเค้นเสียงออกมา แต่มันกลับกลายเป็นเสียงกระซิบที่สั่นพร่า เธอสังเกตเห็นว่ามือของเธอยังคงถือสมุดบันทึกของปู่ไว้แน่น และที่น่าแปลกคือ แสงสีฟ้าจากสมุดไม่ได้เพียงแค่เรืองแสง แต่มันกำลัง 'หายใจ' ไปพร้อมกับเธอ จังหวะการกะพริบของแสงสอดคล้องกับชีพจรที่เต้นรัวอยู่ในอก

แต่สิ่งที่ทำให้ความหวาดกลัวของเธอพุ่งขึ้นถึงขีดสุดไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เหนือธรรมชาติ แต่มันคือเงาร่างที่ยืนเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุแสงเบื้องหน้า

ชายผู้นั้นไม่ได้สวมชุดเครื่องแบบคนงานของนายหัวเดชา และไม่ได้สวมชุดชาวเรือธรรมดา เขาอยู่ในชุดผ้าไหมสีเข้มที่ดูประณีตและเก่าแก่จนยากจะระบุยุคสมัย ท่ามกลางความโกลาหลของพลังงานที่กำลังหมุนวน เขายืนอยู่อย่างสงบนิ่งราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของพายุ สายตาของเขาที่จ้องมองตรงมายังรินนั้นไม่ใช่สายตาของศัตรูที่ต้องการทำลาย แต่เป็นสายตาของผู้ที่เฝ้ามองการบรรลุนิติภาวะของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

และที่สำคัญที่สุด... ในมือของเขา เขาถือแผนที่แผ่นหนึ่ง

มันไม่ใช่แผนที่ทางการของราชสำนัก แต่มันคือแผนที่ที่มีรอยพับและรอยขาดในตำแหน่งเดียวกับแผนที่ของปู่เถาว์อย่างน่าประหลาด รอยเส้นทางที่ถูกวาดด้วยหมึกสีซีดจางบนแผ่นกระดาษนั้นกำลังขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต สอดประสานไปกับกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในมิตินี้

“คุณเป็นใคร?” รินตะโกนถาม เสียงของเธอเริ่มมีความมั่นคงขึ้นเมื่อความโกรธแค้นเริ่มเข้าแทนที่ความกลัว “คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง? แล้วแผนที่นั่น... ทำไมมันถึงเหมือนของปู่ฉัน!”

ชายปริศนาไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่ขยับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับที่หนักอึ้งเกินกว่าที่เด็กสาววัยยี่สิบจะแบกรับได้ เขาค่อยๆ ยกแผนที่ขึ้นมาในระดับสายตา ราวกับจะแสดงให้เธอเห็นว่าเขากำลังมองดู 'ความจริง' อย่างเดียวกัน

“ความจริงที่ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์... ความจริงที่พวกเขากำลังพยายามจะขุดทำลายด้วยฟันเฟืองและเหล็กกล้า” เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่มันกังวานอยู่ในหัวของรินโดยตรง เหมือนเสียงที่สะท้อนมาจากก้นบึ้งของมหาสมุทร “เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม ริน... เจ้าเห็นแล้วว่าสิ่งที่นายหัวเดชาเรียกว่า 'อำนาจ' แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงความพยายามอันน่าเวทนาที่จะควบคุมสิ่งที่ไม่มีวันถูกควบคุมได้”

“อย่าไปฟังเขา!” คามินตะโกนขึ้น เขาพยายามจะลุกขึ้นจากซากเรือแต่กลับเซถลาเนื่องจากแรงดึงดูดที่ผันผวน “ริน! เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ ก่อนที่เครื่องจักรของพวกนายหัวจะทำลายมิตินี้จนพังพินาศ!”

ทันใดนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แรงสั่นจากน้ำ แต่มันคือแรงกระแทกจากโลกภายนอก ท่อเหล็กของนายหัวเดชาที่พยายามจะเจาะทะลวงเข้ามาในหัวใจของน้ำ กำลังสร้างรอยแยกขนาดใหญ่ในมิตินี้ แสงสีฟ้าที่เคยนุ่มนวลเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานสลับกับสีครามเข้ม ราวกับว่าสวรรค์และนรกกำลังปะทะกันผ่านรอยแยกของกาลเวลา

“พวกมันกำลังจะทำลายสมดุล!” รินร้องตะโกน เธอเห็นเงาดำของเครื่องจักรขนาดมหึมาเริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าของมิติแสง มันดูเหมือนสัตว์ร้ายเหล็กกล้าที่กำลังพยายามจะงับกินความว่างเปล่านี้เข้าไป

ชายปริศนาหันมามองรินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเริ่มเลือนหายไปในกระแสแสง “จงจำไว้... แผนที่ไม่ได้บอกทางไปสู่คลองที่หายไป แต่มันบอกทางไปสู่ 'ผู้ที่รักษาคลอง' เจ้าไม่ได้กำลังตามหาตำนาน แต่เจ้ากำลังตามหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเอง”

“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!” รินพยายามเอื้อมมือออกไปหาเขา แต่ร่างของเขากลับสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าหายไปในอากาศ

โครม!!!

เสียงระเบิดจากโลกภายนัดแนะกันดังสนั่น รอยแยกที่ชายปริศนาทิ้งไว้เริ่มขยายตัวและดูดกลืนทุกอย่างเข้าไป รินรู้สึกว่าร่างของเธอกำลังถูกกระชากกลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างรุนแรง เธอเห็นคามินกำลังถูกแรงลมมหาศาลพัดหายไปในความมืด เธอเห็นแสงสีแดงจากเครื่องจักรของนายหัวเดชาที่กำลังกลืนกินแสงสีฟ้าของหัวใจน้ำ

ในวินาทีที่สติของเธอกำลังจะดับวูบลงอีกครั้ง รินไม่ได้รู้สึกถึงความตาย แต่เธอรู้สึกถึง 'ความตื่นรู้' เธอสัมผัสได้ถึงเส้นใยของน้ำนับล้านสายที่เชื่อมต่อกันอยู่ทั่วเดลต้า และเธอก็รู้ในวินาทีนั้นเองว่า การต่อสู้เพื่อปกป้องลำน้ำไม่ได้จบลงที่การหยุดยั้งท่อเหล็ก แต่มันคือการต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่กุมความลับของแผนที่ และความจริงที่ว่า... คลองที่หายไปอาจไม่ได้หายไปไหน แต่มันรอคอยผู้สืบทอดที่คู่ควรมาปลุกมันขึ้นมาต่างหาก

ร่างของรินถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับความมืดมิดที่เย็นเยียบ และเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนจะหมดสติไป คือเสียงโลหะที่กำลังบดขยี้หิน และเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของนายหัวเดชาที่ดังใกล้เข้ามาทุกที

--- รินและคามินเผชิญหน้ากับชายปริศนาที่ถือแผนที่แบบเดียวกับปู่ในมิติแห่งแสง ก่อนที่มิติจะเริ่มพังทลายจากการรุกรานของเครื่องจักรนายหัวเดชา รินถูกกระชากกลับสู่โลกความเป็นจริงพร้อมกับความตื่นรู้ถึงพลังที่เชื่อมโยงเธอกับสายน้ำ