← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 17ฟรี

ตอนที่ 17 — เสียงคำรามจากความว่างเปล่า

ความเงียบงันที่ตามมาหลังจากแสงสว่างจ้าดับวูบลงนั้น ไม่ใช่ความเงียบแบบที่รินเคยรู้จัก มันไม่ใช่ความสงบยามค่ำคืนของเดลต้า หรือความนิ่งสนิทของน้ำในคลองที่ไร้ลมพัด แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้ง ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากปอดจนหมดสิ้น รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู่ในสุญญากาศที่ไร้ทิศทาง ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกเมื่อครู่ยังคงเต้นตุบอยู่ในขมับ แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้ว มันคือความอบอุ่นที่เย็นเยียบ พลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเธอ ราวกับว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำที่กำลังเต้นเร้าอยู่รอบกาย

“ริน... ริน! ได้ยินฉันไหม!” เสียงของคามินดังขึ้นอย่างแผ่วเบาและสั่นเครือ มันฟังดูไกลออกไปเหมือนดังมาจากก้นบึ้งของบ่อน้ำลึก รินพยายามจะลืมตา เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความมืด เมื่อเธอฝืนลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่แสงสีฟ้าของกลไกโบราณ หรือความพินาศของโถงใต้ดิน แต่เป็นความมืดมิดที่มี 'แสงเรืองรอง' แทรกซึมอยู่

มันไม่ใช่ความมืดสนิท แต่มันคือความมืดที่มีชีวิต แสงสีฟ้าจางๆ วูบไหวไปมาตามจังหวะการหายใจของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ รินพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นผิวที่ดูเหมือนจะเป็นผิวน้ำ แต่มันนิ่งสนิทและแข็งแกร่งพอจะรองรับน้ำหนักตัวของเธอได้ เรือของเธอและคามินหายไปแล้ว เหลือเพียงเศษไม้กระจัดกระจายและกลิ่นอายของดินเลนที่ผสมกับกลิ่นดอกมะลิที่รุนแรงจนน่าเวียนหัว

“คามิน...” รินเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เธอพยายามยันกายขึ้น แต่ความรู้สึกสั่นสะเทือนใต้พื้นผิวทำให้เธอเสียหลักล้มลงไปอีกครั้ง

“ฉันอยู่นี่... ฉันอยู่นี่ริน” คามินขยับตัวออกมาจากเงามืดข้างๆ เธอ ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและรอยเลือดจางๆ แว่นตาของเขาแตกละเอียดเหลือเพียงข้างเดียว แต่นัยน์ตาของเขากลับเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่มากกว่าครั้งไหนๆ “เราอยู่ที่ไหน... นี่มันไม่ใช่โลกที่เราเคยรู้จักแล้วใช่ไหม?”

รินไม่ได้ตอบ เธอพยายามมองไปรอบๆ และนั่นเองที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลงอีกครั้ง

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาไม่ใช่ห้องโถงใต้ดินที่พังทลาย แต่มันคือ 'พื้นที่ว่าง' ที่กว้างขวางจนหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ มันเหมือนกับว่าพวกเขาถูกผลักเข้ามาในรอยแยกของมิติ ที่ซึ่งกฎเกณฑ์ของโลก Alcoron ด้านบนใช้ไม่ได้ผล ที่นี่ไม่มีเพดาน ไม่มีพื้นดินที่แท้จริง มีเพียงสายน้ำสีฟ้าที่ไหลวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมาลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ราวกับมีแม่น้ำสายใหญ่ไหลอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวที่มองไม่เห็น

และที่ใจกลางของความเวิ้งว้างนั้น... สิ่งที่ทำให้รินต้องหยุดหายใจก็ปรากฏขึ้น

มันไม่ใช่ฟันเฟืองหิน หรือเครื่องจักรของนายหัวเดชา แต่มันคือ 'สิ่งนั้น' สิ่งที่เสียงกระซิบเรียกหาว่าหัวใจของน้ำ ร่างมหึมาที่ดูเหมือนจะก่อตัวขึ้นจากน้ำและแสงสว่าง รูปร่างของมันไม่ชัดเจน มันเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะการไหลเวียนของกระแสน้ำ บ้างดูเหมือนมังกรน้ำที่ขดตัว บ้างดูเหมือนป่าโกงกางที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันมีดวงตา... ดวงตาขนาดมหึมาที่ส่องประกายสีฟ้าครามดุจดวงดาวนับล้านดวง จ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยความเมตตาที่น่าสะพรึงกลัว

“มัน... มันคือสิ่งที่ปู่พูดถึง...” รินพึมพำ น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความจริงที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าใจจะรับไหว “คลองที่หายไป... ไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือ แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อโลกใบนี้ไว้กับหัวใจของมัน”

ทันใดนั้น เสียงคำรามที่เธอได้ยินก่อนจะหมดสติก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ดังผ่านหู มันดังผ่าน 'ความรู้สึก' มันคือเสียงสะท้อนของความโกรธแค้นที่ยังหลงเหลืออยู่จากการถูกรบกวนโดยเครื่องจักรของนายหัวเดชา

‘...ผู้สืบทอด... เจ้าเห็นความจริงหรือยัง...’

เสียงนั้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงกระซิบ แต่มันคือคลื่นพลังงานที่กระแทกเข้าใส่ร่างของทั้งสอง รินรู้สึกได้ถึงความทรงจำนับพันปีที่ไหลบ่าเข้ามาในหัว ภาพของเดลต้าในยุคบรรพกาลที่น้ำใสสะอาดดุจแก้ว ภาพของชุมชนเรือนแพที่อยู่ร่วมกับสายน้ำอย่างสันติ และภาพของความโลภที่ค่อยๆ กัดกินสมดุลจนนำมาสู่การสร้างเครื่องจักรเหล่านั้น

“ริน! ดูนั่น!” คามินตะโกนชี้ไปที่ขอบของพื้นที่ว่าง

ที่เส้นขอบของมิตินี้ รินเห็นเงาดำทะมึนที่กำลังพยายามแทรกซึมเข้ามา มันคือเครื่องจักรและท่อเหล็กของนายหัวเดชาที่ดูเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังพยายามจะกัดกินพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ แสงสีแดงฉานจากเครื่องยนต์กลไฟและควันดำจากเตาเผาของพวกคนงานกำลังพยายามจะบุกรุกเข้ามาในโลกแห่งแสงนี้

“พวกเขาไม่หยุด...” รินกัดฟันแน่น ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในอก “พวกเขาจะทำลายแม้กระทั่งความจริงที่อยู่ลึกที่สุด”

รินก้มลงมองมือของตัวเอง เธอพบว่ามีแสงสีฟ้าจางๆ ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของเธอ มันเชื่อมโยงกับสมุดบันทึกของปู่ที่ตอนนี้ลอยอยู่ข้างกาย สมุดเล่มนั้นไม่ได้เป็นเพียงกระดาษอีกต่อไป แต่มันกำลังส่องแสงนำทาง ราวกับมันเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเธอ

“คามิน เราต้องทำอะไรสักอย่าง” รินหันไปมองคามิน ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีฟ้าประกายวับ “เราไม่ได้แค่ต้องปกป้องเดลต้า แต่เราต้องปกป้อง 'หัวใจ' นี้ไม่ให้ถูกความโลภกลืนกิน

“แต่เราจะทำยังไง? เรามีแค่ไม้พายหักๆ กับเศษไม้!” คามินถามด้วยความสิ้นหวัง

รินไม่ตอบ เธอเดินตรงไปยังกระแสน้ำที่ไหลวนอยู่เบื้องหน้า เธอไม่รู้สึกถึงความกลัวจากการจมน้ำอีกต่อไป เพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าน้ำคือส่วนหนึ่งของเธอ เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับกระแสพลังงานสีฟ้านั้น

ซ่า...

ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับน้ำ แสงสว่างมหาศาลก็ระเบิดออกอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มืดมิด แต่มันคือการเริ่มต้นของการปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างธรรมชาติที่ตื่นขึ้นกับเทคโนโลยีที่บ้าคลั่ง รินเห็นภาพตัวเองกำลังควบคุมกระแสน้ำ พลิกผันทิศทางของพลังงานเพื่อสร้างกำแพงน้ำขึ้นมาปกป้องสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง

แต่ท่ามกลางแสงสว่างนั้น รินสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า สิ่งนั้นไม่ใช่เครื่องจักรของนายหัวเดชา และไม่ใช่พลังงานของหัวใจน้ำ แต่มันคือเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ชายที่ดูเหมือนจะไม่ได้มาจากทั้งสองฝั่ง แต่เขากำลังถือแผนที่ฉบับเดียวกับที่ปู่ของเธอเคยมี และเขากำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ลึกลับ...

“นายหัวเดชา... หรือว่าจะเป็นคนอื่นกันแน่?” รินพึมพำกับตัวเอง ขณะที่แรงดันน้ำมหาศาลเริ่มฉุดกระชากเธอให้กลับสู่ความจริงที่กำลังจะพังทลายลงอีกครั้ง

--- รินและคามินหลุดเข้าไปในมิติแห่งแสงสีฟ้าที่เป็น 'หัวใจของน้ำ' และได้เผชิญหน้ากับตัวตนโบราณที่ตื่นขึ้น ท่ามกลางการคุกคามของเครื่องจักรนายหัวเดชา รินเริ่มค้นพบพลังที่เชื่อมโยงเธอกับสายน้ำ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายปริศนาที่ถือแผนที่เล่มเดียวกับปู่ของเธอ