ตอนที่ 169 — คลื่นแสงใต้ผืนน้ำ
คามินก้มหน้ามองแผงวงจรที่ต่อสายกันยุ่งเหยิงบนพื้นเรือ แสงตะเกียงน้ำมันกะพริบสะท้อนบนหยดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามขมับ เขาขมวดคิ้ว พลางหมุนตัวปรับมุมมอง พยายามมองหาจุดที่ผิดพลาด ระบบผลิตพลังงานจากคลื่นที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทเวลาและแรงกายสร้างขึ้นมาจนใกล้จะสำเร็จ ควรจะเริ่มทำงานได้แล้วตามที่คำนวณไว้ แต่ตอนนี้มันยังคงนิ่งสนิท ราวกับว่าสายน้ำเบื้องล่างไม่เคยเคลื่อนไหว
“ผิดตรงไหนกันนะ…” เสียงบ่นพึมพำออกมาเบาๆ เขาหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูรอยต่อสายทองแดงแต่ละจุดอีกครั้ง ลายมือของเถาว์ที่จารึกไว้ในบันทึกเล่าขานถึงหลักการของธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ชี้ว่าการจะจับพลังของกระแสน้ำมาใช้ได้นั้น ต้องเข้าใจจังหวะการเคลื่อนไหวของมันเสียก่อน ไม่ใช่แค่การสร้างกลไกที่แข็งแรงพอจะต้านทานแรงปะทะ แต่ต้องเลียนแบบการไหลเวียนของสายน้ำเองต่างหาก
เขาเงยหน้ามองไปยังช่องลมที่เปิดออกรับลมมรสุมยามบ่าย แสงแดดส่องลอดเข้ามาเป็นลำ สร้างเงาเคลื่อนไหวบนพื้นเรือไม้ที่ขึ้นราเป็นบางจุด เรือขุดของนายหัวเดชาที่ทอดสมออยู่ไม่ไกลนัก ยังคงส่งเสียงคำรามกึกก้องเป็นระยะ เสียงเหล่านั้นทำให้คามินรู้สึกหงุดหงิดใจ เขาเห็นภาพโรงปุ๋ยชีวภาพที่กำลังจะสมบูรณ์ ถูกกระชากหายไปใต้ผิวน้ำอย่างลึกลับ และคำพูดเยือกเย็นของนายหัวเดชาที่ประกาศว่าจะนำปุ๋ยไปใช้เพื่อ “ความเจริญก้าวหน้า” ของตนเอง ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่ชอบมาพากล
“ความเจริญก้าวหน้าของใครกันแน่…” เขาพึมพำ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ส่งผ่านมายังตัวเรือ เขาก้มลงไปอีกครั้ง สังเกตการเคลื่อนไหวของลูกตุ้มที่เชื่อมต่อกับแกนหมุน มันควรจะแกว่งตามแรงดันของกระแสน้ำที่ไหลผ่านช่องด้านล่าง แต่ตอนนี้มันนิ่งสนิทเหมือนถูกตรึงไว้
“ถ้าแรงดันตรงนี้ไม่พอ…” เขาคิดพลางยกมือขึ้นลูบโครงสร้างไม้ที่เชื่อมต่อกับแกนกลาง “เราก็ต้องหาทางเพิ่มแรงดัน” เขาเดินไปหยิบเศษไม้ที่เหลือจากการต่อเรือมาหลายชิ้น ขอบของมันถูกเจียระไนจนโค้งมนเข้ากับรูปทรงของลำคลอง เขาเริ่มวัดขนาดและทดลองประกบเข้ากับช่องทางไหลของน้ำ
“แบบนี้…” เขาพูดกับตัวเองพลางถอยออกมามอง “มันจะยิ่งบีบให้กระแสน้ำไหลแรงขึ้น” หลักการของคอขวดที่ทำให้ของเหลวไหลผ่านได้เร็วขึ้น เขาคิดถึงตอนที่รินเล่าถึงปลาปีกแก้วที่ปรากฏตัวในคลองคำสาป ปลาชนิดนั้นจะปรากฏตัวได้เฉพาะในน้ำที่มีคุณภาพสูง และการปรากฏตัวของมันบ่งบอกถึงความสมดุลทางธรรมชาติที่ยังคงอยู่
“ธรรมชาติ… ธรรมชาติ…” เขาท่องตามที่เถาว์เคยสอน “ทุกอย่างเชื่อมโยงกันเสมอ” หากต้องการจับพลังของกระแสน้ำ ก็ต้องเข้าใจการไหลเวียนของมัน เลียนแบบมัน การสร้างสิ่งกีดขวางเล็กๆ เพื่อบีบอัดการไหลของน้ำ จะทำให้เกิดแรงดันที่มากขึ้นและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่แกนหมุนต้องการ
เขาเริ่มลงมือปรับเปลี่ยนโครงสร้างเล็กน้อย ตัดแต่งไม้เพิ่มเติม ต่อเติมส่วนที่ขาดหายไป เขาทำงานอย่างรวดเร็วภายใต้แสงตะเกียงที่เริ่มอ่อนแรงลง เสียงคำรามของเรือขุดของนายหัวเดชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม คามินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่หนักหน่วงขึ้น เขารีบเร่งทำงานให้เสร็จ ไม่ต้องการให้สิ่งที่เขากำลังจะสร้าง ต้องเผชิญกับอันตรายจากการรุกรานของนายหัวเดชาอีกครั้ง
“เสร็จแล้ว!” เขาประกาศเสียงดัง พลางเช็ดเหงื่อที่ไหลย้อนขึ้นมาอีกครั้ง เขาก้าวถอยหลังไปยืนดูผลงานของตัวเอง แผงวงจรทั้งหมดถูกเชื่อมต่อเข้ากับแกนหมุนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เขารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ทันใดนั้นเอง ลูกตุ้มที่แกว่งไปมาอย่างเชื่องช้า ก็เริ่มแกว่งเร็วขึ้น แรงดันจากกระแสน้ำที่ถูกบีบอัดผ่านช่องทางที่เขาปรับแต่ง ทำให้แกนหมุนเริ่มหมุนตาม แสงสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มปรากฏขึ้นจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับแกนหมุน จากนั้นแสงนั้นก็ค่อยๆ สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนสว่างสุกใสราวกับดวงดาวที่ถูกดึงลงมาอยู่บนพื้นโลก
“สำเร็จ…” คามินพึมพำด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นมิเตอร์วัดพลังงานที่เขาสร้างขึ้น ชี้ไปที่ตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังงานจากคลื่นกำลังถูกผลิตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปสำรวจผลงานใกล้ๆ แสงสว่างสีฟ้าอมเขียวอันน่าพิศวงก็สาดส่องขึ้นมาจากใต้น้ำอย่างฉับพลัน แสงนั้นสว่างไสวเกินกว่าที่แสงตะเกียงของเขาจะเทียบได้ มันแผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณ และก่อนที่คามินจะทันได้ประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้น แสงสว่างนั้นก็พลันดับวูบลงไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและเสียงกระเพื่อมของน้ำที่กลับมาเป็นปกติ
--- คามินประสบความสำเร็จในการสร้างระบบผลิตพลังงานจากคลื่นโดยใช้หลักการธรรมชาติ หลังจากปรับปรุงโครงสร้างช่องทางไหลของน้ำให้บีบอัดกระแสน้ำได้ดีขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้สำรวจผลงานอย่างเต็มที่ แสงสว่างสีฟ้าอมเขียวลึกลับก็ปรากฏขึ้นจากใต้น้ำก่อนจะดับวูบไปอย่างรวดเร็ว