ตอนที่ 167 — โรงปุ๋ยลอยน้ำ
อากาศยามเช้าในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมรสุมอบอวลไปด้วยกลิ่นสาหร่ายทะเลและไอเค็มจางๆ คามินยืนอยู่บนพื้นไม้ที่โยกเยกตามแรงคลื่น มองดูถังไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่ถูกมัดติดกับโครงไม้ไผ่ลอยเอื่อยๆ อยู่ในลำน้ำสาขาที่สงบ เขาใช้เวลาหลายวันในการประกอบมันขึ้นมา จากบันทึกเก่าแก่ของเถาว์ที่เขาพกติดตัวเสมอ “ทุกสิ่งล้วนมีวงจรของมัน คามิน… ดั่งน้ำขึ้นน้ำลง ดั่งชีวิตที่เกิด ดับ และผลิบานอีกครั้ง” ข้อความนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเขา
“ไอ้นี่มันจะเวิร์กจริงเรอะ?” เสียงห้าวๆ ของรินดังขึ้นจากท้ายเรือ เธอขยับแว่นตาขึ้นมาบนสันจมูก พลางกวาดสายตามองไปยังถังไม้ที่ลอยอยู่ “หน้าตามันเหมือนเรือนแพร้างมากกว่าโรงงานปุ๋ยนะ”
คามินยิ้มบางๆ “ใจเย็นๆ ริน มันไม่ใช่แค่ถังไม้ธรรมดา” เขาเดินไปที่ขอบถัง สัมผัสกับผิวไม้ที่ชื้นเล็กน้อย “เถาว์บอกว่าสาหร่ายบางชนิดสามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นสารอาหารที่พืชต้องการได้ เราแค่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้มัน” เขาหยิบตะแกรงเหล็กที่บรรจุสาหร่ายสดขึ้นมา ‘สาหร่ายสีเขียว’ ที่รินหามาให้เมื่อวานนี้ “นี่คือหัวใจสำคัญ”
“สาหร่ายเนี่ยนะ?” รินเลิกคิ้ว “กินอะไรเข้าไปถึงได้โตกัน? ฉันเห็นแต่มันเกาะเต็มท้องเรือ จนต้องขูดออกทุกที”
“นั่นแหละคือสิ่งที่เราจะใช้ประโยชน์” คามินพูดพลางโยนตะแกรงสาหร่ายลงไปในถังไม้ “สาหร่ายพวกนี้มันกินของเสียอินทรีย์ในน้ำ ปลดปล่อยก๊าซบางอย่างออกมา และเมื่อมันตายลง กลายเป็นปุ๋ยหมักชั้นดี” เขาอธิบายอย่างใจเย็น “หลักการมันคล้ายๆ กับระบบย่อยอาหารของสิ่งมีชีวิตนั่นแหละ เพียงแต่เราต้องควบคุมปัจจัยต่างๆ ให้แม่นยำ”
“ปัจจัยอะไรบ้างล่ะ? น้ำเค็ม น้ำจืด หรือว่าต้องมีเสียงเพลงกล่อมสาหร่ายด้วย?” รินแซว
“ปัจจัยหลักคือ ‘ออกซิเจน’ และ ‘อุณหภูมิ’” คามินตอบ พลางหยิบไม้พายขึ้นมาพายเรือเข้าใกล้ถังไม้มากขึ้น “ในบันทึกของเถาว์บอกว่า ถ้ามีออกซิเจนเพียงพอ สาหร่ายจะเติบโตได้ดี และถ้าอุณหภูมิคงที่ มันจะผลิตสารอาหารได้เร็วขึ้น” เขาชี้ไปยังท่อไม้ไผ่เล็กๆ ที่ต่อกับถัง “นี่คือท่อระบายอากาศ ถ้าก๊าซที่เกิดจากการย่อยสลายมันมากเกินไป ก็จะระบายออกทางนี้”
“แล้วอุณหภูมิคงที่นี่ทำไง? จ้างคนมานั่งเป่าพัดลมทั้งวันรึไง?” รินยังคงไม่วายหยอก
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้น” คามินยิ้ม “ลองสังเกตโครงสร้างของถังไม้พวกนี้ดูสิ” เขาเคาะไปที่ผนังไม้ “เราใช้ไม้โอ๊คหนา ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีระดับหนึ่ง และการออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างถังไม้กับผนังด้านนอก ก็ช่วยให้อากาศหมุนเวียน” เขาหยุดเล็กน้อย “ที่สำคัญกว่านั้น คือการวางตำแหน่งของมัน”
“วางตำแหน่ง? หมายถึงให้มันลอยไปตรงไหน?”
“ตาม ‘กฎแห่งกระแสน้ำ’ ไง ริน” คามินตอบ “เราต้องวางมันในกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยๆ แต่ไม่นิ่งจนเกินไป เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้ามา และนำพาของเสียจากแหล่งอื่นมาให้สาหร่ายกิน” เขาชี้ไปยังแนวลำธารที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสายหลัก “ตรงนั้น… กระแสน้ำจะพาเศษใบไม้ กิ่งไม้ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ จากชุมชนของเรามาที่นี่”
“แล้วมันจะกลายเป็นปุ๋ยได้จริงๆ เหรอ? ไม่ใช่แค่กองสาหร่ายเน่าๆ ที่ลอยเกลื่อนลำน้ำ?” รินถามอย่างกังวล
“เราต้องคอยสังเกต” คามินอธิบาย “เถาว์แนะนำให้มี ‘เครื่องวัด’ เล็กๆ น้อยๆ ติดตั้งไว้” เขาหยิบอุปกรณ์ที่ทำจากเปลือกหอยและเส้นใยพืชขึ้นมา “นี่คือเครื่องวัดความขุ่นของน้ำ และนี่… เครื่องวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง” เขาชี้ไปยังส่วนต่างๆ ของโรงปุ๋ยลอยน้ำ “ถ้าค่าต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แสดงว่าระบบกำลังทำงานได้ดี”
“แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามนั้นล่ะ?”
“ถ้าสาหร่ายไม่โต ก็แสดงว่าขาดสารอาหาร เราก็ต้องหาสารอินทรีย์อื่นมาเติม” คามินตอบ “ถ้าค่าความเป็นกรด-ด่างผิดปกติ ก็แสดงว่ามีการย่อยสลายที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป เราก็ต้องปรับการระบายอากาศ หรือปริมาณสาหร่าย” เขาถอนหายใจเล็กน้อย “มันคือการปรับจูนไปเรื่อยๆ เหมือนเราจูนเครื่องยนต์เรือนั่นแหละ”
“ฟังดูซับซ้อนชะมัด” รินพึมพำ
“แต่ก็เป็นธรรมชาติ” คามินย้ำ “เราไม่ได้พยายามบังคับมัน แค่สร้างสภาพแวดล้อมให้มันทำงานในแบบของมันเอง” เขาเริ่มเติมสาหร่ายสดลงไปในถังมากขึ้น “เราต้องทำให้มัน ‘ทำงาน’ ได้จริงก่อน”
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาแต่ไกล เป็นเสียงที่ทำให้ทั้งคู่ชะงัก รินเงยหน้ามองไปตามลำน้ำ “เรือขุดของนายหัวเดชา… มันมาอีกแล้ว!”
คามินหน้าตึงขึ้น เขาหันไปมองโรงปุ๋ยลอยน้ำของเขา “ต้องเสร็จก่อนที่มันจะมาถึง!” เขาเร่งมือขึ้น เติมสาหร่ายและปรับปรุงการระบายอากาศอย่างรวดเร็ว
“เร็วเข้าสิ!” รินตะโกน “ถ้ามันเข้ามาปิดกั้นลำน้ำนี้อีก ปุ๋ยของเราก็ไม่ได้ใช้ แถมยังอาจจะโดนคลื่นซัดพังไปหมด!”
คามินพยักหน้า เขาผูกสายเคเบิลเส้นสุดท้ายเข้ากับโครงสร้างไม้ไผ่ จากนั้นเขาก็รีบดึงสายเคเบิลนั้นให้แน่น “ริน! ดึงสมอที่ผูกไว้กับเสาไม้ตรงนั้น! เราต้องยึดมันไว้กับพื้นให้แน่นที่สุด!”
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเรื่อยๆ เงาของเรือขุดขนาดมหึมาทาบทับเข้ามาใกล้ “มันใกล้เข้ามาแล้ว!” รินตะโกนขณะที่เธอกำลังออกแรงดึงสมอ
คามินมองดูโรงปุ๋ยลอยน้ำที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์เป็นครั้งสุดท้าย “เอาล่ะ… ทำงานได้แล้ว” เขาพึมพำ
ทันใดนั้น แรงดึงมหาศาลก็เกิดขึ้นจากลำน้ำ แรงดึงที่พุ่งตรงเข้าสู่โรงปุ๋ยลอยน้ำที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จ มันไม่ใช่แรงดึงจากกระแสน้ำที่เขาคาดการณ์ไว้ แต่มันคือแรงดึงจากอะไรบางอย่างที่กำลังพยายามจะพัดพามันออกไป!
“เกิดอะไรขึ้น?” รินร้องถาม “ทำไมมันถึงถูกดึงออกไปแบบนั้น?”
คามินตาเบิกกว้าง เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำรอบๆ โรงปุ๋ยลอยน้ำ “ไม่ใช่… มันไม่ใช่แค่กระแสน้ำ…” เขาเริ่มตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้น “ไอ้นี่… มันกำลัง… กินโรงปุ๋ยของเรา!”
“กิน?” รินหันขวับมามอง “อะไรกิน?”
ก่อนที่คามินจะตอบอะไร เสียงทุ้มเย็นของนายหัวเดชาก็ดังขึ้นจากบนเรือขุดที่ใกล้เข้ามา “ข้าบอกแล้วไง ว่าทุกอย่างต้องไหลไปตามทิศทางที่ข้ากำหนด”
“นายหัว!” คามินตะโกน “นายทำอะไรกับโรงปุ๋ยของข้า?!”
“ข้าเพียงแค่ช่วยให้มัน ‘ไหล’ ไปในทิศทางที่ถูกต้องเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของนายหัวเดชายังคงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นอันตราย “รอสักครู่… แล้วเจ้าจะเห็นว่า ‘ปุ๋ย’ ที่เจ้าสร้างขึ้น จะไปเติมเต็ม ‘ระบบ’ ที่ข้ากำลังสร้างให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้อย่างไร”
โรงปุ๋ยลอยน้ำที่คามินทุ่มเทสร้างมาทั้งวัน เริ่มเอียงวูบอย่างรุนแรง ถูกแรงดึงบางอย่างที่มองไม่เห็นจากใต้น้ำฉุดกระชากลงไปในลำน้ำลึก…
--- คามินสร้างโรงปุ๋ยชีวภาพจากสาหร่ายโดยใช้หลักการธรรมชาติ แต่การมาถึงของเรือขุดของนายหัวเดชาทำให้ระบบที่กำลังจะใช้งานได้ต้องเผชิญกับอันตราย เมื่อโรงปุ๋ยถูกแรงดึงลึกลับใต้น้ำฉุดกระชากลงไป และนายหัวเดชาเปิดเผยว่าเขาจะใช้ปุ๋ยนี้เพื่อระบบของตนเอง