← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 4ฟรี

ตอนที่ 4 — เสียงฝีเท้าบนหลังคาและคมดาบในเงามืด

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังเปรี้ยะมาจากทางทิศหลังโรงเตี๊ยม ท่ามกลางเสียงคำรามของพายุฝนที่สาดซัดลงบนหลังคาแผ่นไม้ของ The Pilgrims' Rest มันไม่ใช่เสียงของกิ่งไม้ที่ถูกลมพัด แต่มันคือเสียงของบางสิ่งที่หนักและจงใจ Anwen ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กที่ขัดจนเงาวับ มือที่กำลังเช็ดแก้วเบียร์หยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะมองผ่านความสลัวไปยังประตูหลังที่มืดมิด

“Fin! ปิดประตูหลังเดี๋ยวนี้!” เธอสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาด

เด็กหนุ่มคนครัวที่กำลังถือตะหลิวค้างอยู่หน้าเตาไฟสะดุ้งโหยง เขาไม่ได้ถามซ้ำ แต่รีบก้าวขายาวๆ ไปยังประตูไม้บานหนาที่เชื่อมกับโรงเก็บของ เสียงลั่นของกลอนประตูที่ถูกดึงปิดดังประสานกับเสียงฟ้าร้องที่คำรามตามมาติดๆ ทว่าความเงียบที่ตามมากลับน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม

ภายในห้องโถงกลาง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว พ่อค้าวัวร่างท้วมที่ชื่อบาร์นาบี้ (หรือชื่อที่เขาอ้าง) นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนม้านั่งยาว มือของเขายังคงกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อนิ้วเป็นสีขาว รอยเลือดที่ซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบของเขาดูเข้มขึ้นภายใต้แสงจากตะเกียงน้ำมัน เจ้าหน้าที่รัฐในคราบนักเดินทางผู้เคร่งขรึมกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เหมือนจะฉีกร่างชายผู้นั้นออกเป็นชิ้นๆ ขณะที่หญิงสาวปริศนาไร้สัมภาระนั่งอยู่ตรงมุมมืดที่สุดของห้อง เธอไม่ได้ดูตกใจกับเสียงบุกรุก แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องไปที่ชายคนนั้น—เจ้าหน้าที่ปลอมตัว—ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือ มิสเทรส?” ชายผู้แฝงตัวมาถาม น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยอำนาจที่พยายามจะปกปิดไว้ภายใต้ท่าทีของนักเดินทางธรรมดา

“แค่ลมแรงน่ะท่าน” Anwen ตอบสั้นๆ เธอไม่ชอบการโกหกที่ดูออกง่าย แต่ในสถานการณ์นี้ การพูดความจริงทั้งหมดอาจหมายถึงการเปิดศึกกลางโรงเตี๊ยมของเธอ “แต่ดูเหมือนแขกของเราจะมีเรื่องต้องจัดการกันเองมากกว่าที่จะรอให้ข้าเข้าไปยุ่ง”

ทันใดนั้น เสียงกระแทกอย่างแรงที่ประตูหน้าก็ดังขึ้น! ไม่ใช่การเคาะ แต่มันคือการพุ่งชน

ประตูไม้บานหน้าสั่นสะเทือนจนฝุ่นจากคานเพดานร่วงกราวลงมา แขกทุกคนในห้องต่างลุกพรวดขึ้นด้วยสัญชาตญาณ พ่อค้าวัวส่งเสียงอุทานอย่างขวัญเสีย ขณะที่หญิงสาวปริศนาขยับตัวเข้าหาเงาของเสาไม้กลางห้องอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับแมว

“เปิดประตู! เรามีคำสั่งค้นหา!” เสียงตะโกนที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยโทสะดังมาจากด้านนอก มันไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ราชสำนักที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ แต่มันคือเสียงของคนที่กำลังไล่ล่า

Anwen รู้ดีว่าความสงบสุขที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดทั้งเย็นได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ เธอคว้ามีดตัดขนมปังที่วางอยู่ใกล้มือที่สุด ไม่ใช่เพื่อจะไปฆ่าใคร แต่เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าเธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายบ้านของเธอ

“Granny Nessa! พา Fin ไปที่ห้องใต้ดิน!” Anwen ตะโกนสั่งผ่านเสียงพายุ

“จะให้ข้าทำอะไรล่ะแม่หนู? ให้ข้าเอาหม้อต้มแกงไปฟาดหัวพวกมันหรือไง!” เสียงแหบพร่าของหญิงชราแม่ครัวดังมาจากห้องครัว แม้จะดูเหมือนบ่น แต่ Anwen รู้ดีว่า Nessa กำลังคว้าตะหลิวเหล็กและมีดทำครัวขนาดใหญ่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว

ประตูหน้าถูกกระแทกอีกครั้ง คราวนี้บานพับไม้ส่งเสียงลั่นประท้วง ก่อนที่ชายฉกรรจ์สามคนในชุดหนังเปื้อนโคลนจะพุ่งพรวดเข้ามา พวกเขาไม่ใช่ทหารหลวง แต่เป็นกลุ่มนักล่าค่าหัวหรืออาจจะเป็นโจรป่าที่ได้รับคำสั่งมาอย่างเฉพาะเจาะจง แววตาของพวกมันไม่ได้มองหาเงินทองในลิ้นชัก แต่มันมองตรงมาที่หญิงสาวปริศนาและพ่อค้าวัวที่บาดเจ็บ

“ส่งตัวนางมา!” หนึ่งในนั้นตะโกน มือของมันกุมด้ามดาบสั้นที่ข้างเอว

“ที่นี่คือโรงเตี๊ยม ไม่ใช่ลานประหาร” Anwen ก้าวออกมายืนขวางระหว่างกลุ่มผู้บุกรุกกับโต๊ะอาหาร “และที่นี่มีกฎ... ใครที่นำความวุ่นวายเข้ามา จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นความสงบของตัวเอง”

“ถอยไป ยัยแก่!” ชายร่างใหญ่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มตวาด เขาเดินดุ่มเข้ามาหา Anwen กลิ่นเหล้าเถื่อนและกลิ่นเหงื่อโชยออกมาจากตัวเขาจนน่าสะอิดสะเอียน

ในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือมาผลัก Anwen หญิงสาวปริศนาที่นั่งเงียบมาตลอดก็เคลื่อนที่ เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่กลับพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ปลอมตัวที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอคว้าแขนของเขาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก “ถ้าท่านอยากรอดจากพวกมัน ก็เลิกเล่นบทนักเดินทางจอมปลอม แล้วชักดาบออกมาเสียที”

เจ้าหน้าที่หนุ่มชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นตัดสินใจชักดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมออกมา แสงไฟจากตะเกียงสะท้อนคมดาบวับวับ

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของเขาประกาศก้อง

ความโกลาหลระเบิดขึ้นทันที! ชายชุดหนังพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่พ่อค้าวัวที่บาดเจ็บพยายามคลานหนีไปทางหลังร้าน เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นแข่งกับเสียงฟ้าร้อง Anwen ไม่ได้ยืนดูเฉยๆ เธอใช้ความชำนาญในพื้นที่คว้าขวดเหล้าใกล้ตัวขว้างใส่หน้าชายที่กำลังจะเข้าถึงตัวหญิงสาวปริศนา ขวดแก้วแตกกระจายทำให้มันชะงักไปชั่วครู่ เปิดโอกาสให้ความวุ่นวายดำเนินต่อไป

ท่ามกลางความสับสน Anwen สังเกตเห็นบางอย่าง... ชายที่บุกรุกเข้ามาไม่ได้มองแค่หญิงสาว แต่มันมองไปที่ 'บางอย่าง' ที่ซ่อนอยู่ในหีบไม้ที่พ่อค้าวัวลากติดตัวมาด้วย หีบที่ดูเหมือนจะหนักเกินกว่าที่พ่อค้าวัวธรรมดาจะแบกไหว

“Rhys! ม้า! เตรียมม้าไว้!” Anwen ตะโกนเรียกคนดูแลม้าที่เพิ่งวิ่งเข้ามาในห้องโถงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“มีอะไรกันวะเนี่ย!?” Rhys ถามพลางมองดูสภาพโรงเตี๊ยมที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ

“เตรียมทางหนี! ทุกคนที่มีทางเลือก จงหาทางออกไปทางประตูหลัง!”

ในขณะที่ดาบกำลังกวัดแกว่งและเสียงตะโกนด่าทอดังระงม Anwen รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติใต้พื้นไม้โรงเตี๊ยม มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มันเหมือนมีบางอย่างขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่อยู่ใต้ดิน... ใต้ทางหลวงที่ตัดผ่าน Castellane แห่งนี้

เธอมองไปที่หญิงสาวปริศนาที่ตอนนี้กำลังยืนประจันหน้ากับกลุ่มนักล่าอย่างไม่เกรงกลัว ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน แต่มือของเธอกลับกำบางอย่างที่ส่องแสงจางๆ ออกมาท่ามกลางความมืด

“นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องการจับนักโทษแล้ว...” Anwen พึมพำกับตัวเอง ขณะที่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นเงาดำขนาดใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากช่องว่างใต้ประตูที่ถูกพังเข้ามา

พายุข้างนอกยังคงโหมกระหน่ำ แต่พายุที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นภายในกำแพงไม้ของ The Pilgrims' Rest แห่งนี้เอง

--- ความสงบในโรงเตี๊ยมพังทลายลงเมื่อกลุ่มนักล่าบุกเข้ามาเพื่อตามล่าหญิงสาวปริศนาและพ่อค้าวัว นำไปสู่การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ปลอมตัวและผู้บุกรุก ท่ามกลางความวุ่นวาย Anwen เริ่มตระหนักว่าความขัดแย้งนี้อาจมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งและน่ากลัวกว่าที่คิด