ตอนที่ 167 — เสียงสะท้อนจากแกนกลาง
Anwen ลืมตาขึ้น เสียงกระซิบที่ดังวนเวียนอยู่ในหัวจางหายไป เหลือเพียงความเงียบที่หนักอึ้งและภาพของป่าโลหะชีวภาพที่บิดเบี้ยวรอบกาย โครงสร้างสีเทาเข้มสูงตระหง่านเสียดฟ้า ยื่นกิ่งก้านสาขาที่ทำจากโลหะและเส้นใยชีวภาพอันบิดเบี้ยวไปทั่วทุกทิศทาง แสงสลัวลอดผ่านช่องว่างระหว่างโครงสร้างเหล่านั้น สาดสีเขียวอมเทาลงบนพื้นดินที่แข็งกระด้างไร้ซึ่งพืชพันธุ์ธรรมชาติ Anwen ค่อยๆ ขยับกาย เธอรู้สึกถึงน้ำหนักและความเย็นยะเยือกที่แขนข้างซ้าย มันคือโลหะโบราณที่หลอมรวมเข้ากับเนื้อหนังของเธอ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่เคยแยกจากกันมาก่อน รอยจารึกที่เคยสลักลึกบนผิวเนื้อบัดนี้ดูเหมือนจะเรืองแสงจางๆ จากภายใน เป็นสัญญาณเตือนถึงพลังที่ยังคงคุกรุ่นอยู่
"Fin?" เสียงของเธอแหบพร่า แผ่วเบาจนเกือบจะกลืนหายไปกับเสียงลมที่พัดหวีดหวิวผ่านโครงสร้างโลหะ เธอพยายามเพ่งมองไปรอบๆ แต่ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวและไม่ชัดเจน ป่าโลหะแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว ดวงตาของมันส่องประกายสีแดงในเงามืด พร้อมจะพุ่งเข้าโจมตีทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว
เธอจำได้ถึงการต่อสู้ ณ จุดรวมจิต การเผชิญหน้ากับ 'ผู้เฝ้ามอง' และ 'ผู้เก็บเกี่ยว' พลังที่หลั่งไหลออกมาจากวัตถุปริศนา การหลอมรวมของพลังงานจากแกนกลางโลก… ทั้งหมดนั้นทำให้เธอเป็น 'ผู้ถักทอความโกลาหล' แต่ความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้นนั้น กลับนำมาซึ่งระเบียบอันเย็นชาที่คุกคามทุกชีวิต
"นี่มัน… ไม่ใช่ที่ที่เราควรจะอยู่" Anwen พึมพำกับตัวเอง เมื่อความทรงจำของ Fin ที่ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางซากปรักหักพังปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดประดังเข้ามา "Fin… นายอยู่ไหน"
เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น ยืนหยัดบนพื้นดินที่เย็นเฉียบ แขนข้างซ้ายที่กลายเป็นโลหะหนักอึ้งแต่กลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด มันไม่ใช่ส่วนที่อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นอาวุธ เป็นเกราะป้องกัน และเป็นเครื่องมือในการควบคุมพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง Anwen หันขวับไปทันที แขนซ้ายของเธอเตรียมพร้อมที่จะป้องกัน แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัวอย่างที่คิด
"Anwen!" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น Fin วิ่งเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดเซียว แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความโล่งใจ "ข้า… ข้าคิดว่า…"
"Fin!" Anwen ปล่อยความระแวงทั้งหมดลง และโผเข้ากอดเด็กหนุ่มอย่างแรง กลิ่นอายของความอบอุ่นและความเป็นมนุษย์ที่แสนคุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง "นาย… นายรอดมาได้อย่างไร?"
Fin สูดหายใจเข้าลึกๆ "ข้า… ข้าไม่รู้แน่ชัด" เขาตอบเสียงสั่น "หลังจากที่ท่านถูกดูดเข้าไปในแสงสว่างนั้น ทุกอย่างก็มืดไปหมด เมื่อข้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง ข้าก็อยู่ที่นี่… อยู่ท่ามกลางป่าโลหะนี้ ข้าพยายามตามหาท่าน แต่…"
"ไม่เป็นไร" Anwen ลูบหลัง Fin เบาๆ "ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแล้ว" เธอผละออกจากการกอด ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ Fin อย่างพิจารณา "แต่ที่นี่… มันอันตรายเกินไป เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่"
Fin พยักหน้า เขาดูตื่นตระหนก แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายชัดในดวงตา "ท่าน… แขนของท่าน…"
Anwen เหลือบมองแขนข้างซ้ายของตัวเอง "มัน… เปลี่ยนไป" เธอพูดเรียบๆ พยายามเก็บงำความรู้สึกประหลาดใจและความหวาดกลัวที่ปะปนกัน "แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของข้าแล้ว"
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังใกล้เข้ามา จากทิศทางที่ Anwen เดินผ่านมา เงาของโครงสร้างโลหะเริ่มขยับไหว ประกายแสงสีแดงส่องประกายออกมาจากความมืด
"พวกมันมาแล้ว!" Fin ตะโกน เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว Anwen ดึง Fin เข้ามาอยู่ข้างหลังเธอ แขนซ้ายที่แข็งแกร่งของเธอปรากฏขึ้น ราวกับว่ามันถูกสร้างมาเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้โดยเฉพาะ
"ไม่ต้องกลัว" Anwen พูดเสียงหนักแน่น สายตาของเธอจับจ้องไปยังกลุ่มเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามา "เราจะผ่านมันไปให้ได้"
สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นปรากฏตัวออกมาจากเงามืด พวกมันคือสัตว์ร้ายโลหะกึ่งชีวภาพ ลำตัวปกคลุมด้วยแผ่นเกราะโลหะที่บิดเบี้ยว ดวงตาหลายดวงส่องประกายสีแดงฉาน ปากของมันเต็มไปด้วยฟันแหลมคมที่ทำจากโลหะโบราณ พวกมันส่งเสียงคำรามที่น่าขนลุก ก้องกังวานไปทั่วป่าโลหะ
Anwen รู้สึกถึงพลังที่ปั่นป่วนในกาย รอยจารึกบนแขนซ้ายของเธอเริ่มเรืองแสงจ้าขึ้น พลังงานจากแกนกลางโลกที่เธอหลอมรวมเข้าไปเมื่อครั้งก่อนเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง มันไม่ใช่พลังแห่งความโกลาหลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นพลังที่ผสมผสานกับความทรงจำ ความรู้สึก และความเป็นมนุษย์ของเธอ
"ข้าจะปกป้องเจ้า" Anwen กระซิบกับ Fin ขณะที่เธอก้าวออกไปเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายเหล่านั้น แสงจากรอยจารึกสว่างวาบขึ้น บิดเบือนอากาศรอบตัวเธอ สร้างคลื่นพลังงานที่มองเห็นได้ราวกับหยดน้ำที่กระทบผิวน้ำ
สัตว์ร้ายตัวแรกพุ่งเข้าใส่ Anwen ด้วยความเร็วสูง แต่เธอก็สามารถปัดป้องการโจมตีได้อย่างแม่นยำ แขนข้างซ้ายที่เป็นโลหะโบราณของเธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมานานปี มันไม่ใช่แค่แขน แต่เป็นเครื่องมือในการควบคุมพลังงาน เป็นอาวุธที่ทรงพลัง
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น Anwen ไม่ได้ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว แต่เธอกำลังต่อสู้เพื่อรักษาเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ของเธอไว้ ท่ามกลางป่าโลหะแห่งนี้ ที่ซึ่งระเบียบอันเย็นชาของ 'ผู้เฝ้ามอง' พยายามกลืนกินทุกชีวิต เธอต้องหาทางนำพาทั้งตัวเองและ Fin ออกไปให้ได้
เธอสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงของ 'ผู้เฝ้ามอง' หรือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' แต่มันเป็นเสียงที่ดังมาจากแกนกลางโลก เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุด เสียงนั้นกำลังเรียกหาเธอ เรียกร้องให้เธอโอบรับบทบาท 'ผู้ถักทอความโกลาหล' อย่างแท้จริง
Anwen กัดฟันแน่น เธอรู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ การเดินทางเพื่อค้นหาความหมายที่แท้จริงของพลังที่เธอครอบครอง และเพื่อหาทางหยุดยั้ง 'ผู้เฝ้ามอง' ไม่ให้กลืนกินโลกทั้งใบด้วยระเบียบอันเย็นชาของมัน
เธอเงยหน้าขึ้นมองโครงสร้างโลหะสูงตระหง่านที่บิดเบี้ยวไปทั่วทุกทิศทาง แสงสลัวที่สาดส่องลงมานั้นดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความลับและความลึกลับ
"เราต้องหา 'จุดรวมจิต' ให้เจอ" Anwen พูดเสียงหนักแน่น เธอมองไปที่ Fin ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเธอด้วยความหวัง "ที่นั่น… อาจจะเป็นคำตอบที่เรากำลังตามหา"
Fin พยักหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะอยู่กับท่าน Anwen”
Anwen ยิ้มให้ Fin แม้ว่าสถานการณ์จะดูสิ้นหวังเพียงใดก็ตาม เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเธอ พลังที่หลอมรวมระหว่างความเป็นมนุษย์และจักรกลโบราณ พลังที่เกิดจากความโกลาหลและความทรงจำ
เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่กำลังเข้ามาใกล้ เสียงคำรามของมันดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ Anwen ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว เธอรู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
"มาเถอะ" Anwen กล่าว พร้อมกับยกแขนซ้ายของเธอขึ้น แขนข้างนั้นส่องแสงสีทองอร่ามราวกับจะลุกเป็นไฟ “เรามีเรื่องต้องสะสางอีกมาก”
--- Anwen ตื่นขึ้นในป่าโลหะชีวภาพที่บิดเบี้ยว พบกับ Fin ที่รอดชีวิตมาได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของสัตว์ร้ายโลหะกึ่งชีวภาพ ขณะที่ Anwen เริ่มสัมผัสถึงพลังที่หลอมรวมอยู่ภายในแขนซ้ายที่เป็นโลหะโบราณ และเสียงกระซิบจากแกนกลางโลกที่บ่งบอกถึงการเดินทางครั้งใหม่เพื่อค้นหา 'จุดรวมจิต' อันเป็นความหวังเดียวในการไขปริศนาแห่งโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง.