← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 76ฟรี

ตอนที่ 76 — เงาในกระจกและรอยหมึกที่ไม่อาจลบ

แสงแดดที่สาดส่องผ่านม่านหมอกจางๆ ในโลกใบใหม่นี้ดูสะอาดตาจนน่าขนลุก มันสว่างจ้าอย่างสม่ำเสมอไร้ซึ่งเงาที่บิดเบี้ยวหรือความมืดมิดที่ซ่อนเร้น ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตเกินกว่าจะเป็นความจริง บรอนเวนก้าวเดินไปตามถนนที่ปูด้วยหินเรียบกริบ เสียงฝีเท้าของเธอดังกระทบพื้นอย่างเป็นจังหวะ ทว่าความรู้สึกที่ปลายนิ้วกลับบอกเธอว่าทุกอย่างผิดเพี้ยน ผิวหนังบริเวณข้อมือและลำคอของเธอไม่ได้มีเพียงผิวสัมผัสของมนุษย์อีกต่อไป แต่มันกลับมีความรู้สึกสั่นสะเทือนเบาๆ ของอักขระที่ฝังลึกอยู่ใต้ชั้นผิว ราวกับมีฝูงมดตัวเล็กๆ ที่มองไม่เห็นกำลังเดินวนเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของเธอตลอดเวลา

“อย่าจ้องมองมันนานเกินไป” เสียงทุ้มต่ำของชายชุดเทาดังขึ้นข้างกาย เขาเดินตามเธอมาเหมือนเงาที่สลัดไม่หลุด “ยิ่งคุณพยายามทำความเข้าใจอักขระพวกนั้น มันจะยิ่งจดจำคุณ และเมื่อมันจำคุณได้... โลกใบนี้จะเริ่มพยายาม ‘แก้ไข’ คุณ”

บรอนเวนไม่ได้ตอบ เขาไม่ได้ต้องการคำปลอบประโลม เธอเพียงแค่ก้มลงมองรอยสักสีเลือดที่พาดผ่านข้อมือ มันดูเหมือนอักขระโบราณที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะการไหลเวียนของโลหิต “ถ้าฉันเป็นแค่สิ่งแปลกปลอมที่ถูกเขียนทับ โลกที่สมบูรณ์แบบนี้ก็คือคุกที่สวยงามที่สุดใช่ไหม?” เธอถาม น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเหนื่อยล้าที่ลึกสุดใจ

“มันไม่ใช่คุก” ชายชุดเทากล่าว พลางมองไปที่อาคารสูงตระหง่านที่ดูเหมือนหอสมุดแก้วที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในเวอร์ชันที่ไร้ที่ติ “แต่มันคือบทที่ถูกเขียนไว้แล้ว และคุณคือตัวอักษรที่เขียนผิดที่ผิดทาง เราต้องไปที่หอสมุดเก่าก่อนที่ ‘ผู้เขียน’ จะสังเกตเห็นว่ามีรอยด่างพร้อยในหน้ากระดาษของพวกเขา”

พวกเขาเดินผ่านย่านการค้าที่ดูคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าส่งยิ้มที่ดูเหมือนกันไปหมดราวกับถูกปั๊มออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่และดอกไม้ลอยอบอวลในอากาศ แต่มันเป็นกลิ่นที่ ‘สะอาด’ เกินไป ไม่มีกลิ่นดิน กลิ่นเหงื่อ หรือกลิ่นสาบของความวุ่นวายที่เธอเคยคุ้นเคยในเอลเดอร์เมียร์ ทุกอย่างถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างสมบูรณ์แบบจนน่าสะอิดสะเอียน

ขณะที่กำลังข้ามสะพานหินที่ทอดยาวข้ามลำธารใสสะอาด บรอนเวนก็ชะงักลง เธอเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในผิวน้ำ แต่มันไม่ใช่เงาที่สะท้อนเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาในน้ำกลับแสดงภาพของเธอในสภาพที่ร่างกายกึ่งโปร่งแสง และมีอักขระสีเลือดนับพันกำลังไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดอย่างบ้าคลั่ง เธอรีบก้มลงมองที่ข้อมือตัวเองอีกครั้ง รอยอักขระเหล่านั้นดูเหมือนจะสงบนิ่งลง แต่มันกลับแผ่ความร้อนวาบจนเธอต้องสะดุ้ง

“มีอะไร?” ชายชุดเทาถามทันที มือของเขาขยับเข้าใกล้เพื่อเตรียมพร้อม หากมีสิ่งใดพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า

“ฉันเห็น... ฉันเห็นตัวเองในน้ำ” บรอนเวนตอบ พยายามควบคุมลมหายใจ “มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันเหมือนกับว่าความจริงกำลังพยายามจะลบฉันทิ้งผ่านสายตาของฉันเอง”

“โลกนี้ไม่ยอมรับความสับสน” เขาตอบสั้นๆ “ความสับสนคือความผิดพลาด และความผิดพลาดต้องถูกลบออก”

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างทั้งสองคน มีเพียงเสียงน้ำไหลที่จังหวะสม่ำเสมอเกินไป บรอนเวนพยายามดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน เธอต้องหาทางรักษาตัวตนนี้ก่อนที่เธอจะกลายเป็นเพียงหมึกสีแดงที่ไร้ชีวิตจิตใจ เธอจำได้ว่าสิ่งที่เธอต้องทำคือการกู้คืน 'อักขระแห่งตัวตน' กลับมาให้สมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการยืนยันว่าเธอมีตัวตนอยู่จริงในโลกที่พยายามจะปฏิเสธเธอ

เมื่อเดินมาถึงเขตหอสมุดเก่าที่อยู่ชายขอบของเมืองที่สมบูรณ์แบบแห่งนี้ สถาปัตยกรรมของมันเริ่มดูแปลกตาไป มันดูทรุดโทรมและมีร่องรอยของการใช้งานจริงมากกว่าอาคารอื่นในเมืองนี้ บรอนเวนรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่แผ่ออกมาจากซากปรักหักพังเหล่านั้น มันคือความรู้สึกคุ้นเคยที่น่าประหลาดใจ ราวกับว่าความทรงจำของเธอถูกดึงดูดให้กลับไปหาซากปรักหักพังของความจริงที่เธอเพิ่งจากมา

“ที่นี่แหละ” ชายชุดเทากล่าวเมื่อพวกเขาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่ผุพัง “หอสมุดเก่า... ที่ที่ความจริงที่ถูกลืมถูกเก็บรักษาไว้ในเงามืด แต่ระวังตัวให้ดี บรอนเวน โลกใบใหม่นี้อาจจะดูสงบสุข แต่รอยรั่วที่เธอสร้างไว้ในมิติรอยต่อยังคงส่งกลิ่นคาวเลือดออกมาให้พวกมันได้กลิ่น”

บรอนเวนยื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสประตูไม้ที่หยาบกร้าน ทันใดนั้น ความร้อนจากอักขระใต้ผิวหนังของเธอก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความร้อนที่เผาไหม้ แต่เป็นความร้อนที่เหมือนกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัวของเธอ—เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายในอักขระที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอเอง

“จารึก... จารึกความจริง... ก่อนที่หมึกจะแห้ง...”

ประตูไม้ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่รอคอยอยู่ภายใน กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองลอยออกมาปะทะใบหน้า บรอนเวนสูดหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าเมื่อก้าวเข้าไปในนั้น เธออาจจะไม่ได้เป็น 'บรอนเวน' คนเดิมอีกต่อไป แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่กำลังถูกเขียนทับด้วยมือของผู้อื่น

--- บรอนเวนเดินทางในโลกใหม่ที่สมบูรณ์แบบผิดธรรมชาติพร้อมกับชายชุดเทา โดยเธอเริ่มตระหนักว่าร่างกายของเธอถูกอักขระต้นแบบกลืนกิน และเมื่อมาถึงหอสมุดเก่า เธอก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดของความจริงที่กำลังเรียกหาเธอ