← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 24ฟรี

ตอนที่ 24 — แผนการทำลายต้นฉบับแสง

กลิ่นโอโซนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บรอนเวนรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังแตกสลาย มันไม่ใช่กลิ่นของฝุ่นหรือกระดาษเก่าที่เธอคุ้นเคยในหอสมุด แต่มันคือกลิ่นของพลังงานบริสุทธิ์ที่กำลังถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด แสงสีทองบนแท่นหินอ่อนยังคงเต้นระบำอย่างไม่หยุดหย่อน มันพริ้วไหวราวกับผืนน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ทว่าในความงามนั้น บรอนเวนเห็นถึงความโหดร้าย—ทุกตัวอักษรที่ถักทอขึ้นมาคือพันธนาการที่จะล็อกชะตากรรมของคนทั้งโลกให้เป็นไปตามที่มันเขียน

“มันกำลังเสถียรขึ้น” เซเลสเทนกระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่า มือที่ถือผลึกแก้วสั่นเทาจนแสงที่ส่องออกมาวูบวาบ “ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างภายในไม่กี่นาทีนี้ แสงพวกนี้จะกลายเป็น 'ความจริง' ที่ถาวร และเมื่อนั้น... ต่อให้เรามีพลังมหาศาลแค่ไหน เราก็จะไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ถูกจารึกไว้ได้อีกเลย”

บรอนเวนกวาดสายตามองไปรอบเรือนกระจกแก้ว พื้นที่ที่เคยดูเหมือนวิหารศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับดูเหมือนกรงขังขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากแสงสว่าง เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในผนังแก้ว—ใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น “เราจะใช้ผลึกแก้วที่เหลืออยู่ทำลายแกนกลางของมัน” บรอนเวนพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบและเด็ดขาดจนเซเลสเทนต้องหันมามอง

“ทำลายเหรอ? บรอนเวน นั่นมันคือต้นกำเนิดของความสมดุลนะ!” เซเลสเทนค้าน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ถ้ามันพังทลายลง แสงในเอลเดอร์เมียร์อาจจะดับวูบไปตลอดกาล”

“ถ้าเราปล่อยให้มันโตขึ้น แสงจะไม่ได้แค่ส่องสว่าง แต่มันจะส่องสว่างเพื่อควบคุมเราทุกคน” บรอนเวนเดินเข้าหาแท่นหิน ความอบอุ่นจากแสงที่แผ่ออกมาเริ่มทำให้ผิวหนังของเธอแสบแปลกๆ “เซเลสเทน คุณรู้ดีที่สุดว่าราชสำนักกำลังรออะไรอยู่ พวกเขาไม่ได้ต้องการความสมดุล พวกเขาต้องการ 'บทสรุป' ที่พวกเขาเขียนเองต่างหาก”

ก่อนที่เซเลสเทนจะได้โต้ตอบ เสียงโลหะกระทบกันก็ดังสนั่นมาจากทางเข้า แสงจากคบเพลิงของกลุ่มทหารยามพุ่งทะลุความมืดเข้ามาเป็นแนว แสงสีส้มจากไฟตัดกับแสงสีทองของต้นฉบับอย่างรุนแรง บรอนเวนเห็นเงาร่างของอาลักษณ์รักษาการณ์ในชุดเกราะเต็มยศนำขบวนเข้ามา พร้อมกับชายร่างสูงในชุดคลุมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่เดินตามมาด้วยท่าทางสุขุมแต่แฝงด้วยรังสีอำมหิต

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนก้องกังวานไปทั่วเรือนกระจก “พวกเจ้ากำลังยุ่งอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ของพวกเจ้า!”

บรอนเวนไม่ได้หันไปมองในทันที เธอจดจ่ออยู่กับแท่นแสงเบื้องหน้า “เซเลสเทน เตรียมผลึกแก้วให้พร้อม เมื่อฉันให้สัญญาณ ให้คุณยิงคลื่นความถี่ตรงข้ามเข้าไปที่แกนกลางของแสง อย่าสนเรื่องความเสียหายของเรือนกระจก สนแค่การทำให้แสงนั้นแตกสลาย!”

“แต่มันอาจจะระเบิด...” เซเลสเทนพึมพำ แต่เธอก็เริ่มขยับมือเตรียมพร้อมตามสัญชาตญาณของนักควบคุมแสง

ทหารยามเริ่มกระจายกำลังล้อมรอบแท่นหิน บรอนเวนเห็นปลายหอกที่ชี้ตรงมาที่เธอ ความกดดันบีบคั้นจนเธอรู้สึกเหมือนปอดกำลังจะขยายไม่ไหว เธอหยิบมีดตัดกระดาษที่พกติดตัวออกมา แต่มันดูเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับอาวุธสงครามตรงหน้า เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางสู้กับคนกลุ่มนี้ได้ด้วยกำลังกาย สิ่งเดียวที่เธอมีคือความรู้เรื่องโครงสร้างของแสงที่เธอเพิ่งค้นพบจากบันทึกการทดลองลับ

“พวกคุณไม่มีสิทธิ์!” บรอนเวนตะโกนสวนกลับไป เสียงของเธอไม่สั่นแม้แต่น้อย “สิ่งนี้ไม่ใช่สมบัติของราชสำนัก แต่มันคือความจริงที่กำลังถูกขโมยไป!”

ชายในชุดคลุมสีน้ำเงินก้าวออกมาข้างหน้า แสงจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบบนใบหน้าของเขา “ความจริงคือสิ่งที่ผู้มีอำนาจกำหนด บรรณารักษ์น้อย... และตอนนี้ หน้าที่ของเจ้าคือการส่งมอบต้นฉบับนั้นให้เรา หรือไม่ก็ยอมให้ถูกลบออกจากบันทึกประวัติศาสตร์ไปเสีย”

“ลบฉันงั้นเหรอ?” บรอนเวนหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ “ลองดูสิ ว่าแสงที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่จะยอมให้คุณลบมันง่ายๆ หรือเปล่า!”

“ทำเลย!” บรอนเวนคำรามสั่ง

เซเลสเทนกระแทกผลึกแก้วลงบนพื้น แสงสีฟ้าหม่นพุ่งวาบออกจากผลึกราวกับสายฟ้า มุ่งตรงไปยังกลุ่มก้อนแสงสีทองบนแท่นหิน ทันทีที่คลื่นพลังงานสองขั้วปะทะกัน เสียงกรีดร้องของอากาศก็ดังขึ้นจนแก้วรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือน แสงสีทองเริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ได้แค่พยายามรักษาตัว แต่มันเริ่ม 'ตอบโต้' มันขยายตัวออกราวกับอสูรกายที่กำลังโกรธแคี้ยว ตัวอักษรที่เคยเป็นระเบียบกลับกลายเป็นหนามแหลมคมที่พุ่งเข้าหาทุกคน

“ระวัง!” เอเลียส (ที่เพิ่งตามมาถึงทางเข้า) ตะโกนสุดเสียงขณะพยายามดันทหารยามออกไป

พายุแสงเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง บรอนเวนเห็นตัวอักษรสีทองพุ่งผ่านหน้าเธอไป มันคือคำว่า 'ความพินาศ' และ 'จุดจบ' แสงเหล่านั้นไม่ได้แค่ลอยผ่าน แต่มันกำลังเผาไหม้ทุกสิ่งที่สัมผัส เรือนกระจกแก้วเริ่มมีรอยร้าวลามไปทั่วผนัง เสียงแตกร้าวของแก้วดังประสานไปกับเสียงคำรามของแสงที่กำลังจะระเบิดออก

ในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะถึงจุดแตกหัก บรอนเวนสังเกตเห็นบางอย่าง... ท่ามกลางความโกลาหลของแสงสีทองที่กำลังจะทำลายทุกสิ่ง มีเส้นแสงสีดำสนิทเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากใจกลางแท่นหิน มันไม่ใช่แสงที่ถักทอขึ้น แต่มันคือ 'เงา' ที่กำลังดูดกลืนแสงสีทองนั้นเข้าไป! มันไม่ใช่การทำลายล้าง แต่มันคือการถูกกัดกินจากภายใน

“มันไม่ได้กำลังจะระเบิด...” บรอนเวนเบิกตากว้าง “มันกำลังถูกบางอย่าง... กลืนกิน!”

ทันใดนั้น แสงสีทองทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำแห่งแสงสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดชั่วขณะ ก่อนที่แรงอัดอากาศมหาศาลจะกระแทกบรอนเวนจนกระเด็นไปชนกับชั้นวางแก้ว เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกครั้ง แสงสีทองหายไปแล้ว เหลือเพียงแท่นหินที่ว่างเปล่า และความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

ทว่า... ที่พื้นตรงหน้าแท่นหิน กลับมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ มันไม่ใช่หนังสือแสง แต่มันคือหนังสือปกหนังสีดำสนิทที่ดูเก่าแก่และทรงพลังอย่างประหลาด และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือมันกำลังมีตัวอักษรสีแดงสด... สีแดงเหมือนเลือด... กำลังค่อยๆ เขียนชื่อของ 'บรอนเวน' ลงบนหน้าแรกอย่างช้าๆ

“บรอนเวน... หนีไป!” เสียงของเซเลสเทนดังมาจากมุมมืด แต่บรอนเวนกลับไม่ขยับเขยื้อน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรสีแดงนั้น เพราะในขณะที่ชื่อของเธอกำลังถูกเขียนเสร็จ บรรทัดถัดมาก็ปรากฏขึ้น...

'...และในความมืดที่แสงสูญสิ้น บรรณารักษ์ผู้ถือครองกุญแจจะพบว่าตนเองคือผู้เขียนบทสุดท้ายของความพินาศ...'

เสียงฝีเท้าของชายในชุดคลุมสีน้ำเงินดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงลากดาบที่กรีดไปตามพื้นหิน บรอนเวนรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่ม แต่มันกำลังเข้าสู่บทที่อันตรายที่สุดที่เธอเคยเผชิญ

--- บรอนเวนและเซเลสเทนพยายามทำลายต้นฉบับแสงกลางเรือนกระจกแก้ว แต่แผนการกลับผิดพลาดเมื่อแสงสีทองถูกเงามืดปริศนากลืนกิน และทิ้งหนังสือปกดำที่เขียนชะตากรรมอันน่าสะพรึงกลัวของบรอนเวนเอาไว้