← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 160ฟรี

ตอนที่ 160 — ห้องนิรภัยไร้เงา

“ให้ตายสิ” เอเลียสพึมพำ พลางกวาดสายตามองผนังหินสูงชันที่ทอดตัวเป็นแนวยาวสุดลูกหูลูกตา “นี่มันใช่ห้องนิรภัยจริงหรือ? หรือว่าเราหลงเข้าไปในเหมือง?”

บรอนเวน ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ สีหน้าเรียบเฉย เธอกระแอมเบาๆ “คุณคาดหวังให้เห็นอะไร, ท่านอาลักษณ์? ห้องโถงที่ประดับด้วยทองคำเปล่งประกาย? หนังสือทุกเล่มที่นี่คือเอกสารสำคัญของราชสำนัก มันต้องได้รับการดูแลอย่างดี”

“ดูแลอย่างดีจนแทบจะเก็บไว้ในใจได้อยู่แล้ว” เอเลียสบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมรับในสิ่งที่บรอนเวนพูด เขาถอนหายใจยาว “เอาล่ะ, เราเข้ามาแล้ว. เซเลสเทน, เธอแน่ใจนะว่าบันทึกเกี่ยวกับคำทำนายของราชสำนักทั้งหมดถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่?”

เซเลสเทนซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาสำรวจรอยสลักบนบานประตูห้องนิรภัยที่ดูเก่าแก่จนแทบจะหลอมรวมไปกับผนัง ตอบโดยไม่เงยหน้า “แน่นอนค่ะ! หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน RY10 ท่านอาร์คอาลักษณ์คาลิบสั่งให้ย้ายเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวกับคำทำนายและนิมิตต่างๆ มาไว้ที่นี่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด” เธอดีดนิ้วเบาๆ “และเพื่อป้องกันไม่ให้ใครหน้าไหนเอาไปใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นประชาชนยังไงล่ะคะ”

เอเลียสขมวดคิ้ว “ปลุกปั่น? ฉันไม่คิดว่าราชสำนักจะมีความคิดเช่นนั้น”

“อย่าเพิ่งรีบตัดสินเลยค่ะ” เซเลสเทนกล่าวอย่างรวดเร็ว “ที่นี่มีช่องระบายอากาศเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้านบนค่ะ ฉันสามารถใช้ผลึกแก้วขนาดเล็กส่งสัญญาณผ่านช่องนั้นเพื่อเปิดประตูจากข้างในได้… แต่มันอาจต้องใช้เวลาสักพักนะคะ” เธอหยิบผลึกแก้วสีฟ้าใสออกมาจากกระเป๋าข้างเอว หมุนมันไปมาในนิ้ว “ผลึกพวกนี้…” เธอชะงักไปเล็กน้อย “มีพลังงานแปลกๆ ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันเหมือนมีอะไรบางอย่าง… ก้องอยู่ในนั้น”

“ก้อง?” เอเลียสเลิกคิ้ว “อะไรก้อง?”

“เหมือนเสียงสะท้อนของ… การสั่นสะเทือนมิติ” เซเลสเทนตอบอย่างลังเล “มันไม่ใช่พลังงานแบบที่อาลักษณ์แสงทั่วไปใช้ แต่ก็ไม่ได้อันตราย… มั้งคะ”

“มั้งคะ?” เอเลียสพึมพำ “ยิ่งฟังยิ่งไม่น่าไว้วางใจ”

ขณะที่เซเลสเทนกำลังใช้ผลึกแก้วสื่อสารกับใครบางคนด้านใน เอเลียสก็เดินสำรวจรอบๆ ห้องนิรภัยแห่งนี้ ผนังหินเย็นเฉียบ แทบจะไม่มีแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามา มีเพียงแสงสลัวจากผลึกแก้วที่เซเลสเทนใช้ส่องทางเป็นครั้งคราว กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและหมึกแห้งลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยสำหรับเขาในฐานะอาลักษณ์ แต่ในสถานที่แห่งนี้ มันกลับให้ความรู้สึกกดดันและอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

“หวังว่าภายในจะไม่ได้เละเทะไปกว่าข้างนอกนะ” เอเลียสบ่นกับตัวเอง เขาพยายามนึกถึงสภาพภายในห้องนิรภัยที่เคยเห็นมาบ้างสมัยเป็นอาลักษณ์ฝึกหัด ส่วนใหญ่จะเป็นชั้นวางหนังสือที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หนังสือทุกเล่มมีป้ายชื่อกำกับอย่างชัดเจน แต่ที่นี่… มันดูโบราณกว่านั้นมาก

เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าชั้นวางหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่ง ฝุ่นหนาเกาะจนแทบมองไม่เห็นชื่อหนังสือที่ถูกสลักไว้บนสันปก เขาปัดฝุ่นออกอย่างเบามือ แต่เมื่อเห็นตัวอักษรโบราณเหล่านั้น เขาก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านปลายนิ้ว

“บรอนเวน, ดูนี่สิ” เขาเรียก “นี่มัน… บันทึกของราชสำนักยุคก่อน…”

บรอนเวนเดินเข้ามาดู “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? ตามกฎแล้ว เอกสารพวกนี้ควรจะอยู่ที่หอจดหมายเหตุกลาง”

“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกำลังสงสัย” เอเลียสกล่าว “และดูเหมือนว่า… กลิ่นของมันจะเปลี่ยนไป”

“เปลี่ยนไป?” บรอนเวนเลิกคิ้ว

“ใช่” เอเลียสตอบ “กลิ่นของหมึกและกระดาษมัน… จางลง ราวกับว่ามันถูก… ฉายซ้ำมาหลายครั้ง” เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวัง หน้ากระดาษกรอบแกรบจนเกือบจะแตกหัก แต่เมื่อเขาเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาเบิกตากว้าง

“นี่มัน…” เขากล่าวเสียงสั่น “เป็นไปไม่ได้!”

บรอนเวนโน้มตัวเข้ามาดู “เกิดอะไรขึ้น?”

“นี่มัน… บันทึกของราชสำนักเกี่ยวกับการใช้คำทำนาย” เอเลียสกล่าว “แต่… มันถูกลบออกไปเกือบทั้งหมด! มีเพียงร่องรอยของหมึกที่จางๆ เท่านั้นที่ยังพอเห็นอยู่” เขาเปิดดูไปเรื่อยๆ สภาพของหนังสือหลายเล่มเป็นแบบเดียวกัน ถูกลบออกไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

“หลังจาก RY10” เอเลียสพึมพำ “พวกเขากลัวอะไรกันแน่?”

เซเลสเทนที่เพิ่งปิดการสื่อสารกับคนด้านใน หันมามอง “มีอะไรเหรอคะ?”

“บันทึกส่วนใหญ่เกี่ยวกับคำทำนาย… ถูกทำลาย” เอเลียสตอบ “ถูกลบออกไปอย่างจงใจ”

“ทำไมล่ะคะ?” เซเลสเทนถามอย่างงุนงง

“นั่นแหละคือคำถาม” เอเลียสกล่าว “มันมีบางอย่างผิดปกติไปจากที่ฉันเคยเรียนรู้” เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูแตกต่างออกไป มันมีสภาพสมบูรณ์กว่าเล่มอื่นๆ และดูเหมือนว่าจะไม่ได้ถูกลบออกไป

“เล่มนี้…” เอเลียสเปิดมันออก “มันพูดถึง… การใช้คำทำนายเพื่อ… ชักจูงประชาชน”

เขาอ่านข้อความที่ปรากฏบนหน้ากระดาษอย่างช้าๆ คำพูดที่คมคายและชัดเจนราวกับใบมีดกรีดลงบนจิตใจของเขา

“‘…โดยการสร้างเรื่องราวของโชคชะตาและหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เราสามารถชี้นำผู้คนให้เดินไปในทิศทางที่เราต้องการได้…’” เขาหยุดไปชั่วครู่ “นี่มัน… นี่มันไม่ใช่การพยากรณ์เพื่อเตือนภัย แต่มันคือ… การควบคุม!”

บรอนเวนยืนนิ่ง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย “พวกเขาใช้คำทำนายเป็นเครื่องมือ… เพื่อรักษาอำนาจของตนเอง”

“ไม่ใช่แค่รักษาอำนาจ” เอเลียสกล่าวเสียงเข้ม “แต่มันคือการปั้นแต่งความจริง! สร้างความหวาดกลัว เพื่อให้ประชาชนยอมจำนนต่อสิ่งที่ราชสำนักต้องการ” เขาเงยหน้าขึ้นมองบรอนเวนและเซเลสเทน “ฉันคิดว่า… ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงพยายามปกปิดบันทึกเหล่านี้”

ขณะที่คำพูดของเอเลียสยังก้องอยู่ในความเงียบ เสียงดัง 'คลิก' เบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านในของบานประตูห้องนิรภัย

“ประตูเปิดแล้วค่ะ!” เซเลสเทนประกาศอย่างตื่นเต้น

เอเลียสพยักหน้า “เอาล่ะ, เราเข้าไปดูกัน” เขาหันไปมองบรอนเวน “แต่จำไว้, บันทึกพวกนี้ถูกลบออกไปทั้งหมด… ยกเว้นสิ่งที่พวกเขาต้องการให้เราเห็น”

ประตูห้องนิรภัยค่อยๆ แง้มออก เผยให้เห็นความมืดมิดที่ดูเหมือนจะกลืนกินทุกสิ่งเข้าไป… และท่ามกลางความมืดนั้น เขาก็เห็นบางอย่างสะท้อนแสงแวบหนึ่ง

“นั่นมัน…” เอเลียสเอ่ย “…อะไร?”

เขาเห็นเศษเสี้ยวของสิ่งของบางอย่างที่ดูเหมือนจะส่องประกายสีเข้ม ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดของห้องนิรภัยที่ไร้เงา

--- เอเลียสพยายามเข้าถึงบันทึกคำพยากรณ์ของราชสำนักในห้องนิรภัย แต่กลับพบว่าส่วนใหญ่ถูกทำลายไป เขาจึงค้นพบเอกสารฉบับเดียวที่รอดมาได้ ซึ่งเผยให้เห็นว่าราชสำนักใช้คำพยากรณ์เพื่อควบคุมประชาชน ก่อนที่ประตูห้องนิรภัยจะเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งลึกลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน