ตอนที่ 10 — รอยเท้าบนฝุ่นและเอกสารที่ถูกซ่อน
เสียงฝีเท้าของเอเลียสย่ำลงบนใบไม้แห้งที่กรอบเกรียมด้วยความร้อนของเมืองเอลเดอร์เมียร์ เขาสูดลมหายใจเข้าปอด พยายามกดความหงุดหงิดที่พุ่งขึ้นสูงเมื่อต้องเดินลัดเลาะผ่านเขตชานเมืองที่เต็มไปด้วยวัชพืชและซากปรักหักพัง แผนที่หนังแกะในมือเขาสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะก้าวเดิน รอยหมึกสีน้ำเงินที่ระบุตำแหน่งคฤหาสน์ร้างดูเหมือนจะจงใจขีดเขียนขึ้นมาเพื่อล่อให้เขามาที่นี่
"ถ้ามันเป็นกับดัก ฉันหวังว่าพวกนายจะเตรียมค่าธรรมเนียมการทำความสะอาดชุดอาลักษณ์ของฉันไว้ด้วย" เอเลียสพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญกับอากาศที่เริ่มเย็นลงเมื่อเข้าใกล้เขตป่ารก
เบื้องหน้าของเขา คฤหาสน์หลังมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ที่รกชัฏ ผนังหินสีเทาถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ ดูเหมือนสถานที่ที่ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษหลังเหตุการณ์ความไม่สงบใน RY10 แต่เมื่อเอเลียสขยับเข้าไปใกล้ขึ้น เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ที่ควรจะผุพังกลับมีร่องรอยการขัดเงาที่ขอบประตู และที่สำคัญกว่านั้นคือ รอยลากของรถลากขนาดเล็กบนพื้นดินที่เพิ่งถูกลมพัดผ่านไปไม่นานนัก
เขาหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าข้างเอว แสงสว่างจางๆ จากผลึกสะท้อนกับฝุ่นที่ลอยฟุ้งในอากาศ เอเลียสพยายามรักษาระดับการหายใจให้คงที่ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อสำรวจสถาปัตยกรรม แต่เขามาตามรอยผู้ว่าจ้างปริศนาที่ส่งจดหมายนิรนามมาหาเขาด้วยเนื้อความสั้นๆ ว่า 'ความจริงไม่ได้อยู่ในห้องสมุด แต่อยู่ในความเงียบ'
เมื่อผลักประตูเข้าไป เสียงบานพับที่ไม่ได้หยอดน้ำมันดังบาดหูจนเขาต้องขมวดคิ้ว ภายในคฤหาสน์มีกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นไหม้จางๆ ของตะเกียงน้ำมัน เอเลียสเดินผ่านโถงทางเดินกว้างที่มีรูปปั้นแตกหักตั้งอยู่ตามมุมห้อง เขาใช้แสงจากผลึกแก้วส่องไปตามผนัง มองหาเบาะแสที่เชื่อมโยงกับอาลักษณ์แสง
"ไม่มีร่องรอยของผลึกแก้วระดับสูงเลย" เขาประเมินสถานการณ์ในใจ สายตาคมกริบกวาดมองตามพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนา "แต่มีรอยเท้า... รอยเท้าที่ใส่รองเท้าหนังชั้นดี"
เขาเดินลึกเข้าไปจนถึงห้องโถงกลาง และพบกับสิ่งที่น่าสงสัยที่สุด คือตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เก็บหนังสือทั่วไป เอเลียสสังเกตเห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่พื้นไม้ใต้ฐานตู้ เขาไม่ได้ใช้แรงมหาศาล แต่ใช้แท่งเหล็กขนาดเล็กที่พกติดตัวงัดเข้าที่ร่องไม้ข้างฐานตู้ เสียงกลไกฟันเฟืองดัง คลิก เบาๆ ก่อนที่ผนังไม้ด้านหลังชั้นหนังสือจะเลื่อนออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องว่างที่มืดมิด
เอเลียสก้าวเข้าไปในห้องทำงานลับที่ซ่อนอยู่ กลิ่นของหมึกและกระดาษที่นี่เข้มข้นกว่าด้านนอกหลายเท่า แสงจากผลึกแก้วของเขาสาดไปทั่วห้องที่เต็มไปด้วยโต๊ะทำงานและชั้นวางเอกสารที่จัดระเบียบอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความรกแบบคนทิ้งร้าง แต่มันคือความระเบียบแบบแผนที่น่าขนลุก เอกสารจำนวนมหาศาลถูกวางกองไว้บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ตรงกลางห้อง
เขาหยิบม้วนกระดาษหนึ่งขึ้นมาอ่าน แสงจากผลึกสะท้อนลงบนตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือที่ประณีตจนน่าประหลาดใจ มันไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์ทั่วไป แต่มันคือแผนผังการจัดการข้อมูล
"การจัดการคำทำนาย..." เอเลียสอ่านออกเสียงเบาๆ หัวใจของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะ
เขาเริ่มพลิกอ่านเอกสารแผ่นต่อแผ่น เนื้อหาข้างในระบุถึงกระบวนการ 'คัดกรอง' และ 'บิดเบือน' คำพยากรณ์ที่ได้จากบันทึกเก่าแก่ มีการระบุถึงกลยุทธ์การใช้คำทำนายถึง 'ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก' ในการสร้างความหวาดกลัวและสร้างความหวังปลอมๆ เพื่อชักจูงกลุ่มอาลักษณ์และราชสำนักให้เดินไปตามเส้นทางที่พวกเขากำหนดไว้
"นี่มันไม่ใช่แค่การบันทึก" เอเลียสกัดฟัน พลางพลิกไปเจอเอกสารที่มีตราประทับสีดำสนิทซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในระบบอาลักษณ์แสง "มันคือการทำสงครามทางข้อมูล"
รายละเอียดในเอกสารชี้ให้เห็นว่ามีองค์กรลับกลุ่มหนึ่งกำลังแทรกซึมเข้าไปในทุกระดับของอำนาจในเอลเดอร์เมียร์ พวกเขาไม่ได้ต้องการทำลายคำทำนาย แต่ต้องการ 'ถือครอง' มัน เพื่อให้แน่ใจว่าอนาคตที่เกิดขึ้นจะเป็นอนาคตที่พวกเขาต้องการให้เป็นเท่านั้น เอกสารแผ่นหนึ่งระบุถึงรายชื่อของบุคคลสำคัญในราชสำนักที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หรืออย่างน้อยก็เป็นเครื่องมือขององค์กรนี้
เอเลียสรู้สึกเหมือนโลกที่เขาเคยรู้จักกำลังสั่นคลอน กฎเกณฑ์ของอาลักษณ์ที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าคือการรักษาความถูกต้องของความจริง กำลังถูกใช้เป็นฉากบังหน้าของการบิดเบือนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
เขารีบเก็บเอกสารสำคัญบางส่วนใส่ในกระเป๋าหนังอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอกคฤหาสน์ เสียงนั้นไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่มาเป็นกลุ่ม
เอเลียสรีบดับแสงจากผลึกแก้วทันที ความมืดมิดเข้าครอบคลุมห้องทำงานลับ เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ พยายามควบคุมลมหายใจให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่แสงไฟจากคบเพลิงเริ่มสาดส่องผ่านช่องว่างของประตูที่เพิ่งปิดลง
เขารู้แล้วว่างานนี้ไม่ใช่แค่การตามหาผู้ว่าจ้างอีกต่อไป แต่มันคือการเดิมพันด้วยความอยู่รอดของความจริงในเอลเดอร์เมียร์ และเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะลากคอพวกมันออกมาให้ได้
--- เอเลียสตามรอยผู้ว่าจ้างจนพบห้องทำงานลับในคฤหาสน์ร้าง และค้นพบหลักฐานว่ามีองค์กรลับกำลังบิดเบือนคำทำนายเพื่อควบคุมเมืองเอลเดอร์เมียร์