← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 130ฟรี

ตอนที่ 130 — การลักลอบเข้าสู่หอจดหมายเหตุต้องห้าม

เสียงฝีเท้าที่พยายามกดให้เบาที่สุดของไมโลกระทบลงบนพื้นหินขัดมันของทางเดินในสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ ทว่าในความเงียบงัดนั้น ทุกจังหวะการก้าวเดินกลับดูเหมือนจะดังสะท้อนไปทั่วโถงทางเดินยาวที่ประดับด้วยอักขระเรืองแสงสีฟ้าอ่อน เขาหยุดชะงัก มือขวากำด้ามมีดสั้นที่ทำจากหินสลักไว้แน่น เหงื่อเย็น ๆ ไหลซึมตามไรผมขณะที่เขาสังเกตเห็นแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่วูบไหวอยู่ตรงหัวมุมด้านหน้า

'ถ้าถูกจับได้... พวกเขาจะไม่แค่ขังฉัน แต่จะลบชื่อฉันออกจากสารบบ' ไมโลพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ เขาต้องผ่านยามสองคนตรงจุดตรวจอักขระอาคมที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ หากอักขระตรวจจับที่พื้นสั่นไหวเพียงนิดเดียว ระบบรักษาความปลอดภัยจะส่งสัญญาณเตือนไปยังหอคอยกลางทันที

ไมโลหมอบลงกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ เขาใช้แรงทั้งหมดดันตัวเข้าไปในช่องว่างแคบ ๆ ระหว่างเสาหินสลักลายที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างทางเดิน สายตาเขามองผ่านร่องหิน เห็นรองเท้าบูทหนังหนาของยามสภาเดินผ่านไปอย่างช้า ๆ เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังกริ๊ก ๆ กระตุ้นหัวใจให้เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เมื่อเสียงฝีเท้าจางหายไป ไมโลจึงรีบคลานออกมาแล้วมุ่งหน้าสู่ประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่สลักด้วยอักขระ 'ปิดกั้น' (Seal) ระดับสูง

เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อขโมยแร่หมึก แต่เขามาเพื่อค้นหาความจริงที่อคิราห์ทิ้งไว้ในคำบอกเล่าก่อนที่จะแยกทางกัน ข้อมูลที่ว่าบันทึกต้นน้ำแห่งหมึกบรรกาลถูกจงใจลบออก ไมโลใช้แผ่นหินจารึกขนาดเล็กที่ขโมยมาจากห้องเก็บของ ค่อย ๆ วางลงบนร่องอักขระประตู เขาต้องถ่ายโอนกระแสหมึกจากแผ่นหินของตนเข้าสู่กลไกประตูอย่างแม่นยำ หากเส้นสายผิดเพี้ยนไปเพียงองศาเดียว ประตูจะระเบิดออกพร้อมกับแจ้งเตือนความผิดพลาดทันที

'ขยับซ้ายอีกนิด... ไม่ใช่ แบบนั้นมันจะตีกลับ' เขาพยายามบังคับมือที่สั่นเทา ลายเส้นบนแผ่นหินเริ่มเรืองแสงสีม่วงหม่น เขาค่อย ๆ ประคองกระแสพลังให้ไหลลื่นไปตามรอยสลัก ลมหายใจของเขาติดขัดเป็นจังหวะสั้น ๆ จนกระทั่งเสียง 'คลิก' เบา ๆ ดังขึ้น ประตูไม้หนักอึ้งค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ

ภายในห้องสมุดของสภาจารึก กลิ่นของหมึกเก่าและกระดาษหนังที่แห้งกรังอบอวลไปทั่วชั้นวางหนังสือที่สูงเสียดฟ้า แสงสลัวจากอักขระนำทางทำให้เห็นชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์ไมโลเดินลึกเข้าไปในโซน 'อักขระต้องห้าม' ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกปิดตายด้วยคำสั่งของอาวุโสคัลลัน เขาหยิบม้วนคัมภีร์หนึ่งขึ้นมา ปัดฝุ่นหนาเตอะออก แล้วเริ่มกวาดสายตามองดูลายเส้นที่ถูกขีดฆ่า

แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ตรงมุมมืดของชั้นวางที่ลึกที่สุด มันไม่ใช่ลายเส้นที่สมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของสภา แต่มันคือรอยเปื้อนสีดำที่ดูคล้ายกับคราบหมึกที่หกเลอะเทอะ รอยเปื้อนนั้นดูไร้ระเบียบ ไร้ทิศทาง และดูเหมือนจะกำลัง 'ไหล' ไปมาบนแผ่นหนังอย่างช้า ๆ

'นี่มัน... โรคหมึกละลายงั้นเหรอ?' ไมโลขมวดคิ้ว เขาจำได้ว่าพวกสภาประกาศว่ารอยเปื้อนเหล่านี้คือความล้มเหลวของจิตวิญญาณ คือความเสื่อมสลายที่ต้องถูกเผาทำลายเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของระบบอักขระ

เขายื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสรอยเปื้อนนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลงบนรอยหมึกที่ดูเหมือนจะไร้ค่า ความรู้สึกหนึ่งก็แล่นพล่านเข้าสู่โสตประสาท มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือกระแสความรู้ที่พุ่งพล่าน รอยเปื้อนเหล่านั้นไม่ได้ไร้ความหมาย แต่มันคืออักขระที่ 'เคลื่อนไหวได้' มันคือรูปแบบที่ไม่ได้ยึดติดกับโครงสร้างแข็งทื่อของสภา แต่มันปรับเปลี่ยนตามแรงสั่นสะเทือนของโลก

ไมโลเบิกตากว้าง เขาเริ่มเห็นรูปแบบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเลอะเทอะนั้น หากเขาลากเส้นต่อจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งตามแรงดึงดูดของรอยเปื้อน ลายเส้นที่ดูเหมือนขยะจะกลายเป็นวงจรพลังงานที่ซับซ้อนยิ่งกว่าอักขระศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเคยเรียนมาเสียอีก มันคือภาษาที่ไม่ได้ถูกจารึกเพื่อควบคุม แต่ถูกจารึกเพื่อสื่อสารกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ

'พวกเขากำลังหลอกเรา...' เขาพึมพำ เสียงกระซิบของเขาแห้งผาก 'พวกเขาไม่ได้เผาทำลายรอยเปื้อนเพราะมันอันตราย แต่เพราะพวกเขากลัวว่าถ้าคนรู้ว่ารอยเปื้อนนี้คือพลังที่แท้จริง อำนาจของสภาจะสิ้นสุดลง'

ขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความลับที่เพิ่งค้นพบ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของยามก็ดังขึ้นที่หน้าห้องสมุด แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาทางช่องประตูที่เขายังเปิดทิ้งไว้ ไมโลรีบเก็บม้วนคัมภีร์ที่มีรอยเปื้อนนั้นไว้ในเสื้อคลุมของเขา หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหนีออกไปทางหน้าต่างชั้นบนที่เปิดรับลมหมอก

เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายและการตามล่าจากสภาจารึก แต่ความลับที่เขาถืออยู่ในมือนี้คืออาวุธชนิดเดียวที่จะทำให้เขาและกลุ่มของอคิราห์มีโอกาสรอดพ้นจากโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ ไมโลมองออกไปที่ขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยหมอกหนาของคีรีคราม พลางเริ่มคิดถึงวิธีที่จะสลักรอยเปื้อนเหล่านี้ลงบนผิวหนังของตนเองเพื่อสร้างเส้นทางใหม่ที่ไม่มีใครเคยเดินมาก่อน

เขากระโดดลงจากขอบหน้าต่าง ทิ้งตัวลงสู่เงามืดของป่าหมอกเบื้องล่าง ท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกของยามที่ดังไล่หลังมา

--- ไมโลลักลอบเข้าห้องสมุดต้องห้ามและค้นพบว่า 'โรคหมึกละลาย' แท้จริงแล้วคืออักขระรูปแบบใหม่ที่มีพลังมหาศาลซึ่งสภาจารึกพยายามปกปิดไว้ เขาจึงตัดสินใจใช้ความลับนี้ในการหาทางเอาชีวิตรอด