← All chapters

The Call of Thunder Peak

Chapter 57Free

ตอนที่ 57 — เสียงสะท้อนแห่งแกนกลางที่แท้จริง

ความเงียบงันที่เคยโอบล้อมเมฆาเริ่มคลายตัวออกทีละน้อย ทิ้งไว้เพียงเสียงแผ่วเบาของอนุภาคฝุ่นที่ร่อนลงมาจากเพดานถ้ำใต้พิภพ ภาพเบื้องหน้าของเขาคือเศษซากของ 'ระฆังทองคำต้นกำเนิด' ที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ เศษเสี้ยวเหล่านั้นยังคงส่องประกายเรืองรองราวกับดวงดาวที่ดับแสง แต่ยังคงความอบอุ่นไว้ในตัวมันเอง

เมฆาพยายามประคองร่างกายที่อ่อนล้า ลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ สัมผัสสุดท้ายที่เขารับรู้ได้จากระฆังทองคำก่อนที่มันจะแตกสลาย คือ 'เสียงสะท้อนแห่งการดำรงอยู่' สัญญาณแห่งชีวิตที่แท้จริงซึ่งแตกต่างจาก 'แกนกลางเสียงแห่งวัฏจักร' ที่เขามีอยู่ มันไม่ใช่พลังแห่งการสร้างสรรค์หรือการทำลายล้าง หากแต่เป็นรากฐานของทุกสิ่ง สัจธรรมอันบริสุทธิ์ที่เชื่อมโยงทุกสรรพเสียงและทุกสรรพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน

“มันแตกสลายแล้ว…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง เมฆาหันไปมองพบชายหน้ากากโลหะยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาฉายแววเศร้าสร้อย “ข้าพยายามแล้ว แต่พลังของ 'ภาคีจังหวะดับสูญ' นั้นแข็งแกร่งเกินไป… พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ความเงียบ… แต่ต้องการการดับสูญอย่างแท้จริง”

เมฆากลืนน้ำลายฝืด เขาจำได้ว่าชายคนนี้คือผู้ที่มอบ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' และเศษผลึกแกนเสียงให้เขา เขาคือผู้ที่คอยปกป้องเขาจากอสูรคลื่นสูญญากาศและสกัดกั้น 'ความเงียบ' มาโดยตลอด

“แล้ว… แล้วแกนกลางเสียงที่แท้จริงเล่า?” เมฆาถาม เสียงของเขาแหบพร่า “ข้าสัมผัสได้ถึงมัน… มันกำลังสั่นสะเทือน… อยู่ที่ไหนสักแห่ง…”

ชายหน้ากากโลหะส่ายหน้า “แกนกลางที่เจ้าสัมผัสได้… คือ 'เสียงสะท้อนแห่งแกนกลางที่แท้จริง'… ไม่ใช่ตัวตนของมันเสียทีเดียว… ระฆังทองคำต้นกำเนิดที่แตกสลาย… ได้ปลดปล่อยเศษเสี้ยวของ 'แก่นเสียงแห่งการดำรงอยู่' ออกมา… พลังเหล่านั้นกำลังหล่อหลอมรวมกัน… ก่อตัวเป็นสิ่งใหม่… สิ่งที่จะกำหนดชะตากรรมของโลกใบนี้…”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเมฆาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามดันตัวเองขึ้นมาจากเบื้องล่าง เศษซากของระฆังทองคำที่กระจัดกระจายเริ่มสั่นไหว เกิดเสียงหวีดหวิวที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงกึกก้องที่น่าสะพรึงกลัว

“มันกำลังก่อตัว…” ชายหน้ากากโลหะกล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียด “มันคือ 'แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน'… ผู้ที่สามารถควบคุมมันได้… จะสามารถควบคุมความเป็นไปของทุกสรรพเสียง… และความเงียบ…”

เมฆาเงยหน้ามองเพดานถ้ำที่เริ่มปริแตก แสงสีทองอร่ามส่องลอดผ่านออกมา ประกายแสงนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นลำแสงสีทองที่พุ่งตรงลงมายังจุดศูนย์กลางของซากระฆังทองคำ

“ระฆังทองคำ… ไม่ได้แตกสลายไปเสียทั้งหมด…” เมฆากล่าวเบาๆ “มันกำลัง… กำเนิดใหม่…”

ร่างของเมฆาค่อยๆ ลอยขึ้นสู่เบื้องบน สัมผัสของเขาถูกดึงดูดเข้าหาลำแสงสีทองนั้น ราวกับเป็นแม่เหล็กที่กำลังดึงดูดเศษเหล็ก ชายหน้ากากโลหะมองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล

“ไปเถอะ เมฆา…” ชายหน้ากากโลหะกล่าว “จงนำพาสิ่งนั้น… ไปสู่โลก… จงอย่าให้ความเงียบ… กลืนกินทุกสิ่ง…”

เมฆาไม่ตอบ เขาปล่อยให้กระแสพลังดึงเขาเข้าไปในลำแสงสีทองนั้น ภาพเบื้องหน้าของเขาพร่าเลือน ก่อนจะปรากฏเป็นภาพของ 'แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน' ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นลูกแก้วผลึกขนาดมหึมาที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับจักรวาลย่อส่วน ภายในแกนกลางนั้นสั่นสะเทือนด้วยคลื่นพลังงานนับไม่ถ้วนที่ก่อตัวเป็นลวดลายอันซับซ้อน

เมฆาสัมผัสได้ถึง 'เสียงกระซิบ' ของแกนกลางนั้น มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นคลื่นความถี่ที่ส่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณของเขา มันเต็มไปด้วยความทรงจำของโลก… ความทรงจำของสรรพเสียงที่เคยมีอยู่… และเสียงร่ำไห้ของความเงียบที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

“ข้า… จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น…” เมฆากล่าวอย่างแน่วแน่ เขาพยายามใช้ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' และ 'ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง' เพื่อเชื่อมต่อกับแกนกลางแห่งเสียงสะท้อน แต่พลังของมันช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะรับมือได้โดยตรง

ทันใดนั้นเอง ชายหน้ากากโลหะก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับ 'โครนอส' ช่างตีเหล็กแห่งคลื่นความถี่

“เรามาช่วยเจ้า เมฆา” โครนอสกล่าว เสียงของเขาดังกังวานราวกับเสียงระฆัง “พลังของแกนกลางแห่งเสียงสะท้อนนั้น… เกินกว่าที่มนุษย์คนเดียวจะควบคุมได้… แต่เรา… จะช่วยให้เจ้าสามารถ… ปรับจูนมันได้…”

ชายหน้ากากโลหะยื่น 'เศษผลึกแกนเสียง' ชิ้นสุดท้ายที่เขามีให้กับเมฆา “นี่คือ… สิ่งสุดท้าย… ที่จะช่วยเจ้า… จงใช้มัน… ผสานรวมกับพลังของเจ้า… และนำพาสิ่งนี้… ไปสู่โลก…”

เมฆารับเศษผลึกแกนเสียงมาอย่างสั่นเทา เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก และสัมผัสถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา พลังแห่งการดำรงอยู่ พลังแห่งวัฏจักร และพลังแห่งความเงียบที่กำลังคุกคาม

“ข้าพร้อมแล้ว…” เมฆากล่าว

ทั้งสามคนยืนประจันหน้ากับแกนกลางแห่งเสียงสะท้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ โครนอสเริ่มดีด 'ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง' สร้างคลื่นความถี่ที่ค่อยๆ โอบล้อมแกนกลางไว้ ชายหน้ากากโลหะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อสกัดกั้น 'เสียงกระซิบของความว่างเปล่า' ที่เริ่มแผ่ขยายวงกว้างขึ้น

เมฆาหลอมรวม 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' 'เศษผลึกแกนเสียง' และ 'แกนกลางเสียงแห่งวัฏจักร' ที่เขาครอบครองเข้าไว้ด้วยกัน เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อเชื่อมต่อกับแกนกลางแห่งเสียงสะท้อน พยายามที่จะนำพามันไปสู่การดำรงอยู่

“การเปลี่ยนแปลง… กำลังจะเกิดขึ้น…” โครนอสกล่าว

ขณะที่เมฆากำลังจะประสบความสำเร็จ เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากเบื้องบน เพดานถ้ำที่เคยสั่นสะเทือนเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินขนาดมหึมาหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่นะ!” ชายหน้ากากโลหะตะโกน “ภาคีจังหวะดับสูญ… พวกมันตามมาถึงที่นี่แล้ว!”

กลุ่มของ 'ภาคีจังหวะดับสูญ' ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เหนือซากระฆังทองคำ พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นม่านพลังงานสีดำสนิทที่บิดเบี้ยวราวกับเงาแห่งความมืด

“ความเงียบ… จะครอบงำทุกสิ่ง…” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากใจกลางกลุ่มภาคี

เมฆาเห็นภาพเบื้องหน้าของเขาดับวูบลงไปอีกครั้ง ความเงียบอันสมบูรณ์แบบกำลังคืบคลานเข้ามา กลืนกินแสงสว่าง กลืนกินเสียง และกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

“ไม่…” เมฆากล่าวอย่างสิ้นหวัง “ข้า… ยังไม่ยอมแพ้…”

เขากำ 'เศษผลึกแกนเสียง' ในมือแน่น สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากแกนกลางแห่งเสียงสะท้อนที่กำลังก่อตัวขึ้น แม้ว่า 'ภาคีจังหวะดับสูญ' จะพยายามกลืนกินทุกสิ่ง แต่แกนกลางแห่งการดำรงอยู่ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้

“ข้าจะใช้พลังของท่าน… เพื่อขับไล่พวกมัน…” เมฆากล่าวกับแกนกลางแห่งเสียงสะท้อน

เขาตั้งสมาธิอย่างแรงกล้า รวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด ผสานรวมกับ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' และ 'ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง' เขาปล่อยคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนออกไป ปะทะเข้ากับม่านแห่งความเงียบของภาคีจังหวะดับสูญ

เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง แสงสีทองอร่ามปะทะกับความมืดมิด เสียงกึกก้องระเบิดขึ้นทั่วทั้งถ้ำ

“นี่คือ… เสียงสะท้อน… แห่งการดำรงอยู่!” เมฆาตะโกน

คลื่นพลังงานของแกนกลางแห่งเสียงสะท้อนที่เมฆาควบคุมได้ ขับไล่ม่านแห่งความเงียบของภาคีออกไปทีละน้อย พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลังงานสีดำเริ่มสลายตัวไป

แต่ชัยชนะนี้ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว ร่างของเมฆาเริ่มสั่นเทา เขาอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พลังทั้งหมดถูกใช้ไปกับการต่อสู้ครั้งนี้

“สำเร็จแล้ว…” โครนอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “เจ้าทำได้… เมฆา… แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน… กำลังก่อตัว… และมัน… กำลังนำพาสิ่งนั้น… ไปสู่โลก…”

ขณะที่เมฆากำลังจะหมดสติ เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันคุ้นเคย… แรงสั่นสะเทือนจาก 'แกนกลางที่แท้จริง' ของโลก… มันกำลังเรียกหา… มันกำลังรอคอย…

“ข้า… ต้องไป…” เมฆากล่าวเบาๆ

ชายหน้ากากโลหะพยักหน้า “ไปเถอะ เมฆา… โลก… ต้องการเจ้า… ต้องการ 'เสียงสะท้อนแห่งแกนกลางที่แท้จริง'… จงนำพามัน… ไปสู่การดำรงอยู่… และจงอย่าให้… ความเงียบ… ชนะ…”

ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับวูบไป เมฆาเห็นภาพของ 'แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน' ที่สมบูรณ์แล้ว กำลังถูกดึงดูดเข้าสู่รอยแยกมิติที่เปิดออกสู่โลกภายนอก… มันส่องแสงเจิดจ้า… นำพาเสียง… นำพาชีวิต… กลับคืนสู่ทุกสรรพสิ่ง…

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึง 'เสียงกระซิบ' อีกเสียงหนึ่ง… เสียงที่ดังมาจากที่ไกลแสนไกล… เสียงที่แฝงเร้นด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว… เสียงของ 'แกนกลางที่แท้จริง'… ที่กำลังรอคอย… การมาถึงของเขา… ภัยคุกคามครั้งใหม่… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…

--- เมฆาประสบความสำเร็จในการขับไล่ 'ภาคีจังหวะดับสูญ' และนำพา 'แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน' ซึ่งก่อตัวขึ้นจากซากระฆังทองคำต้นกำเนิด ไปสู่โลกได้สำเร็จ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึง 'เสียงกระซิบ' จาก 'แกนกลางที่แท้จริง' ของโลก ซึ่งบ่งบอกถึงภัยคุกคามครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง