← All chapters

The Call of Thunder Peak

Chapter 32Free

ตอนที่ 32 — เสียงเพลงของเครื่องมือไร้เสียง

กลิ่นอายของโลหะร้อนระอุและควันกำมะถันลอยอวลอยู่ในอากาศหนาทึบของโรงตีเหล็กขนาดมหึมา ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญของค้อนที่ทุบลงบนเหล็กกล้า และเสียงฟู่ของน้ำที่ดับร้อน เศษเสี้ยวของผลึกแกนเสียงที่เมฆาเก็บรักษาไว้ในมือ สั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นหินแข็งราวกับมีชีวิตของมันเอง เสียงสั่นสะเทือนเหล่านั้นมิใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้ผ่านฝ่าเท้าที่สัมผัสกับพื้นโดยตรง และซึมผ่านเข้ามาในกระดูกสันหลัง มันเป็นภาษากายของโลกที่เขาเคยคุ้นเคยก่อนที่ความเงียบงันจะเข้าครอบงำ

“เจ้ามาถูกที่แล้ว เด็กน้อย” เสียงทุ้มกังวานดังขึ้น ราวกับคลื่นเสียงที่บีบอัดจนมีความหนาแน่นผิดปกติ ชายร่างสูงใหญ่ในชุดหนังหนาสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนที่เต็มไปด้วยรอยไหม้ ยืนอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมที่ลุกโชน เปลวไฟสีส้มอมแดงสาดส่องใบหน้าที่ถูกบดบังด้วยเงาและความร้อน จนยากจะมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน เขาถือค้อนเหล็กขนาดใหญ่ไว้ในมือขวา โดยที่นิ้วโป้งกดลงบนด้ามค้อนเบาๆ ราวกับจะสื่อสารบางอย่าง

เมฆามองไปยังชายตรงหน้าด้วยความหวังระคนหวาดระแวง เขาจำได้ดีถึงภาพที่ 'จิตวิญญาณแห่งดินแดน' อธิบายถึงบุคคลผู้นี้ ช่างตีเหล็กผู้เดียวในหุบเขาเสียงสะท้อนที่เข้าใจ 'ภาษาแห่งคลื่นความถี่' อย่างแท้จริง

“ข้า... ข้ามาหาท่าน” เมฆาส่งเสียงตอบกลับไป เสียงของเขาแหบพร่าและเบาบาง ราวกับถูกกลืนกินด้วยเสียงอึกทึกของโรงตีเหล็ก เขาพยายามปรับ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' ที่สวมอยู่บนข้อมือซ้ายอีกครั้ง สัมผัสที่ได้รับจากมันยังคงแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนโดยตรง แต่เป็นเหมือนการตีความสัญญาณที่เครื่องมือประมวลผลออกมาเป็นความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ราวกับกำลังฟังเสียงดนตรีที่มองไม่เห็น

“สิ่งที่เจ้าถือมา... มันไม่ใช่แค่เศษหิน” ช่างตีเหล็กกล่าวต่อ โดยไม่รอคำตอบ เขาก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงขึ้น “มันคือหัวใจของเสียง กำลังจะแตกสลาย”

เมฆาเงยหน้ามองช่างตีเหล็ก พลางกำเศษผลึกแกนเสียงในมือแน่นขึ้น ความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้ามาในกระดูก บ่งบอกถึงความสิ้นหวังที่ใกล้เข้ามา “ท่าน... ท่านจะช่วยข้าได้หรือไม่?”

ช่างตีเหล็กหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นก้องกังวานราวกับเสียงสะท้อนในหุบเขา “ข้าคือ 'โครนอส' ช่างตีเหล็กแห่งคลื่นความถี่ หน้าที่ของข้าคือการหลอมรวมสิ่งที่แตกสลายให้เป็นหนึ่งเดียว แต่... การจะหลอมรวม 'แกนเสียง' นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนการตีเหล็กธรรมดา”

เขาเดินอ้อมเมฆาไปยังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือประหลาดนานาชนิด มีทั้งค้อนขนาดต่างๆ ที่มีรูปทรงไม่เหมือนใคร, เหล็กเส้นที่มีลวดลายซับซ้อน, และโลหะที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายด้วยแสงภายในตัวเอง “เจ้าสังเกตเห็นสิ่งใดในเครื่องมือที่ชายหน้ากากนั่นมอบให้เจ้าหรือไม่?”

เมฆาก้มมองเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองที่ข้อมือ “มัน... มันช่วยให้ข้ารับรู้ถึงความถี่ของสิ่งต่างๆ ได้ แต่... มันยังไม่สมบูรณ์”

“ความถี่...” โครนอสพึมพำ “ถูกต้องแล้ว โลกเราไม่ได้มีเพียงแค่เสียงดัง เสียงเบา หรือเสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่มันคือการสั่นสะเทือนในทุกอนุภาค จิตวิญญาณของเจ้าเคยเชื่อมโยงกับมันโดยตรง แต่เมื่อเจ้าสูญเสียทุกสิ่งไป การเชื่อมโยงนั้นก็ขาดสะบั้นลง สิ่งที่เจ้ามีตอนนี้เป็นเพียงเครื่องมือที่พยายามจะเลียนแบบสิ่งนั้น”

เขาหยิบเครื่องมือชิ้นหนึ่งขึ้นมา มันมีลักษณะคล้ายกับส้อมเสียงขนาดใหญ่ที่ทำจากโลหะสีดำสนิท มีลวดลายแกะสลักละเอียดอ่อน “นี่คือ 'ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง' มันจะช่วยให้เจ้าสามารถปรับจูนความถี่ของเครื่องรับของเจ้าให้เข้ากับคลื่นความถี่ของแกนเสียงที่กำลังจะแตกสลายได้”

โครนอสยื่นส้อมเสียงนั้นให้เมฆา “แต่เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะ 'ฟัง' ด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยหู สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การตีความของเครื่องมือ”

เมฆารับส้อมเสียงมาอย่างระมัดระวัง มันเย็นเฉียบแต่กลับรู้สึกหนักแน่นในมือ ความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน ทำให้เขารู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่หลับใหล

“ข้า... ข้าจะลองดู” เมฆากล่าว เขายกเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองขึ้นมา และค่อยๆ นำส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องเข้าใกล้ มันไม่ได้แตะต้องกันโดยตรง แต่เมื่อส้อมเสียงเริ่มสั่นไหว ความรู้สึกบางอย่างก็เกิดขึ้นในเครื่องรับที่ข้อมือของเขา แสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่เคยปรากฏขึ้นอย่างกระจัดกระจาย เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน และความถี่ที่เครื่องรับแสดงผลก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

“เห็นไหม” โครนอสกล่าว “เจ้ากำลังก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง แต่... การหลอมรวมแกนเสียงนั้นต้องการมากกว่าแค่การปรับจูน มันต้องการ 'แหล่งพลังงาน' ที่มั่นคง”

เขาหันไปมองเตาหลอมที่ลุกโชน “ข้าได้เตรียม 'เหล็กแห่งคลื่นความถี่' ไว้แล้ว มันคือโลหะที่ถูกหลอมรวมกับพลังงานของการสั่นสะเทือนมานับพันปี เมื่อเจ้าสามารถปรับจูนเครื่องรับของเจ้าให้เข้ากับแกนเสียงได้แล้ว ข้าจะใช้เหล็กนี้หลอมรวมมันเข้ากับเศษเสี้ยวแกนเสียงที่เจ้ามี เพื่อสร้าง 'เครื่องมือแห่งการสั่นพ้อง' ขึ้นมาใหม่”

เมฆารู้สึกถึงความหวังที่ก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง แม้จะยังคงเปราะบาง แต่ก็เป็นความหวังครั้งแรกนับตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ “เครื่องมือแห่งการสั่นพ้อง... มันจะช่วยข้าได้จริงหรือ?”

“มันจะช่วยให้เจ้าสามารถ 'ได้ยิน' เสียงของโลกได้อีกครั้ง” โครนอสตอบ “เมื่อเจ้าได้ยินเสียงของโลก เจ้าก็จะเข้าใจความลับของพายุนิรันดร์ และอาจจะ... อาจจะหาทางหยุดยั้งมันได้”

ทันใดนั้น เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากภายนอกโรงตีเหล็ก พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน

“อสูรคลื่นสูญญากาศ!” โครนอสตะโกน “พวกมันตามกลิ่นของแกนเสียงมา!”

ร่างของเมฆาแข็งทื่อ เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทรงพลังกว่าทุกครั้งที่เคยเจอมา มันไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน แต่เป็นคลื่นพลังงานที่กำลังพยายามจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัว

“รีบปรับจูนเครื่องรับของเจ้า!” โครนอสเร่ง “ข้าต้องเตรียมเตาหลอมให้พร้อม!”

เมฆาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่ตื่นตระหนก เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีให้กับเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองที่ข้อมือ เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย เศษเสี้ยวแกนเสียงในมือของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง จนเกือบจะหลุดออกจากมือ

“เร็วเข้า!” เสียงของโครนอสดังขึ้นพร้อมกับเสียงเหล็กที่กระทบกันอย่างรุนแรง

เมฆายกมือข้างที่มีเครื่องรับขึ้น ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องในมืออีกข้างสั่นสะท้าน เขาพยายามจะ “ฟัง” เสียงของแกนเสียงที่กำลังจะแตกสลาย เสียงที่แผ่วเบาแต่กลับทรงพลังเกินกว่าจะจินตนาการได้ มันไม่ใช่เสียงหวีดหวิว แต่เป็นเสียงคร่ำครวญที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดและความปรารถนาที่จะดำรงอยู่

เขาค่อยๆ หมุนส้อมเสียง ช้าๆ และแม่นยำ แสงสีฟ้าจากเครื่องรับเริ่มสว่างวาบขึ้นเป็นจังหวะถี่ขึ้น ความถี่ที่แสดงผลบนหน้าปัดของเครื่องรับเริ่มคงที่ สัญญาณที่เคยขาดๆ หายๆ กลับเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น

“สำเร็จแล้ว!” เมฆาร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

“ดีมาก!” โครนอสคำราม “ตอนนี้... จงปล่อยให้มันนำทางเจ้า!”

พื้นโรงตีเหล็กสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมมาก รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนผนังหิน และเศษฝุ่นผงก็ร่วงหล่นลงมา

“มันกำลังจะเข้ามา!” โครนอสตะโกน “ข้าจะยื้อเวลาให้เจ้า!”

เขาถือค้อนเหล็กขนาดใหญ่เดินตรงไปยังทางเข้าโรงตีเหล็กที่เริ่มบุบสลาย เมฆารู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา เขาหันไปมองเตาหลอมที่กำลังถูกจุดให้ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป

แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเข้าไปใกล้ โครงสร้างของโรงตีเหล็กก็เริ่มทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กบิดงอและหินแตกละเอียดดังระงมไปทั่ว ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เมฆาเห็นเงาตะคุ่มขนาดมหึมาของอสูรคลื่นสูญญากาศปรากฏขึ้นที่ทางเข้าโรงตีเหล็ก มันคือสิ่งมีชีวิตที่ไร้รูปร่างที่ชัดเจน มีเพียงคลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยวและรุนแรงเท่านั้นที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของมัน

“ข้า... ข้าต้องไป!” เมฆากล่าวกับตัวเอง เขาไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป เขาต้องรีบนำเศษแกนเสียงไปหาโครนอสในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ เมฆาวิ่งหลบหนีออกจากโรงตีเหล็กที่กำลังจะพังทลาย ทิ้งเสียงคำรามของอสูรคลื่นสูญญากาศ และเสียงต่อสู้ของโครนอสไว้เบื้องหลัง เขาพุ่งทะยานผ่านช่องทางที่พอจะหลบเลี่ยงเศษซากที่ตกลงมาได้ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากอสูรที่กำลังไล่ตามมา

เขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต พยายามรักษาเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สัมผัสถึงความสั่นไหวของเศษแกนเสียงในมือที่กำลังเต้นเป็นจังหวะของมันเอง

“โครนอส...” เมฆาพึมพำ “ข้าจะกลับมา... ข้าสัญญา...”

ขณะที่เขากำลังวิ่งหนีไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากอสูรคลื่นสูญญากาศ หรือจากโรงตีเหล็กที่กำลังพังทลาย แต่มันเป็นแรงสั่นสะเทือนที่มาจากเบื้องลึกของหุบเขาเสียงสะท้อน ราวกับมีบางสิ่งที่ทรงพลังกำลังตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น… หรือบางที... อาจจะกำลังรอคอยเขาอยู่

--- เมฆาได้พบกับโครนอส ช่างตีเหล็กแห่งคลื่นความถี่ ผู้มอบ 'ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง' เพื่อช่วยให้เขาสามารถปรับจูนเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองให้เข้ากับแกนเสียงที่กำลังแตกสลายได้ แต่การทดลองดังกล่าวกลับถูกขัดจังหวะด้วยการปรากฏตัวของอสูรคลื่นสูญญากาศ ทำให้เมฆาต้องหลบหนีออกมา ทิ้งโครนอสไว้เผชิญหน้ากับอสูรเพียงลำพัง พร้อมกับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนปริศนาที่ลึกลงไปในหุบเขา