← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 66Free

ตอนที่ 66 — ดวงตาที่ลืมตาตื่นและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง

ความเงียบงันภายในวิหารคริสตัลสีดำนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความกดอากาศที่หนักอึ้งจนรินรู้สึกเหมือนปอดกำลังถูกบีบคั้นด้วยแรงดันมหาศาลใต้สมุทร แสงสีทองที่เคยสว่างไสวจากรอยสักบนผิวหนังของเธอบัดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อการป้องกัน แต่มันกำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเครื่องดนตรีที่ถูกดีดด้วยมือของยักษ์ใหญ่ที่มองไม่เห็น ทุกครั้งที่แสงสีทองวูบวาบ ผิวหนังของรินจะรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนถูกนาบด้วยเหล็กเผาไฟ ความเจ็บปวดนั้นลามเลียไปตามเส้นสายของลายแทงที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อหนัง นำพาเธอไปสู่จุดที่ความจริงและความบ้าคลั่งมาบรรจบกัน

เบื้องหน้าของเธอ วิหารคริสตัลสีดำไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้าง แต่มันคืออวัยวะหนึ่งของนครอควาเลียที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะการตื่นขึ้นของบางสิ่ง รอยแยกขนาดมหึมาที่ใจกลางวิหารแผ่ขยายออกเหมือนรูม่านตาที่ขยายกว้าง แสงสีทองจากรอยสักของรินพุ่งตรงไปยังใจกลางนั้น ดึงดูดกระแสน้ำที่หมุนวนอย่างบิดเบี้ยวให้ไหลเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ชายหน้ากากที่ยืนอยู่ข้างกายเธอมีท่าทีเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเขาขยับไปตามด้ามอาวุธ ราวกับกำลังเตรียมรับมือกับพายุที่ไม่มีวันสงบ

“ริน! อย่าปล่อยให้แสงนั้นนำทางเธอไปมากกว่านี้!” เสียงของเขาตะโกนฝ่าเสียงคำรามของกระแสน้ำที่หมุนวนในวิหาร แต่มันดูแผ่วเบาเหลือเกินเมื่อเทียบกับเสียงกัมปนาทที่ดังมาจากก้นบึ้งของวิหาร

รินไม่ได้ยินเสียงเขาอย่างชัดเจนนัก ในหัวของเธอมีเพียงเสียงกระซิบที่ฟังดูคล้ายเสียงคลื่นกระทบฝั่ง แต่เป็นคลื่นที่ซัดสาดอยู่ในหูของเธอเอง รอยสักบนแขนและแผ่นหลังของเธอเริ่มเปล่งแสงสีทองที่เข้มข้นจนกลายเป็นสีขาวนวล มันไม่ใช่แค่แสง แต่มันคือพลังงานที่พยายามจะ 'เติมเต็ม' ช่องว่างที่เปิดออก รินรู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังถูกฉุดกระชากให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกโบราณนี้ เธอไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป แต่เธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของดวงตาที่กำลังลืมตาตื่น

ทันใดนั้น พื้นวิหารคริสตัลสีดำก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงแตกกระจายของผลึกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังปริแตกจากภายใน ใจกลางวิหารที่เคยเป็นเพียงหลุมดำมืดมิด บัดนี้ได้ปรากฏ 'บางสิ่ง' ที่อยู่ลึกลงไป สิ่งนั้นไม่ใช่สัตว์ร้ายที่มีรูปร่างชัดเจน แต่มันคือกลุ่มก้อนของความมืดมิดที่ดูเหมือนมีชีวิต มันเคลื่อนไหวเหมือนหมึกที่แผ่กระจายในน้ำ แต่เป็นหมึกที่สามารถกลืนกินแสงสว่างได้ทุกชนิด และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ท่ามกลางความมืดนั้น มีดวงตาขนาดมหึมานับไม่ถ้วนค่อยๆ ลืมตาขึ้น มันไม่ใช่ดวงตาของสิ่งมีชีวิต แต่มันคือดวงตาที่เกิดจากรอยแยกของมิติ

“มันตื่นแล้ว...” ชายหน้ากากพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเป็นครั้งแรก “สิ่งที่เราพยายามกักขังไว้... มันไม่ใช่แค่ตำนาน”

เงาทมิฬที่เคยเป็นเพียงเงาตามตัวของรอยสัก บัดนี้ได้ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างที่จับต้องได้ พวกมันพุ่งออกมาจากรอยแยกคริสตัลเหมือนฝูงปลาที่หิวโหย รินพยายามรวบรวมสมาธิ ใช้ 'วิถีแห่งทางน้ำ' เพื่อสร้างเกราะกำบังแสงสีทองขึ้นมาล้อมรอบตัวเธอและชายหน้ากาก แต่ยิ่งเธอใช้พลังมากเท่าไหร่ รอยสักก็ยิ่งดูดกลืนพลังชีวิตของเธอไปมากเท่านั้น เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่คืบคลานเข้ามาแทนที่ความร้อนผ่าว มันคือความว่างเปล่าที่กำลังกัดกินตัวตนของเธอจากภายใน

ในจังหวะที่เงาทมิฬตนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ รินเผลอปล่อยพลังสีทองออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ แสงนั้นไม่ได้เพียงแค่ผลักดันความมืด แต่มันกลับสร้าง 'เส้นทาง' ขึ้นมาในอากาศ เส้นทางสีทองที่บิดเบี้ยวซึ่งดูเหมือนจะเป็นรอยสลักของแผนที่ปู่เถาว์ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ รินมองเห็นภาพนิมิตสั้นๆ ผ่านเส้นทางนั้น—ภาพของนครอควาเลียในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด ภาพของเหล่าผู้พิทักษ์ที่กำลังทำพิธีปิดผนึกบางสิ่งด้วยรอยสักที่เหมือนกับเธอ แต่นิมิตนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกรีดร้องของคริสตัลที่แตกสลาย

“ริน! ตั้งสติ!” ชายหน้ากากพุ่งเข้ามาขวางหน้าเธอ ดาบของเขาอาบไปด้วยแสงสีครามที่พยายามต่อกรกับความมืด “เธอต้องเลิกเป็นแค่กุญแจ แต่ต้องเป็นผู้ควบคุมกุญแจนั้น!”

รินหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้า เธอพยายามมองไปยังใจกลางวิหารที่ดวงตามหึมาเหล่านั้นกำลังจ้องมองมาที่เธอ ทุกดวงตาดูเหมือนจะเห็นเธอ... ไม่ใช่เห็นเพียงแค่ร่างกาย แต่เห็นไปถึงวิญญาณที่กำลังสั่นคลอน ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องโดยพระเจ้าที่ไร้ความเมตตาทำให้เธอแทบจะสิ้นสติ

ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลจากใจกลางวิหารก็กระชากทุกสิ่งเข้าสู่จุดศูนย์กลาง พื้นวิหารที่เธอเหยียบอยู่เริ่มยุบตัวลงเป็นวงกว้าง รินเห็นชายหน้ากากถูกแรงดันน้ำมหาศาลพัดกระเด็นออกไป เธอพยายามจะตะโกนเรียกเขา แต่เสียงของเธอกลับหายไปในกระแสน้ำที่หมุนวน รอยสักบนตัวเธอเริ่มแผ่ขยายออกไปตามผิวหนังอย่างรวดเร็ว ราวกับมันกำลังพยายามจะ 'ยึดเกาะ' กับโครงสร้างของวิหารเพื่อไม่ให้เธอถูกดูดหายไป

ในความโกลาหลนั้น รินมองเห็นบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในดวงตายักษ์เหล่านั้น มันไม่ใช่แค่ความมืด แต่มันคือ 'ความทรงจำ' ที่ถูกกักขังไว้ ความทรงจำของนครที่สาบสูญ ความทรงจำของความผิดพลาดที่ทำให้เดลต้าต้องเผชิญกับมรสุมแห่งคำสาป และในความทรงจำนั้น เธอเห็นใบหน้าของใครบางคนที่คุ้นเคย... ใบหน้าที่เหมือนกับปู่เถาว์ แต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่เกินกว่ามนุษย์จะแบกรับ

“หยุดนะ!” รินตะโกนสุดเสียง พลังสีทองระเบิดออกจากร่างของเธอเป็นวงกว้าง ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ 'สั่งการ' เธอพยายามใช้จิตวิญญาณของนักเดินเรือที่เคยอ่านกระแสน้ำมาทั้งชีวิต สั่งการให้พลังงานมิตินี้ไหลเวียนไปตามทิศทางที่เธอต้องการ

แต่ยิ่งเธอพยายามควบคุม แรงต้านจากสิ่งบรรพกาลก็ยิ่งทวีคูณ วิหารคริสตัลสีดำเริ่มพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ แสงสีทองและเงาทมิฬปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ฉีกกระชากทุกสิ่ง รินรู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังจะแตกสลายเป็นละอองน้ำ และในวินาทีที่โลกทั้งใบกำลังจะมืดดับลง เธอเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในใจกลางวิหารนั้น จ้องมองลงมาที่เธอ... และมันไม่ได้จ้องมองด้วยความแค้น แต่มันจ้องมองด้วยความ 'หิวโหย' ที่จะครอบครอง

แรงดึงดูดสุดท้ายกระชากรินลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกมิติ ทิ้งไว้เพียงเสียงครวญครางของคริสตัลที่แตกสลายและภาพของดวงตานับพันที่ยังคงจ้องมองมาจากความมืดมิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด

--- รินพยายามควบคุมพลังสีทองเพื่อต่อสู้กับดวงตาบรรพกาลที่ตื่นขึ้นในวิหารคริสตัลสีดำ แต่ยิ่งเธอใช้พลัง เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่ใจกลางของความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง