← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 57Free

ตอนที่ 57 — เงาสะท้อนในความมืดและเสียงเพรียกที่เลือนหาย

ความมืดในสุสานแห่งกระแสธารไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่า แต่มันคือความมืดที่ข้นคลั่กและหนักอึ้งราวกับกำมะหยี่เปียกชื้น รินรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากมวลน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก 'บางสิ่ง' ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความเงียบงันนั้น รอยสักบนผิวหนังของเธอไม่ได้เป็นเพียงลวดลายสีหมึกอีกต่อไป แต่มันกำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยน ทุกครั้งที่แสงสลัวจากคริสตัลที่แตกหักวูบไหว ลายเส้นบนแขนของเธอจะเรืองแสงสีครามจางๆ ราวกับมีกระแสน้ำไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังจริงๆ

“อย่ามองมัน...” เสียงของชายปริศนาที่รอดชีวิตมาได้กระซิบแผ่วเบาข้างหู เขาดูซูบซีดลงกว่าครั้งก่อน ใบหน้าภายใต้แสงสลัวดูเหมือนจะพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ แต่รินเห็นมือที่สั่นเทาของเขาขณะที่เขาพยายามพยุงร่างขึ้นจากพื้นกรวดใต้น้ำ “ยิ่งเจ้าพยายามทำความเข้าใจมัน เจ้าจะยิ่งสูญเสียสิ่งที่เจ้าเป็น”

รินไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอเพียงแต่จ้องมองมือของตัวเอง ความรู้สึกเย็นเยียบที่ลามเลียจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ทำให้เธอขนลุกซู่ มันไม่ใช่ความเย็นจากน้ำ แต่มันคือความรู้สึกของการถูก 'แทนที่' เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังกลายเป็นภาชนะที่ว่างเปล่า และมีกระแสน้ำลึกลับกำลังไหลเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้นจนล้น

“ฉันไม่ใช่ภาชนะ...” รินเค้นเสียงตอบ แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมากลับฟังดูคล้ายเสียงคลื่นกระทบฝั่งมากกว่าเสียงมนุษย์ “ฉันคือทางน้ำ... ฉันต้องควบคุมมัน ไม่ใช่ให้มันควบคุมฉัน”

เธอลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ความทรงจำสุดท้ายคือการยอมรับพลังเพื่อปกป้องตนเองจากการโจมตีของสิ่งมีชีวิตใต้บาดาล แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นความรู้สึกเหมือนมีเงาดำขนาดมหึมาคอยจ้องมองมาจากภายในดวงตาของเธอเอง ทุกครั้งที่เธอหลับตา เธอไม่ได้เห็นความมืด แต่เธอเห็นภาพของเมืองที่จมอยู่ใต้บาดาล เมืองที่ไม่มีใครรู้จัก และเห็นดวงตาขนาดใหญ่ที่กำลังลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับจังหวะการเต้นของรอยสักบนตัวเธอ

“เจ้ากำลังเข้าใจผิด ริน” ชายปริศนาขยับเข้ามาใกล้ แสงจากคริสตัลสะท้อนให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขา “การเป็น 'ทางน้ำ' ไม่ใช่การควบคุมกระแสไหล แต่คือการยอมให้มันไหลผ่านไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย แต่สิ่งที่เจ้าทำ... เจ้ากำลังกักเก็บมันไว้ เจ้ากำลังสร้างเขื่อนกั้นกระแสธารที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะรับไหว และเมื่อเขื่อนนั้นพังลง... ไม่ใช่แค่เจ้าที่จะหายไป แต่โลกเบื้องบนจะถูกกลืนกินด้วย”

รินชะงัก ความคิดของเขาทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตที่ไล่ล่าเธอเสียอีก หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง พลังที่เธอคิดว่าเป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอด แท้จริงแล้วอาจเป็นระเบิดเวลาที่รอวันทำลายล้างทุกสิ่ง

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ก็แผ่ซ่านมาจากพื้นสุสาน มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นจังหวะการเต้นที่สม่ำเสมอเหมือนหัวใจของยักษ์ใหญ่ รินรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่รอยสักบนหน้าอกของเธอ มันกำลังดึงดูดเธอเข้าหาความมืดมิดที่อยู่เบื้องหน้า

“มีบางอย่างกำลังมา” ชายปริศนากระซิบ พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าอาวุธที่ดูเหมือนจะทำจากกระดูกปลาโบราณ

จากเงามืดที่ห่างออกไป ร่างสายหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนที่เข้ามา มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างชัดเจน แต่มันคือกลุ่มก้อนของน้ำที่หมุนวนเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ ผิวสัมผัสของมันดูใสกระจ่างแต่กลับแฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล เมื่อมันเคลื่อนที่ผ่านโขดหิน เสียงของมันคือเสียงกระซิบที่รินคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

“...ริน... เจ้าคือกุญแจ... เจ้าคือประตู...”

“นั่นเสียงปู่!” รินอุทานด้วยความตกใจ เธอพยายามก้าวไปข้างหน้า แต่ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากรอยสักที่ขยายตัวขึ้นจนถึงลำคอ รอยสักเริ่มเปลี่ยนรูปทรงเป็นสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่แผนที่อีกต่อไป แต่มันดูเหมือนเป็นอักขระโบราณที่กำลังสลักลงบนเนื้อหนังของเธออย่างสดๆ

“อย่าฟังมัน!” ชายปริศนาตะโกน เขาพุ่งเข้าใส่เงาร่างน้ำนั้น แต่ทันทีที่อาวุธของเขาสัมผัสกับร่างนั้น ร่างน้ำก็แตกกระจายออกเป็นคลื่นย่อยๆ แล้วกลับมารวมตัวกันใหม่ในพริบตา ร่างน้ำนั้นไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่มันขยายตัวออกเพื่อโอบล้อมรินไว้

รินรู้สึกถึงความเย็นจัดที่โอบล้อมร่างกาย ความทรงจำของเธอเริ่มแตกสลาย ภาพของอาส้ม ภาพของเรือนแพที่ท่าเรือมรสุม ภาพของปู่เถาว์ที่กำลังยิ้มให้เธอเริ่มพร่าเลือนและถูกแทนที่ด้วยภาพของมหาสมุทรที่ไร้จุดสิ้นสุดและความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง เธอรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังถูกชะล้างออกไปเหมือนทรายที่ถูกคลื่นซัด

“ไม่! ฉันยัง... ฉันยังไม่อยากหายไป!” รินกรีดร้อง แต่เสียงของเธอกลับถูกกลืนหายไปในกระแสน้ำที่หมุนวนรอบตัว

ในวินาทีที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอย รอยสักบนแขนของเธอก็เปล่งแสงสีทองสว่างวาบออกมา—ไม่ใช่สีครามเหมือนที่เคยเป็น แต่มันเป็นสีทองที่ดูบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสงนั้นกระแทกเข้ากับร่างน้ำจนมันถอยร่นไป แต่มันก็แลกมาด้วยความรู้สึกเหมือนเส้นเลือดในร่างกายของเธอจะแตกออก

รินทรุดลงกับพื้นหิน ลมหายใจหอบถี่ แสงสีทองค่อยๆ ดับลง ทิ้งไว้เพียงความเจ็บปวดที่แสนสาหัสและการเปลี่ยนแปลงที่เธอไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเงยหน้ามองชายปริศนาที่ดูเหมือนจะกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น

“นั่นไม่ใช่พลังของวิถีแห่งทางน้ำ...” เขาพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือ “นั่นคือ... พลังของสิ่งที่อยู่เหนือกระแสธารทั้งปวง”

รินมองไปที่มือของตัวเอง แสงสีทองหายไปแล้ว แต่รอยสักที่เคยเป็นสีครามบัดนี้กลับมีเส้นสีทองบางๆ แทรกซึมอยู่ภายใน ราวกับว่ามีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าและเก่าแก่กว่ากำลังเริ่มแทรกซึมเข้ามาในตัวเธอ รอยสักไม่ได้แค่กำลังเปลี่ยนร่างเธอ แต่มันกำลังเปลี่ยน 'ธรรมชาติ' ของเธอไปตลอดกาล

ท่ามกลางความเงียบที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง รินได้ยินเสียงหนึ่งที่ไม่ได้มาจากร่างน้ำ หรือมาจากชายข้างกาย แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากก้นบึ้งของจิตใจตนเอง เป็นเสียงที่เย็นเยียบและเปี่ยมด้วยอำนาจ

“เริ่มแล้ว...”

รินสะดุ้งสุดตัว เธอมองไปรอบๆ สุสานแห่งกระแสธารที่เคยดูเหมือนจะเป็นเพียงที่กักขัง บัดนี้มันดูเหมือนกำลังขยับเขยื้อน ผนังหินและกระแสน้ำรอบตัวเริ่มหมุนวนเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ราวกับว่าสุสานแห่งนี้กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำพิธีบางอย่าง และเธอ... คือเครื่องสังเวยหลักของพิธีกรรมนั้น

--- รินเผชิญกับร่างน้ำปริศนาที่ส่งเสียงคล้ายปู่เถาว์และพยายามจะกลืนกินตัวตนของเธอ จนกระทั่งรอยสักเปล่งแสงสีทองประหลาดออกมา ซึ่งทำให้ชายปริศนาตระหนักว่าพลังของเธอไม่ใช่แค่การควบคุมน้ำธรรมดาอีกต่อไป