← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 50Free

ตอนที่ 50 — เสียงเพรียกจากความมืดและรอยแยกแห่งวิญญาณ

ความเงียบสงัดในโถงถ้ำใต้บาดาลนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความสงบ แต่มันคือความเงียบที่กดทับจนหูอื้ออึง ราวกับว่ามวลน้ำมหาศาลที่ล้อมรอบวิหารแห่งนี้กำลังจ้องมองผ่านกำแพงหินเข้ามา รินพยายามยันกายขึ้นจากพื้นหินที่ชื้นแฉะ ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากซี่โครงขึ้นมาถึงลำคอ ทุกครั้งที่เธอขยับ รอยสักบนแขนจะส่งกระแสความร้อนวูบวาบที่น่าขยะแขยงออกมา มันไม่ได้ร้อนเหมือนไฟ แต่มันร้อนเหมือนเลือดที่กำลังเดือดพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง

“ริน! ตั้งสติไว้!” เสียงของชายคนนั้น—ชายที่เธอเพิ่งเห็นใบหน้าจริงท่ามกลางแสงสว่างที่บ้าคลั่ง—ดังขึ้นข้างหู เขาไม่ได้ดูเหมือนผู้ช่วยชีวิตที่แสนอ่อนโยนอีกต่อไป ในแสงสลัวจากคริสตัลใต้น้ำที่ส่องกระทบ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยรอยแผลจากการต่อสู้ ดวงตาของเขามีแววของความกังวลที่ปนเปไปกับความยำเกรงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

รินพยายามจะเอ่ยปากถามว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเพียงเสียงแหบพร่าที่ฟังดูเหมือนเสียงกรวดที่ถูกบดขยี้ เธอหันมองไปรอบตัว ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบ วิหารแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะสร้างขึ้นได้ ผนังหินที่โอบล้อมพวกเขาไม่ได้มีเพียงตะไคร่น้ำ แต่มันถูกสลักด้วยลวดลายที่ดูเหมือนมีชีวิต ลวดลายเหล่านั้นขยับเขยื้อนช้าๆ ราวกับกำลังเต้นตามจังหวะการหายใจของโลกใต้บาดาล และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ลวดลายเหล่านั้น... มันเหมือนกับรอยสักบนตัวเธออย่างน่าประหลาด

“เราอยู่ในส่วนลึกของรอยแยก...” เขาพึมพำ มือหนาที่ยังคงกำดาบกระดูกปลาไว้แน่นสั่นระริกเล็กน้อย “และเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน”

คำพูดนั้นทำให้รินเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เธอพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงพยุงตัวขึ้นนั่ง แสงสีครามจางๆ จากรอยสักที่แขนเริ่มแผ่ขยายออกไปตามทิศทางของสถาปัตยกรรมในถ้ำ มันเหมือนกับว่าร่างกายของเธอกำลังพยายามจะ 'เชื่อมต่อ' กับสถานที่แห่งนี้ ราวกับว่าเธอคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ถูกส่งมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างของวิหารที่สาบสูญ

ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอดังมาจากเงามืดที่ปลายโถงถ้ำ มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่เดินบนดินแห้ง แต่มันคือเสียงที่หนักหน่วงราวกับมีบางอย่างที่มีมวลมหาศาลกำลังก้าวเดินผ่านม่านน้ำเข้ามา รินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นหินขึ้นมาถึงหน้าอก มันเป็นจังหวะที่ชวนให้คลื่นไส้

“พวกคลื่นม่านบัง...” ชายคนนั้นกัดฟันกรอด เขาขยับตัวมาบังรินไว้ข้างหลัง “พวกมันตามรอยพลังของเธอมาจนถึงที่นี่... พวกมันไม่เคยปล่อยให้ 'กุญแจ' หลุดมือไปได้ง่ายๆ”

“แต่นี่มันใต้ดิน... พวกเขามาได้ยังไง?” รินถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ เธอพยายามมองไปที่ทางเข้าซึ่งเป็นอุโมงค์น้ำวนขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะพัดพาเอาทุกอย่างลงสู่ความลึกที่ไร้ก้นบึ้ง และในความมืดมิดนั้น เธอเห็นเงาร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนที่ผ่านม่านน้ำเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับนักล่าที่ซ่อนตัวในกระแสน้ำขุ่น

แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินต้องหยุดชะงัก ไม่ใช่กลุ่มคนลึกลับเหล่านั้น แต่เป็นสิ่งที่อยู่ 'ข้างหลัง' พวกเขาต่างหาก ในความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าปลายโถงถ้ำ ดวงตาสีเหลืองอำพันขนาดมหึมาคู่หนึ่งได้เปิดขึ้นอย่างช้าๆ

มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ และไม่ใช่ดวงตาของสัตว์ร้ายที่เธอเคยรู้จักในเดลต้า แต่มันคือดวงตาที่ดูเหมือนจะบรรจุความว่างเปล่าของจักรวาลไว้ข้างใน มันไม่ได้จ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความโกรธแค้น แต่มันจ้องมองด้วยความหิวโหย... หิวโหยในสิ่งที่รอยสักบนตัวเธอกำลังเป็นอยู่ ราวกับว่าเธอคืออาหารจานหลักที่มันรอคอยมานานนับศตวรรษ

“วิ่ง...” ชายคนนั้นกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

รินไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งสติ เธอออกแรงเฮือกสุดท้ายพยุงร่างกายที่บอบช้ำขึ้น แต่ทว่ารอยสักที่แขนของเธอกลับเริ่มเรืองแสงสว่างจ้าจนแสบตา มันไม่ได้เพียงแค่ส่องแสง แต่มันกำลัง 'กรีดร้อง' ผ่านผิวหนังของเธอ ส่งผ่านความรู้สึกของความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว และในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นทั้งมนุษย์และไม่ใช่ทั้งสัตว์ แต่มันคือเงาที่หลุดออกมาจากตำนานที่เลวร้ายที่สุดของเดลต้า... สิ่งที่ปู่ของเธอเคยเตือนไว้ว่าอย่าได้เอ่ยชื่อมันออกมาเด็ดขาด

เงาดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นจากความมืด มันดูเหมือนจะขยายตัวออกไปตามความกว้างของโถงถ้ำ พร้อมกับแรงดันน้ำที่เริ่มหมุนวนรอบตัวพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง รินรู้สึกได้ว่าโลกที่เธอเคยรู้จัก—โลกของตลาดน้ำ เรือนแพ และสายน้ำที่ไหลอย่างเป็นธรรมชาตินั้น—กำลังจะเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยความจริงที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า

“ริน! อย่ามองดวงตาของมัน!” ชายหน้ากาก (ที่บัดนี้ไร้หน้ากาก) ตะโกนสุดเสียง พร้อมกับกระชากแขนเธอให้ถอยร่นไปทางผนังถ้ำ

แต่สายตาของรินกลับไม่อาจละไปจากดวงตาคู่นั้นได้เลย มันเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามจะกระชากวิญญาณของเธอออกไปจากร่าง รอยสักบนแขนของเธอขยายตัวกว้างขึ้นจนดูเหมือนมันกำลังจะกลืนกินแขนทั้งข้างของเธอไปในแสงสีครามที่สว่างจ้า

ในขณะที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงคำรามของสิ่งบรรพกาลก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้เพดานหินเริ่มร่วงหล่นลงมา ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้น รินเห็นเงาร่างของชายคนนั้นพุ่งเข้าหาดวงตาคู่ยักษ์นั้นอย่างไม่เกรงกลัว และในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลง รินก็ตระหนักได้ว่า... การเดินทางของเธอไม่ได้จบลงที่การค้นหาคลองที่หายไป แต่มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของสิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นมาเพื่อทำลายหรือสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาใหม่

--- รินและชายปริศนาตื่นขึ้นในวิหารใต้บาดาลที่เต็มไปด้วยรอยสลักโบราณ แต่พวกเขากลับถูกล้อมด้วยกลุ่มคลื่นม่านบังและสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่มีดวงตาขนาดยักษ์ซึ่งกำลังจ้องมองเธอด้วยความหิวโหย